15.5.08

โรงภาพยนตร์อลังการ – รำลึกถึง Art House แห่งแรกของไทย

โรงภาพยนตร์อลังการ
หอภาพยนตร์แห่งชาติ บริเวณ หอศิลป์เจ้าฟ้า เชิงสะพานปิ่นเกล้า
โรงหนังอลังการ เป็นโรงภาพยนตร์ Art House แห่งแรกของไทยแบบจัดชมฟรี (ไม่รวมหอศิลป์พีระศรีหรือสถานที่ชั่วคราวอื่น ๆ) ปัจจุบันโรงนี้ถูกทุบทิ้งและกลายเป็นห้องประชุมของหอศิลป์เจ้าฟ้า ซึ่งต่อมาในปี 2005 ดวงกมลฟิล์มเฮาส์ (ฟิล์มไวรัส) เคยใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลหนัง 15/15 Film Festival

วันที่ถ่ายภาพคือวันที่ 26 ตุลาคม 2533 ฉาย Kings of the Road (Im Lauf Der Zeit) ของ Wim Wenders ในหัวข้อ “หนังซ้อนหนัง” โปรแกรมพิเศษของรายการภาพยนตร์สโมสรจัดโดย สนธยา ทรัพย์เย็น

เรื่องอื่น ๆ ในโปรแกรม “หนังซ้อนหนัง” ฉายทุกวันศุกร์ตลอดเดือนตุลาคม 2533 นี้ได้แก่ A Star is Born ของ William A. Wellman , Trans-Europ-Express ของ Alain Robbe-Grillet, Jeu de Massacre (Comic Strip Hero) ของ Alain Jessua, Private Projection (“เอาตัวเป็นหนัง” หนังของ François Leterrier' นำแสดงโดย Bulle Ogier, Jane Birkin และ Jean-Luc Bideau)


พิธีกรในภาพคือคุณ สมชาติ บางแจ้ง ผู้ริเริ่มโครงการภาพยนตร์สโมสรของหอภาพยนตร์แห่งชาติ ร่วมกับคุณ โดม สุขวงศ์

Malady Diary อาละวาด!

Malady Diary อาละวาด!

วันฉายหนัง Malady Diary ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) วันที่ 18 กรกฏาคม 2547 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุยกับ ทีฆะเดช วัชรธานินท์ ผู้กำกับหนัง Malady Diary สารคดีเบื้องหลังกองถ่าย “สัตว์ประหลาด” (Tropical Malady) และนักแสดงในเรื่อง – บัลลภ ล้อมน้อย นำคุยโดย กัลปพฤกษ์

10.5.08

Filmvirus สู่หลังสมัยใหม่


Filmvirus สู่หลังสมัยใหม่

ครั้งแรกและครั้งเดียว ฟิล์มไวรัส บนหน้าปก วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 24 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2547

ไม่แน่ใจว่าหนังสือ Filmvirus เกี่ยวตรงไหนกับ post modernism แต่ก็ภูมิใจที่ได้เกียรติยืนเคียงคู่กับหนังสือ Brief History of Time ของ Stephen Hawking, Lord of the Rings, Philosophy and Film, Pink Floyd และ Marcel Duchamp

4.5.08

THIRD CLASS CITIZEN - Video Top


THIRD CLASS CITIZEN
(เจ้าของเดียวกับผู้จัดโปรเจคท์ 2008 , OFF RECORD / PAISIT PANPRUKSACHAT : RETROSPECTIVE และ SUN/SCREEN / ADITYA ASSARAT : RETROSPECTIVE ) เสนอ
THIRD CLASS CINEMA : PROGRAMME 004 VIDEOTOP
พบกับ12 มิวสิควิดีโอลูกทุ่งไทยเจิดจรัสเหนือจินตนาการ บ้าระห่ำ ดิบ แรงเปรี้ยว และ คัลท์ด้วยภูมิปัญญาไทยแบบที่ไม่มีชาติไหนทำได้(และควรมาดูเพราะแต่ละอันหาดูยากมาก)คัดสรรและเสาะหาโดย ชาคร ไชยปรีชา (คอลัมนิสต์นิตยสาร DDT , HAMBURGER และ FILMAX )ฉายวันที่ 16 พ.ค. 2551 + 19.00 น.ณ ไบโอสโคปเธียเตอร์ ( MRT รัชดาภิเษก)
ชมฟรีเด้อคั่บ อัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยๆ+แผนที่ทางไปที่ http://thirdclasscitizen.exteen.com/สอบถามโดยตรงที่ http://us.f544.mail.yahoo.com/ym/Compose?To=thirdclasscitizen@hotmail.comสนับสนุนโดย นิตยสารไบโอสโคป

30.4.08

ประกวดหนังสั้น Short 12


ประกวดหนังสั้น Short 12

รวมตัวประกวดหนังสั้นครั้งที่ ๑๒ ครบรอบนักษัตรกลับมาอีกแล้ว...กับงานประกวดหนังสั้นที่ใหญ่ และมีอายุยืนนานที่สุดในประเทศเตรียมผลงานคุณภาพของคุณให้พร้อม!!!
การประกวดหนังสั้นครั้งที่ ๑๒ เปิดรับผลงานไม่จำกัดความคิด แต่จำกัดความยาว (๓๐ นาที)ใน ๕ ประเภทรางวัลสร้างสรรค์ที่ท่านพึงสนใจรางวัลปยุต เงากระจ่าง สำหรับงานอนิเมชั่นรางวัลรัตน์ เปสตันยี สำหรับบุคคลทั่วไปรางวัลช้างเผือก สำหรับนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยรางวัลช้างเผือกพิเศษ สำหรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา (หรือมีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี) รางวัลดุ๊ก สำหรับงานสารคดี (ไม่จำกัดความยาว)ส่งผลงานของท่านได้แล้วนับแต่บัดนี้ ที่งานประกวดหนังสั้นครั้งที่ ๑๒มูลนิธิหนังไทย ตู้ปณจ.พุทธมณฑล นครปฐม ๗๓๑๗๐(ทางไปรษณีย์เท่านั้น...ได้โปรด)*และกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่ http://www.thaishortfilmfestival.com/regis12.aspปิดรับ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ไม่มีการยืดเยื้อเพิ่มเติม ๐๒-๘๐๐๒๗๑๖ข่าวคราวจาก http://www.thaifilm.com/shortFilmDetail.asp?id=103


สัมภาษณ์ Stefan Popescu ผู้ก่อตั้งเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival

สัมภาษณ์ Stefan Popescu ผู้ก่อตั้งเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival
โดย สำนักข่าวฟิล์มไวรัส
by d.k. filmhouse (Filmvirus)

Sydney Underground Film Festival ครั้งที่ 1 ปีที่ 1 เทศกาลหนังใต้ดินที่รวมความดิบ ห่าม ประหลาดพิลึก และเป็นตัวของตัวเอง ที่ประเทศออสเตรเลียได้เปิดเสียวไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนปี 2550

ในงานนั้นมีการจัดเสวนา และประกวดหนังจากนานาชาติ เสริมด้วย Mini Retrospective ของคู่สามีภรรยา The Cantrills และ เปิดงานด้วยหนัง Out Yonder-Neighbor Boy ของ David Lynch (เดวิด ลิ้นช์), Tin Man ของ Ivan Kavanagh, Pop Kitsch ของ Paul Winkler และ Meet Me in Wichita ของ Martha Colburnและปีนี้ 2551 งาน Sydney Underground Film Festival ปีที่ 2 กำลังรับสมัครคนทำหนังไทยแนวแปลกประหลาดอันเดอร์กราวนด์ ทั้งประเภทเรื่องสั้นเรื่องยาวคนไหน ผู้ใดสนใจส่งหนังไปประกวด เริ่มได้แล้วตั้งแต่วันนี้

สัมภาษณ์ Stefan Popescu ผู้ก่อตั้งเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ร่วมกับ Katherine Berger และ Michelle Berger

(บทสัมภาษณ์นี้เป็นคำถามก่อนการจัดงานในปีแรก บางอย่างในเทศกาลปีที่ 2 ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามวาระ)


ช่วยเล่าประวัติความเป็นมาของผู้จัดงานหน่อยครับ

โดยหลัก ๆ แล้วทีมผู้จัดงานของเทศกาลมีทั้งหมด 5 คน ซึ่งทุกคนล้วนอยู่ในแวดวงศิลปะกับแวดวงภาพยนตร์ พวกเราทุกคนต่างเป็นนักทำหนังทดลองและนักทำหนังอิสระที่มองเห็นคุณค่าในระบบหนังทางเลือกและอยากจะหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมกลุ่มนี้ให้คงอยู่ต่อไป แคธเธอรีน เบอร์เจอร์ (Katherine Berger) กับตัวผม เป็นประธานบริหารเทศกาล เราทั้งคู่ทำหนังทดลองขนาดสั้นร่วมกันมาหลายเรื่อง และเพิ่งทำหนังยาวเรื่องแรกชื่อ Roseberry 7470 เสร็จไป ส่วนทีมงานคนอื่นๆ ของเทศกาล คือ Siouxxi Connor, Pamela Otto กับ Rachel Brown ต่างก็ยังผลิตผลงานต่างๆ ตั้งแต่มิวสิควีดีโอ, หนังดราม่าจิตวิทยาแนวเซอร์เรียล และหนังนาฏศิลป์เชิงทดลอง

ข้อดีข้อด้อยในงานเทศกาลของคุณ

การขอเงินทุนสนับสนุนเป็นปัญหาหลัก เพราะองค์กรรัฐบาล (Australian Film Commission (AFC) มีมาตรฐานเฉพาะเจาะจงซึ่งเรียกร้องให้เราต้องปฏิบัติเพื่อจะได้รับเงินทุนสนับสนุน และเพราะกฎข้อบังคับของเขานั้นเข้มงวดมาก เราไม่อยากจะถูกบีบให้ต้องประนีประนอมกับเขาเพื่อจะได้ทุนมา แต่แล้วก็ต้องเสียจุดยืนของเราเอง เราจึงเลือกที่จะยืนด้วยตัวของเราเองโดยไม่ขอทุนจากเขาเลย ดังนั้นทุนสนับสนุนหลัก ๆ ของ Sydney Underground Film Festival มาจากแหล่งเงินทุนส่วนตัวและบริษัทต่าง ๆ จึงน่าจะอำนวยให้เราได้จัดงานเทศกาลหนังในระดับมืออาชีพและมีรางวัลมอบให้ในระดับที่เหมาะสม

อะไรที่ทำให้งานเทศกาลหนังของคุณแตกต่างจากงานอื่น ๆ

มีข้อแตกต่างอยู่พอสมควรทีเดียว ที่สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่องจุดยืน ไม่ใช่เพียงจุดยืนทางศิลปะเท่านั้น แต่รวมถึงด้านกระบวนการที่เป็นธรรมด้วย เราพยายามที่จะคัดเลือกหนังอย่างเป็นธรรมและเปิดกว้างให้มากที่สุด โดยคณะทีมงานจะชมภาพยนตร์และคัดเลือกหนังแต่ละเรื่องโดยการมองถึงคุณภาพของตัวงานจริง ๆ โดยไม่ใส่ใจกับการเมืองในวงการหนัง หรือลำเอียงเข้าหาข้อได้เปรียบ ประเภทเล่นพรรคเล่นพวก ในกรณีที่หนังเรื่องไหนอยู่ในประเภทที่ได้รับเชิญให้มาร่วมฉายโชว์ จะไม่สามารถเข้าร่วมประกวดได้ โดยหนังที่ถูกรับเชิญให้มาฉายในเทศกาลได้นั้น เราพิจารณาจากเพราะความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ ผลสำเร็จในแวดวงอุตสาหกรรม และความสำคัญในเชิงศิลปะเท่านั้น

นอกจากนั้นเท่าที่ผมทราบมา เรายังเป็นเทศกาลเดียวเท่านั้นที่ให้ส่วนลดแก่ผู้สมัครซึ่งเคยถูกปฏิเสธมาจากที่อื่น ๆ เหตุผลนี้เป็นเพราะว่า เรารู้ว่าหนังยอดเยี่ยมหลายเรื่องที่ล้ำยุคล้ำสมัยนั้นมักได้รับการต้อนรับในเชิงลบมาก่อนอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงอยากสนับสนุนให้คนทำหนังกลุ่มนั้นแสดงตัวตนออกมา เพื่อว่าเราจะได้ค้นพบอัจฉริยะภาพของพวกเขา

คุณวางแผนทัวร์เทศกาลหนังนอกประเทศบ้างไหม

แน่นอนว่าเราวางแผนทัวร์เทศกาลหนังทั้งในประเทศออสเตรเลียและต่างประเทศ ขณะนี้เราพยายามวางแผนงานมาทัวร์ที่ประเทศไทย เยอรมนี และอเมริกา แต่ถ้าปีนี้เรายังไม่พร้อมหรือลงตัวพอ แต่เหล่านี้ได้เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานระยะยาวของเราอยู่แล้ว

การประกวดหนังของเทศกาลคุณมีกี่สาขา ?

แบ่งประเภทเป็นแบบง่าย ๆ หนังสั้น หนังยาว หนังนักศึกษา เรารับหนังทุกแนวทุกประเภท รวมทั้งแบบลูกผสม เหตุผลก็คือในฐานะของกลุ่มคนทำหนังทดลองก็มักจะพบเจอการก้าวข้ามรูปแบบแนวทางของหนังหลากหลายแบบ เราจึงไม่ใส่ใจเรื่องประเภทของหนังมากนัก

งานของคุณมีรางวัลอะไรให้บ้าง
เรายังอยู่ในช่วงแรก ๆ ของการหาผู้สนับสนุนรางวัล แต่ในขณะนี้เรามีสปอนเซอร์จาก Illeagally Parked
Vehicle Productions ที่จะเข้ามาสร้างเว็บไซต์สำหรับผู้ชนะ และยังมีสปอนเซอร์อื่น ๆ อีก เช่นจาก Fleeze Flame ที่จะทำสตอรี่บอร์ดให้หนังเรื่องถัดไปของผู้ชนะ

(หมายเหตุปี 2551: หนึ่งในรางวัลสำคัญของงานเทศกาลหนัง Sydney Underground ชนิดที่เรียกกันว่า Trophy เป็นงานสร้างสรรค์รูปตุ๊กตาในโลงศพซึ่งทำจากจอภาพโทรทัศน์ ฝีมือการออกแบบของ Mark Wotherspoon)


คุณจะมีฉายหนังของปรมาจารย์หนังด้วยไหม?
อาจไม่เชิงเป็นหนังของปรมาจารย์รุ่นเก่าเสียทีเดียว แต่จะมีงานเด่นของคนทำหนังดังร่วมสมัยอย่าง Bill Morrison, E Elias Merhige, David Lynch และ Martin Arnold เรากำลังพยายามจัดซีรี่ส์หนังร่วมสมัยของศิลปินออสเตรเลีย เช่น Paul Winkler, Tracy moffat และอีกหลายคนจาก UBU films/Sydney Filmmakers Co-Operative.

คุณอยากจะบอกอะไรเป็นพิเศษกับคนทำหนังไทยบ้างไหม?
เราทราบว่าศิลปินนักทำหนังไทยนั้นมีศักยภาพและความสร้างสรรค์เหลือเฟือ เราอยากชักชวนให้พวกเขาส่งหนังมาที่เทศกาลของเรา และหวังว่าเราคงจะมีโอกาสร่วมรับรู้และแบ่งปันสิ่งสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมนี้ยาวนานสืบไป


ข่าวประกาศจาก ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)
เทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ปีที่ 2


ด่วน !!! กำลังเปิดรับสมัครผู้สนใจส่งหนังเข้าประกวด ในเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 และจัดฉายรอบปฐมทัศน์ที่ The Factory Theatre ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2551 ทั้งนี้ทางเทศกาลฯ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้หนังทุกแนว ทุกสไตล์ โดยไม่จำกัดทั้งความยาวและปีสร้าง

สำหรับหนังที่ส่งเข้าประกวดครั้งนี้และไม่ผ่านการคัดเลือก ทางเทศกาลจะมีจดหมายแจ้งให้ทราบถึงเหตุผลและคำวิจารณ์เกี่ยวกับหนังถึงเจ้าของหนังโดยตรง (รับประกันความสุภาพไม่มีการซ้ำเติม)

เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการส่งหนังเข้าประกวด ทางเทศกาลมอบสิทธิพิเศษสำหรับหนังทุกเรื่องที่เคยส่งงานอื่นๆ แต่ไม่เข้ารอบ ท่านสามารถแนบจดหมายรับรองจากเทศกาลนั้นๆ เพื่อจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนค่าสมัครเป็นพิเศษอีก 5 เหรียญ

อัตราค่าสมัคร (เงินดอลล่าร์ออสเตรเลีย AUD)
สำหรับหนังที่ส่งก่อน 30 พ.ค. 51
-หนังความยาวปกติ (ตั้งแต่ 30 นาที ขึ้นไป) ค่าสมัคร $45 (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 40 เหรียญ)
-หนังสั้นความยาวปกติ (น้อยกว่า 30 นาที) ค่าสมัคร $35 (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 30 เหรียญ)
-นักเรียนนักศึกษา ค่าสมัคร $30 (พร้อมเอกสารบัตรนักศึกษา) (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 25 เหรียญ)
สำหรับหนังที่ส่งหลังจาก 30 พ.ค. 50 – 13 มิถุนายน 2551
-หนังความยาวปกติ (ตั้งแต่ 30 นาที ขึ้นไป) ค่าสมัคร $ 55 (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 50 เหรียญ)
-หนังสั้นความยาวปกติ (น้อยกว่า 30 นาที) ค่าสมัคร $45 (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 40 เหรียญ)
-นักเรียนนักศึกษา ค่าสมัคร $35 (ถ้ามีจดหมายรับรองการเคยถูกปฏิเสธเหลือ 30 เหรียญ)

รายละเอียดในการจัดส่งหนัง
-ส่งหนังในรูปแบบ DVD จำนวน 2 แผ่น (โดยเขียนชื่อผู้กำกับ, ชื่อหนัง และความยาวลงบน DVD ทั้งสองแผ่นให้ชัดเจน) พร้อมชำระค่าสมัครผ่านระบบ paypal หรือ ผ่าน credit card
-เพื่อไม่ให้ถูกเปิดซองระหว่างขนส่ง ให้ระบุหน้าซองว่า For cultural purposes only, no commercial value
แล้วส่งมาที่
Sydney Underground Film Festival
PO Box 202
Summer Hill
N.S.W. 2130 Australia

สอบถามข้อมูลหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.sydneyundergroundfilmfestival.com/

Email: info@suff.com.au

สำหรับการจัดฉายหนังจาก Sydney Underground Film Festival ในเมืองไทย โปรดติดตามข่าวตอนต่อไปจาก ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) http://www.dkfilmhouse.blogspot.com/

24.3.08

THE BIZARRE WORLD OF SHUJI TERAYAMA :โลกพิกลของ ชูจิ เทรายามา

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ DUB SOCIAL ด้วยการสนับสนุนของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ภูมิใจเสนอ . . .

THE BIZARRE WORLD OF Shuji Terayama













THE BIZARRE WORLD OF SHUJI TERAYAMA
โลกพิกลของ ชูจิ เทรายามา

วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 26-27 เมษายน 2551
ณ BANGKOK CODE ถนนสาทรใต้ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สุรศักดิ์

เชิญชมโปรแกรมภาพยนตร์ชุดของผู้กำกับที่ทำหนังได้แปลกเพี้ยนพิลึกพิลั่นมากที่สุดในเกาะญี่ปุ่น เจ้าของผลงานสุดอื้อฉาวหาชมได้ยากอย่าง Emperor Tomoto Ketchup และ Throw Away Your Books, Rally in the Streets เต็มอิ่มไปกับจินตนาการสุดพิสดารพันลึกของเขาจากผลงานหนังและวิดีโอยาวและสั้นตลอดทั้งสองวัน พร้อมเสวนากับ ‘กัลปพฤกษ์’ และ ‘filmsick’ สองนักเขียนรุ่นใหม่จากกลุ่ม Filmvirus และที่สำคัญคือ โปรแกรมนี้ฟรีตลอดรายการ!




แนะนำผู้กำกับ ชูจิ เทรายามา
ชูจิ เทรายามา เป็นศิลปินหัวก้าวหน้าชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงคริสตศตวรรษ 1960’s – 1980’s แต่น่าเสียดายที่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเท่ากับผู้กำกับแหวกกระแสร่วมชาติอย่าง Shohei Imamura, Nagisa Oshima, Yasuzo Masumura หรือแม้แต่ Seijun Suzuki เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1935 ณ จังหวัดเอโอโมริ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นและสูญเสียบิดาไปจากการเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบ ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยอยู่กับญาติที่เมืองมิซาวา ในขณะที่มารดาของเขาต้องไปรับจ้างทำงานให้กับฐานทัพสหรัฐ ณ ต่างเมือง ที่เมืองมิซาวานี้เองที่ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยพื้นที่ว่างหลังจอภาพยนตร์เป็นที่หลับนอน เปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสใกล้ชิดกับสื่อชนิดนี้มาตั้งแต่เด็กโดยปริยาย


เมื่ออายุได้ 19 ปี ชูจิ เทรายามา ก็สามารถสอบเข้าเรียนด้านภาษาและวรรณคดีญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยวาเซดะอันเลื่องชื่อได้ แต่น่าเสียดายที่เขาเกิดล้มป่วยด้วยโรคไตจึงไม่สามารถเรียนต่อให้จบ เขาจึงหันมาประกอบอาชีพเป็นนักเขียนมีผลงานบทกวี นิยาย บทความ บทวิจารณ์ตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ มากมาย ปี ค.ศ. 1967 เขาได้ก่อตั้งคณะละครชื่อ Tenjou Sajiki ซึ่งเป็นคำแปลภาษาญี่ปุ่นของชื่อหนัง Les enfants du paradis (1945) กำกับโดยผู้กำกับฝรั่งเศส Marcel Carne ที่ชูจิ เทรายามาชื่นชอบ เขาและคณะได้เปิดการแสดงละครแนว avant-garde ชิ้นสำคัญหลาย ๆ เรื่องในช่วงปลายยุค 1960’s อาทิ ‘Bluebeard’, ‘Yes’ และ ‘The Crime of Fatso Oyama’


ในช่วงนี้เองที่ ชูจิ เทรายามา เริ่มมีผลงานหนังสั้นเรื่องแรกคือ Catology (ปัจจุบันหนังเรื่องนี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว) ก่อนที่จะมีโอกาสกำกับหนังขนาดยาวสองเรื่องในปี 1971 นั่นคือ Emperor Tomato Ketchup และ Throw Away Your Books, Rally in the Streets ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักกันในวงการหนังทดลองพันธุ์ระห่ำแห่งยุค 1970’s ในทันที หลังจากนั้น ชูจิ เทรายามา ก็มีผลงานทั้งละครเวทีและภาพยนตร์ทดลองทั้งยาวและสั้นต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ กระทั่งโรคไตของเขากำเริบขึ้นมาอีกครั้งและถึงแก่ชีวิตไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1983



ผลงานภาพยนตร์ของชูจิ เทรายามา
ผลงานภาพยนตร์ของชูจิ เทรายามานั้นโดดเด่นไปด้วยงานการกำกับศิลป์ที่มีสีสันฉูดฉาดจัดจ้าน ทั้งในส่วนของการออกแบบฉาก อุปกรณ์ประกอบ รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนักแสดง หนังของชูจิ เทรายามา มักจะเน้นการสะท้อนถึงความเสื่อมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ถูกทำลายด้วยการไหล่บ่าของวัฒนธรรมตะวันตกโดยเฉพาะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตัวละครในหนังของชูจิ เทรายามา จึงมีทั้งที่สวมกิโมโน และชุดสูทสากล และมักจะพอกหน้าพอกตากันด้วยแป้งขาวตามขนบของนาฏศิลป์ญี่ปุ่นและละครใบ้แบบตะวันตก นอกจากนี้หนังของชูจิ เทรายามา ยังมักจะมีการเล่นกับมิติหนังในหลาย ๆ รูปแบบ ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมในการชมภาพยนตร์ของเขาได้อย่างแปลกใหม่น่าตื่นเต้น

โปรแกรมฉายภาพยนตร์



วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551
10.00 – 11.15 น. จดหมายวิดีทัศน์ (Video Letters) ชูจิ เทรายามา - ชุนทาโร ทานิกาวา
12.00 – 13.30 น. ภาพยนตร์เรื่อง Emperor Tomato Ketchup
13.30 – 14.30 น. ร่วมเสวนากับ ‘กัลปพฤกษ์’ นักวิจารณ์รางวัลกองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ ในหัวข้อ ”ความอนาจารในงานศิลปะ กรณีศึกษาจาก Emperor Tomato Ketchup ของชูจิ เทรายามา”
14.30 – 16.30 น. ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 1
17.30 – 20.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Throw Away Your Books, Rally in the Streets

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2551
10.00 – 12.00 น. ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 2
13.00 – 15.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Pastoral: To Die in the Country
15.00 – 16.00 น. ร่วมเสวนากับ ‘filmsick’ นักเขียนจากกลุ่มฟิล์มไวรัสในหัวข้อ “ลีลาประพันธกรของ ชูจิ เทรายามา”
16.00 – 17.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Grass Labyrinth
18.00 - 20.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Farewell to the Ark

หมายเหตุ
1) ขอขอบคุณคุณ Oleg Evnin (Helge 79) เป็นอย่างสูงสำหรับภาพยนตร์อนุเคราะห์ในโปรแกรมนี้
2) เรื่องย่อและโปรแกรมหนังสั้นของชูจิ เทรายามา สามารถติดตามได้ที่ http://dkfilmhouse.blogspot.com/
3) อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตและงานของ ชูจิ เทรายามา ได้ในบทแนะนำภาพยนตร์ฉบับร่ายยาว “โลกพิลั่น ฝันพิลึก ของ ชูจิ เทรายามา” โดย ‘กัลปพฤกษ์’ ในหนังสือ “The 8 Masters แปดผู้กำกับภาพยนตร์ระดับครู” ของ Filmvirus สำนักพิมพ์ openbooks


เรื่องย่อภาพยนตร์

EMPEROR TOMATO KETCHUP (1971)
หนังใต้ดินสุดวินาศสันตะโรที่สมมติสถานการณ์ให้เด็ก ๆ ทั้งหลายยึดอำนาจอธิปไตยผู้ใหญ่ แล้วตั้งกฎหมายใหม่ที่ทุก ๆ อย่างจะต้องเป็นไปตามอำเภอใจของเหล่าเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประหัตประหารบุคลากรทางการศึกษาที่เคยมอมเมาเยาวชนกันด้วยหลักสูตรปัญญาอ่อนที่มีแต่จะบั่นทอนความคิดอันบริสุทธิ์ของพวกเขา การใช้อาวุธยุโธปกรณ์มาบังคับให้พวกผู้ใหญ่ต้องเชื่อฟังในทุก ๆ คำสั่ง ไปจนถึงการทดลองทำกิจกรรมต้องห้ามต่าง ๆ ที่เคยถูกห้ามปรามโดยพวกผู้ใหญ่อยู่เสมอ ผู้กำกับชูจิ เทรายามา ถ่ายทอดจินตนการสุดพิลึกพิลั่นเหล่านี้ด้วยลีลาในการกำกับศิลป์อันแปลกประหลาดพิสดารและจัดจ้านในเวลาเดียวกัน ชวนให้สะเทือนขวัญไปกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างน่าสะพรึง!


THROW AWAY YOUR BOOKS, RALLY IN THE STREETS (1971)
หนังวัยรุ่นปฏิวัติเรื่องเยี่ยมแห่งยุคสมัยของการแสวงหา ที่จะนำพาทุกท่านไปสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตสุดเส็งเคร็งของวาตาชิหนุ่มญี่ปุ่นที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่สมประกอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อจอมถ้ำมอง คุณย่ามือกาว และน้องสาวที่ชอบมีอะไรกับกระต่าย ท่ามกลางเสียงตวาดกราดเกรี้ยวโวยวายด้วยทำนองเพลงร็อคแอนด์โรลอันหนักหน่วงของเหล่าวัยรุ่นในยุค 1970’s ผู้ไม่เคยพอใจต่อสังคมอันจอมปลอม ผู้กำกับชูจิ เทรายามา เล่าเรื่องราวใน Throw Away Your Books, Rally in the Streets ด้วยการละเลงสีสันต่าง ๆ อย่างจัดจ้าน แถมยังมีการเล่นมิติเชิงหนังให้ได้งงงันกันในหลาย ๆ ฉากด้วย ผลงานเด่นหาดูยากเรื่องสำคัญแห่งวงการหนังยุค 70’s ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!


PASTORAL: TO DIE IN THE COUNTRY (1974)
หนังแฟนตาซีสุดพิสดารที่จะมาเล่าขานตำนานในชนบทของเด็กชายวัยแตกเนื้อหนุ่มที่คิดจะลักพาตัวสาวใหญ่ข้างบ้านหนีไปจากสามีของเธอ หนังขัดจังหวะเรื่องราวของหนุ่มละอ่อนรายนี้ด้วยการมาเยือนของคณะละครสัตว์ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยชาวคณะผู้มีลักษณะพิลึกพิลั่น ไม่ว่าจะเป็น คนร่างแคระ นางพญางูเขียว กะเทยทรามในชุดนักเรียนคอซอง หญิงสาวในชุดพองลม รวมถึงลูกคณะสติไม่เต็มเต็งรายอื่น ๆ ก่อนที่หนังจะหักมุมครั้งสำคัญที่คงจะต้องดูกันเองจึงจะรู้ว่าน่าตกตะลึงถึงขนาดไหน ชูจิ เทรายามาถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ใน Pastoral: To Die in the Country ด้วยลีลาการกำกับศิลป์ที่เอิบอิ่มไปด้วยสีสันสุดพิลาศพิไลแถมยังจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างแปลกหูแปลกตาชนิดที่จะหาดูไม่ได้จากหนังเรื่องไหน ๆ หนังเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้า ร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 1975


GRASS LABYRINTH (1983)
เรื่องราวการตามหาเนื้อร้องเพลงพื้นบ้านบทหนึ่งของหนุ่มอากิราที่มารดาของเขาเคยร้องให้ฟัง เขาต้องกลับมายังบ้านเกิดเพื่อสอบถามครูใหญ่ พระประจำอาวาส และบรรดาโสเภณี เพื่อสืบสาวเรื่องราวที่ค้างไว้ในเนื้อเพลงเพลงนั้น สลับกับการย้อนอดีตไปเล่าเรื่องราวการผจญภัยต่อกรกับนางผีร้ายของเขาในวัยละอ่อน ซึ่งจะมาสร้างบรรยากาศทั้งอ่อนหวานและสยองขวัญไปได้พร้อม ๆ กัน หนังขนาดย่อมของ ชูจิ เทรายามา ที่เคยเป็นหนึ่งในสามภาพยนตร์ชุด Private Collections ร่วมกับผลงานของ Just Jaeckin และ Walerian Borowczyk หนังเรื่องนี้มียอดผู้กำกับญี่ปุ่น Juzo Itami ผู้ล่วงลับร่วมแสดง



FAREWELL TO THE ARK (1984)
สร้างจากนิยายเรื่องดัง One Hundred Years of Solitude ของ Gabriel Garcia Marquez ซึ่ง ชูจิ เทรายามา ก็นำมาดัดแปลงเสียจนไม่เหลือเค้า หนังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านในจินตนาการแห่งหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องราวประหลาดพิสดาร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ลักขโมยนาฬิกาชาวบ้านไปฝังทิ้งเพื่อพวกเขาจะได้เป็นผู้ควบคุมเวลาในหมู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว คู่สามีภรรยาที่ต้องหากระดาษมาเขียนชื่อสิ่งของต่าง ๆ แล้วนำไปติดไว้จนทั่วบ้าน หญิงสาวที่ไม่สามารถมีอะไรกับชายหนุ่มได้เพราะเธอไม่มีกุญแจไขตะปิ้งเหล็ก และหลุมลึกลับกลางหมู่บ้านที่ชวนให้สงสัยว่ามีอะไรอยู่ในนั้น Farewell to the Ark เล่าเรื่องราวเหนือจริงต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยท่าทีอ่อนโยนละมุนละไม ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปกับการเฝ้าฝันถึงคืนวันในอดีตที่ยังจะตราตรึงอยู่ในใจเราไปได้ชั่วกาลนาน ผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ออกฉายหลัง ชูจิ เทรายามาเสียชีวิตลงแล้ว


ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 1
The Cage (1964, 11 นาที) เมื่อเวลากลายเป็นเครื่องจองจำอิสรภาพมนุษย์
Butterfly Dress Pledge (1974, 12 นาที) จินตนาการวิปลาสของคนที่อยากจะมีปีกงามอย่างผีเสื้อ!
Rolla (1974, 9 นาที) สามสาวร่านกับการระรานคนดู!
Young Person’s Guide to the Cinema (1974, 3 นาที) บทแนะนำการชมภาพยนตร์ภาคพิสดาร
Labyrinth Tale (1975, 15 นาที) ยินดีต้อนรับสู่ . . . บานประตูวิเศษ
Hoso-tan (1975, 34 นาที) ลำนำแห่งการห้ำหั่นทำลาย
Der Prozess (1975, 34 นาที) เรื่องราวไม่ธรรมดาระหว่างคนกับตะปู


ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 2
Eraser (1977, 20 นาที) เมื่อยางลบลบถูได้ทุกสรรพสิ่ง
Les chants de Maldoror (1977, 30 นาที) หนังสั้นจากงานประพันธ์ “บทขับขานของคนเกลียดมนุษย์”
An Attempt to Describe the Measure of a Man (1977, 19 นาที) งุ่นง่านสะท้านสรีระ
Shadow Film – A Woman With Two Heads (1977, 15 นาที) เงาดื้อ!
Reading Machine (1977, 22 นาที) มาอ่านหนังสือกันเถอะ!
Father (1977, 3 นาที) ชายคนนี้ . . . ผู้เป็นสามีของแม่

22.2.08

ฉายหนังสยองพิลึกของ Shuji Terayama

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ขอเชิญชม


Bizarre World of Shuji Terayama

หนังพิกลของ ชูจิ เทรายาม่า

วันที่ 26-27 เมษายน 2551
เวลา 10.00 น.-18.00 น.

ฉายที่ บางกอกโค้ด ถ. สาทร (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์)



อ่านเกี่ยวกับ ชูจิ เทรายาม่า เขียนโดย กัลปพฤกษ์ เพิ่มเติมได้ในหนังสือ The 8 Masters ของ filmvirus / openbooks

รายละเอียดเรื่องย่ออ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เร็ว ๆ นี้ และ นิมิตวิกาล





เทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเตรียมบุกไทย

เทศกาลประกวดหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเตรียมบุกไทย

เทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest

Tropfest

ทรอพเฟสท์ เป็นเทศกาลหนังสั้นที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยมีผู้ส่งหนังเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมากที่สุด ทรอพเฟสท์เป็นเทศกาลหนังสั้นที่จัดฉายขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ในสถานที่สาธารณะกลางแจ้งต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลีย โดยเปิดให้ผู้ชมที่สนใจเข้าชมฟรี


คำแนะนำในการส่งหนังเข้าประกวด

- ความยาวไม่เกิน 7 นาที
- ไม่เคยจัดฉายที่ใดมาก่อนส่งเข้าประกวด
- จะต้องมีสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่ทรอพเฟสท์กำหนดขึ้นปรากฏอยู่ในหนังเพื่อแสดงให้เห็นว่าหนังเรื่องนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเข้าร่วมประกวดในเทศกาลทรอพเฟสท์เท่านั้น

ประวัติย่อ

เทศกาลหนังสั้นทรอพเฟสท์จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1990 เมื่อจอห์น พอลสันได้จัดงานฉายหนังสั้นของตนเองขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆ และครอบครัวของเขาชมที่ ทรอพพิคาน่า คาเฟ่ ในย่านดาร์ลิงเฮอร์สท ของเมืองซิดนีย์ โดยในครั้งนั้นมีผู้ชมจำนวนประมาณ 200 คน จากยอดผู้ชมที่สนใจชมการฉายหนังสั้นครั้งแรก จอห์นจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดเทศกาลหนังสั้น ซึ่งนำมาสู่การจัดเทศกาลหนังสั้น ทรอพพิคาน่าขึ้นในปี ค.ศ.1993

สำหรับในปีที่ 16 นี้ เทศกาลทรอพเฟสท์ได้เปิดโอกาสให้กับผู้สร้างหนังอย่างกว้างขวางในการจัดฉายหนังในเทศกาลหนังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นระดับโลก ในแต่ละปีมีผู้ส่งหนังสั้นเข้าประกวดกว่า 600 เรื่อง หนังสั้น 16 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้ายจะนำมาจัดฉายรอบปฐมทัศน์แก่ผู้ชมกว่า 150,000 คนผ่านดาวเทียมโดยพร้อมเพรียงกันในเมืองซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน แคนเบอร์ร่า เพิร์ท โฮบาร์ต อะดิเลด และภูมิภาคต่างๆ ของออสเตรเลีย

สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลหนังสั้นทรอพเฟสท์คือการมีส่วนร่วมของผู้ที่อยู่ในแวดวงหนังจากทั่วโลก ในปีที่ผ่านๆ มา มีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในออสเตรเลียและในระดับนานาชาติให้การสนับสนุนเทศกาล โดยผู้ตัดสินชื่อดังในปีที่ผ่านๆ มา ประกอบด้วย

- ซาลมา ฮาเย็ค - จอช ลูคัส
- นิโคล คิดแมน - แซม นีล
- คีอานู รีฟส์ - แกเบรียล ไบรอัน
- แซมูแอล แอล แจ็คสัน - เจสสิก้า เบล
- เจฟฟรี่ย์ รัช - โรส เบิร์น
- รัสเซล โครว์ - จอร์จ มิลเลอร์
- โทนี่ คอลเล็ต - บาส เลอห์มานน์
- จอห์น วู - แคลเธอรีน มาร์ติน
- ยวน แม็คเกรเกอร์ - เดวิด เวนแฮม

เทศกาลทรอพเฟสท์ดึงดูดหนังสั้นจากผู้สร้างหนังที่มีฝีมือและอายุหลากหลาย นอกจากนี้ยังดึงดูดผลงานจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกทั้งใกล้ไกล ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลี นอร์เวย์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้และสหรัฐอเมริกา

ทรอพเฟสท์ได้เพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการผลิตผลงานหนังที่มีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการต่างๆ หลากหลายผ่านบริษัท ทรอพอิงค์ เพื่อช่วยให้ผู้สร้างหนังได้ทำตามความใฝ่ฝันในการผลิตหนัง ยกตัวอย่างเช่น โครงการหนังเรื่องยาวทรอพเฟสท์ โครงการ Tropfest@Tribeca (ซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่าทรอพเฟสท์ นิวยอร์ค) โครงการมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซูเปอร์ชอร์ท ซีรี่ส์ และโครงการทรอพ จูเนียร์


ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.tropfest.com/

ติดตามข่าวเทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest ได้เร็ว ๆ นี้ที่ นิมิตวิกาล และ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

21.1.08

ปฏิบัติการถูกแต่ดี . . . หนังอเมริกันอินดี้ทุนสมอง

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เสนอ

$ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $

PRECIOUS BUT CHEAP: The Hidden Gems of American Independent Cinema
ปฏิบัติการถูกแต่ดี . . . หนังอเมริกันอินดี้ทุนสมอง

$ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $

ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
ชมฟรีทั้งรายการ (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

HOLLYWOOD ไม่ใช่อเมริกา และ อเมริกาก็ไม่ใช่ HOLLYWOOD!
ถึงแม้ว่าหนังจาก HOLLYWOOD จะน่าเบื่อขนาดไหน แต่ก็ใช่ว่าหนังอเมริกันจะต้องตื้นเขินฉาบฉวยไปด้วยเสียทั้งหมด โปรแกรมหนังอเมริกันอินดี้ชุดนี้คงพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า แม้นจะไม่มี Studio หนุนหลัง ไม่มีดาราดัง ๆ หรือผู้กำกับจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีหนังอเมริกันอีกหลายเรื่องที่สามารถสร้างความ 'พิเศษ' ในตัวเองออกมาได้จากทุนสมองของคนทำโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำเงิน!

อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้ไร้สี
12.30 น. Little Fugitive (1953) กำกับโดย Ray Ashley, Morris Engel และ Ruth Orkin
14.30 น. Judy Berlin (1999) กำกับโดย Eric Mendelssohn

อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้สตรี
12.30 น. Wanda (1970) กำกับโดย Barbara Loden
14.30 น. Sleepwalk (1986) กำกับโดย Sara Driver

อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้บุรุษ
12.30 น. Two-Lane Blacktop (1971) กำกับโดย Monte Hellman
14.30 น. Your Three Minutes Are Up (1973) กำกับโดย Douglas Schwartz

อาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้หลุดโลก
12.30 น. Glen and Randa (1971) กำกับโดย Jim McBride
14.30 น. Normal Love (1963) กำกับโดย Jack Smith

Little Fugitive (1953) / Ray Ashley, Morris Engel และ Ruth Orkin


Joey เด็กน้อยที่ทั้งอ่อนวัยและไร้เดียงสา เข้าใจว่าเขาได้ฆ่าพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองตายไปเสียแล้วจากการเล่นซุกซน ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ Joey จึงต้องแอบหนีไปเที่ยวสวนสนุก Coney Island ตามลำพังเสียเลย การผจญภัยผ่านวันและคืนท่ามกลางผู้คนมากมายกับการหารายได้จากการเก็บขวดเปล่าเอาค่ามัดจำของเด็กน้อย Joey จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าประทับใจ ภาพยนตร์ American Independent Cinema ยุคแรก ๆ ท่ามกลางกระแสหนังจากสตูดิโอใหญ่ยักษ์ของ Hollywood ในทศวรรษ 1950's ที่เหมือนจะถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย หนังชนะ รางวัลสิงโตเงินจากการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสปี 1953

Judy Berlin (1999) / Eric Mendelssohn


เชื่อหรือไม่ว่า สุริยุปราคา สามารถดลใจให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ในหลืบลึกที่สุดของหัวใจออกมาได้ ภาพยนตร์แสนพิสุทธิ์สุดวิเศษของผู้กำกับ Eric Mendelssohn จะพาไปค้นหาคำตอบกับเรื่องราวความเป็นไปของชาวเมือง New Jersey กลุ่มเล็ก ๆ อันประกอบไปด้วยครูสาวที่แอบมีความสัมพันธ์กับครูใหญ่ที่แต่งงานมีภรรยาแล้ว และนักแสดงสาวกับผู้กำกับหนุ่มที่กำลังไล่ล่าหาความฝันของตัวเอง และเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ในวันที่ดวงจันทร์จะเคลื่อนไปบังดวงอาทิตย์ กับหนังขาวดำร่วมสมัยที่ถ่ายทอดภาพชีวิตของชาวอเมริกันในเมืองเล็ก ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความมืดมิดของสุริยุปราคาได้อย่างน่าตะลึงพรึงเพริด

Wanda (1970) / Barbara Loden


ผู้กำกับ Barbara Loden รับบทนำเป็น Wanda หญิงอเมริกันที่ชีวิตได้จมดิ่งลงสู่ขีดสุด เธอไม่มีงานประจำและยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาซื้อบุหรี่และเหล้า ด้วยความไม่เอาไหนขนาดสามีและลูก ๆ ก็ยังทอดทิ้งไม่ยอมดูแล จนวันหนึ่งเธอก็ได้พบกับ Dennis บุรุษลึกลับซึ่งชักชวนเธอให้ประกอบอาชญากรรมครั้งสำคัญ Wanda จะตัดสินกับชีวิตของเธออย่างไร? หนังอินดี้อเมริกันที่เข้มข้นไปด้วยความสมจริงของการถ่ายทำและการแสดงที่น่าเชื่อถือย่างเป็นธรรมชาติ

Wanda เป็นงานกำกับเรื่องเดียวในชีวิตของ บาบาร่า โลเด้น ภรรยาของ ผู้กำกับ อีเลีย คาซาน (On the Waterfront) เรย์ คาร์นี่ย์ อาจารย์สอนวิชาภาพยนตร์ปากจัดแห่งมหาวิทยาลัยบอสตั้น ยกย่อง Wanda ให้เข้าขั้น 1 ในสุดยอดภาพยนตร์ตัวอย่างของโลกที่นักวิจารณ์หนังส่วนใหญ่มองข้าม

Sleepwalk (1986) / Sara Driver


หนังพล็อตประหลาดเกี่ยวกับ Nicole หญิงสาวชาวนิวยอร์คที่ต้องถอดความเทพนิยายจากอักขระจีนโบราณมาเป็นภาษาอังกฤษ ระหว่างที่เธอกำลังแปลอยู่นั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเทพนิยายก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวเธออย่างน่าประหลาด สิ่งที่เห็นจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงจินตนาการ และเธอจะรับมือกับปาฏิหาริย์กันเหลือเชื่อเหล่านั้นกันอย่างไร หาคำตอบได้จากหนังแฟนตาซีอเมริกันชวนฝันขวัญผวาเรื่องนี้

นี่คือหนังของ ซาร่า ไดรเวอร์ ผู้เคยสร้างชื่อจากการกำกับหนังขนาดสั้น You are Not I และเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังอินดี้เรื่องดัง Stranger than Paradise ให้ จิม จาร์มุช (ผู้กำกับ Broken Flowers) สามีของเธอ

Two-Lane Blacktop (1971) / Monte Hellman


หนังคัลท์สุดมันจากยุค 70's ผลงานการกำกับของ Monte Hellman เจ้าของหนังคาวบอยแนวพิลึกอย่าง Ride in the Whirlwind (1965) และ The Shooting (1967) สำหรับ Two-Lane Blacktop นี้ผู้กำกับ Hellman ก็ขอเปลี่ยนจากการขี่ม้ามาเป็นการแข่งรถซิ่งข้ามรัฐระหว่าง The Driver และ The Mechanic สองสิงห์ตีนผีด้วยรถ 1955 Chevy ที่มียานพาหนะของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเดิมพัน หนังตระกูลแข่งความเร็วเรื่องสำคัญที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่องศาของเข็มบนหน้าปัดมิเตอร์
อ่านเกี่ยวกับงานอื่น ๆ ของผู้กำกับ มอนตี้ เฮลแมน ได้ที่ นิมิตวิกาล:
http://twilightvirus.blogspot.com/2008/01/monte-hellman.html

Your Three Minutes Are Up (1974) / Douglas Schwartz

หนัง Road Movie ค้นหาตัวตนของสองสุภาพบุรุษ รายหนึ่งเป็นพนักงาน office ต๊อกต๋อย อีกรายหนึ่งเป็นหนุ่มรักอิสระที่วางตัวเหนือกฎเกณฑ์ทั้งมวล เมื่อสหายทั้งสองได้เดินทางไกลร่วมกัน การเริ่มเรียนรู้ชีวิตซึ่งกันและกันจึงเริ่มต้นขึ้น จากเรื่องราวการแสวงหาความหมายของชีวิตของผู้คนในยุค 70's ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใหม่ แต่ผู้กำกับ Douglas Schwartz ก็ยังอุตส่าห์หาวิธีทำให้หนังเรื่องนี้ยังมีความแตกต่างจนได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของ Sideways (2004) โดย Alexander Payne

Glen and Randa (1971) / Jim McBride


Glen และ Randa สองหนุ่มสาววัยรุ่นผู้รอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก ได้เห็นสภาพเมืองใหญ่ในอดีตจากหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่ง พวกเขาจึงเริ่มต้นออกเดินทางหาเมืองอันสุดแสนจะศิวิไลซ์แห่งนั้น แล้วพวกเขาจะหาเจอกันไหมเนี่ย? หนัง Sci-Fi ทุนต่ำของผู้กำกับ Jim McBride เจ้าของงานสารคดีตอแหล David Holzman's Diary (1967) ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ

หนังเรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมเป็นพิเศษทั้งจาก โรเบิร์ต เร้ดฟอร์ด (River Runs Through It, Lions for Lamb) และ Time Magazine ว่ามันคือ 1 ในหนังที่เยี่ยมยอดและสร้างสรรค์สูงสุดแห่งปี
(อ่านเกี่ยวกับ จิม แม็คไบร์ด ได้ใน ฟิล์มไวรัส 5; ปฏิบัติการหนังทุนน้อย)

Normal Love (1963) / Jack Smith


เทพนิยายไร้เรื่องราวสุดเปรี้ยวของผู้กำกับ Jack Smith เจ้าของผลงานหนังใต้ดินสุดอื้อฉาว Flaming Creatures (1963) ที่จะนำพาเราไปสัมผัสกับจินตนาการพิสดารของตัวละครพันธุ์พิลึก ไม่ว่าจะเป็น เงือกสาวไฮโซ มนุษย์แมงมุมพุงโต นางพญางูเห่าจ้าวอสรพิษ และเหล่าผองเพื่อนที่จะมาเฮฮาปาร์ตี้ล้างบางกันบนเวทีกลางทุ่งกันอย่างสันตะโร ด้วยลีลาการกำกับศิลป์แบบ Queer Art แสนจะวิลิศมาหราโดยเฉพาะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ช่างดีไซน์ออกมาได้เลิศสุดฤทธิ์

7.1.08

Top 10 Artvirus ส่งท้ายปี 2007

Top 10 Artvirus ส่งท้ายปี 2007

วนมาอีกครั้ง (สุดท้าย) กับ Top 10 Artvirus ด้วยการรวมแรงจากสมาชิกทีมงาน ฟิล์มไวรัส และเพื่อนพ้อง เข้ามาร่วมกันบอกกล่าวความลับความชอบสุดขีดคลั่งในใจประจำปี 2550 (เวอร์ไปนั่น)

อ่าน Top 10 Artvirus ของรักของชอบเรื่อง หนัง-ละครเวที-ศิลปะ:
http://www.onopen.com/2008/02/2502


คราวหน้าเตรียมพบโฉมหน้าใหม่ของ นิมิตวิกาล ฉบับสั้น! http://www.twilightvirus.blogspot.com/

ภาพประกอบ (บน) จากละครเวที เมื่อผมหลับในคืนปฏิวัติ ของคณะหน้ากากเปลือย

ภาพประกอบ (ล่าง) จากหนัง Eden And After ของ Alain Robbe-Grillet คัดเลือกโดย filmsick

อ่าน Alain Robbe-Grillet ได้ที่: http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/alain-robbe-grillet.html

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia