31.10.07

จำหน่ายหนังสือ "สัตว์วิกาล" ของ เจ้ย - - - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในงานฉายหนัง แสงศตวรรษ

Unknown Forces: The Illuminated Art of Apichatpong Weerasethakul

the book will be available on 16, 17 November 2007 at the screening of Syndromes and a Century, Alliance Francaise, Bangkok

หนังสือ สัตว์วิกาล : ภาพเรืองแสงของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

จัดพิมพ์โดยทีมงาน Filmvirus และ openbooks

15.10.07

The Mother and The Whore

The Mother and The Whore

นี่ก็ผู้กำกับที่ World Film น่าจะพิจารณาคัดมาจัดเป็น Retrospective ในปีหน้า
หนังของผู้กำกับ Jean Eustache ซึ่งเป็นอีก 1 ในผู้กำกับคนสำคัญของฝรั่งเศสที่ชีวิตสั้นนัก และสาเหตุหลักที่เขาไม่มีชื่อเสียงเท่าที่ควร น่าจะเป็นเพราะเขาสนใจ ทำหนังเกี่ยวกับชีวิตคน มากกว่าทำหนังอารมณ์เท่

ผลงานของเขาที่เราสมควรทำความรู้จักก็ได้แก่ Les Mauvaises fréquentations (1963), Le Père Noël a les yeux bleus (1966), La Maman et la putain (1973), Mes petites amoureuses (1974), Une sale histoire (1977) และ Les Photos d'Alix (1980)

ระหว่างรอการพิจารณาของท่านกรรมการก็ดูเรื่อง La Maman et la putain (The Mother and The Whore /1973) ของโปรแกรมภาพยนตร์ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ไปพลาง ๆ ก่อน หนังหาดูได้ยากมากเรื่องนี้เข้าใจว่าเมืองนอกยังไม่มีออกแผ่นดีวีดีบรรยายอังกฤษ ฉายให้ชม วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2550 เวลา 12.30 น. ที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ (ชมฟรี เช่นเคย)

เรื่องนี้ใครที่เคยประทับใจ Jean-Pierre Leaud จากหนังหลายเรื่องของ ฟรองซัวส์ ทรุฟโฟต์อย่าง The 400 Blows, Stolen Kisses อยากให้ลองมาชม เพราะเป็นผลงานการแสดงที่จริงที่สุดตั้งแต่เขาแสดงหนังมา

La Maman et la putain (The Mother and The Whore) ได้รับรางวัล Grand Prix และ International Critics’ Prize ที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ และได้รับการยกย่องมากจากคนทำหนังระดับหัวแถวของโลก
*** อ่านแนะนำหนังเพิ่มเติมได้จากบทความของ ธเนศน์ นุ่นมัน ในหนังสือ Filmvirus ตอน 151 Cinema (สนพ. Openbooks)

10.10.07

อิทธิฤทธิ์ของ Fred Kelemen ที่งาน World Film BKK 2007

อิทธิฤทธิ์ของ Fred Kelemen ที่งาน World Film Bangkok 2007

All About Fred Kelemen in World Film Festival of Bangkok 2007

สืบเนื่องจากรายการ Fred Kelemen Masterclass ตอน 2
http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/10/fred-kelemen-masterclass-2.html

และบทความ ราตรีวิเวกกับ Fred Kelemen ใน “นิมิตวิกาล”
http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/fred-kelemen.html

โปรแกรมภาพยนตร์ของ Fred Kelemen ที่ Esplanade Cineplex
Fallen (Krisana) ฉายวันที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลา 17. 40 น. และรอบสองวันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 20.20 น. (เฉพาะรอบสองมีพูดคุยกับผู้กำกับ Fred Kelemen)

หนังของ Bela Tarr ที่ Fred Kelemen เป็นผู้กำกับภาพ คือเรื่อง The Man from London ฉายวันที่ 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา 20.10 น. และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา 15.30 น.

8.10.07

Smoking / No Smoking หนังรางวัลหมีเงินที่เบอร์ลิน


Smoking / No Smoking - สูบไม่สูบ

ทำไมผู้กำกับ Alain Resnais (เจ้าของหนังดังอย่าง Hiroshima Mon Amour, Last Year at Marienbad, Muriel, Fear in Public Places) จึงชอบจับคู่กับนักแสดงเจ้าประจำอย่าง Sabine Azéma และ Pierre Arditi (และบ่อยครั้งรวมถึง André Dussollier) พบคำตอบได้ในหนัง 298 นาที ในหนัง 2 ตอนประกบกันเรื่อง Smoking และ No Smoking ซึ่งแสดงถึงเส้นชีวิต 2 เส้นทางที่จะผันแปรไปอย่างหน้ามือและหลังมือ เพียงเพราะตัวละครเลือกที่จะสูบ หรือ ไม่สูบบุหรี่ ดัดแปลงจากบทละครอังกฤษเรื่อง Intimate Exchange ของ Alan Ayckbourn

หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับ Alain Resnais ได้รับรางวัลหมีเงินจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน รวมทั้งหลายรางวัล Caesar จากฝรั่งเศส
กำหนดฉายในโปรแกรม ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2550 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตามโปรแกรมข้างล่างนี้:

6.10.07

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok (ตอน 2)

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok (ตอน 2)


ความเดิมจาก Fred Kelemen Masterclass in Bangkok ตอน 1:

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/09/fred-kelemen-masterclass.html

(กรุณาอ่านบทสัมภาษณ์ของ Fred Kelemen โดย สนธยา ทรัพย์เย็น ได้จากหนังสือ “ฟิล์มไวรัส เล่ม 2” หรืออ่านบทความแนะนำตัว เฟรด เคเลเม็น จาก http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/fred-kelemen.html)


ราตรีวิเวกของ เฟรด เคเลเม็น
Fred Kelemen Master Class

จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส), สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, พระจันทร์เสี้ยวการละคร และ The World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 5



ขอเชิญร่วมงาน เฟรด เคเลเม็น มาสเตอร์คลาส ยอดผู้กำกับชาวเยอรมัน ซึ่งถือเป็นเจ้าของผลงานภาพยนตร์ศิลปะที่น่าจับตามองที่สุดในโลกภาพยนตร์ปัจจุบัน หนังหลายเรื่องของเขาได้รับความชื่นชมทั่วโลก หนังใหญ่เรื่องแรกของเขาคือเรื่อง Fate ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 150 อันดับสุดยอดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ 90 (ลำดับที่ 59) ที่ไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา จากการคัดเลือกของนิตยสาร Film Comment
(อ่านอันดับหนังต่างๆ ได้ที่ http://www.filmlinc.com/fcm/7-8-97/poll2.htm)

หลายประเทศได้เคยรวบรวมผลงานของเขาทั้งหมดจัดฉายแบบยกชุด ทั้งในยุโรป, นิวยอร์ค อเมริกา และ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกทั้งเขายังเป็นอาจารย์สอนภาพยนตร์ และละครเวทีที่ประเทศสเปน และแลตเวียอีกด้วย



นอกจากชมผลงานภาพยนตร์ที่หาดูได้ยาก รวมทั้งผลงานด้านการกำกับละครเวทีเรื่อง Fahrenheit 451 และ Desire Under the Elmes แล้ว ในงานครั้งนี้ เคเลเม็น จะร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาภาพยนตร์ นักการละครเวที และผู้ชมชาวไทยอย่างใกล้ชิด

ฟรีตลอดงาน วันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน 2550 ที่ สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ และ วันที่ 7 - 8 พฤศจิกายน 2550 ที่ ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.-18.00 น.

ส่วนผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Krisana (Fallen) และงานถ่ายภาพใน The Man from London (กำกับโดย Bela Tarr) นั้นจัดฉายเป็นส่วนหนึ่งในงาน World Film Festival of Bangkok ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2550 ที่โรงภาพยนตร์ Major Esplanade เช็คโปรแกรมได้ที่ http://www.worldfilmbkk.com/


ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพยนตร์ ของ Fred Kelemen
(ดัดแปลงจากบทความแปลของ Madame MDS)

Fate เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของ Fred Kelemen ซึ่งได้รับการยกย่องมากจาก Susan Sontag กวี และนักเขียนชื่อดัง ในขณะที่ เอ็ด ฮอลเทอร์ นักวิจารณ์ของนิตยสารวิลเลจ วอยซ์ ของสหรัฐกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ภาพยนตร์แนว Dogme (ภาพยนตร์ที่ต่อต้านการปรุงแต่งในทุกๆ ด้านของผู้กำกับดัง Lars von Trier) ดูเหมือนเป็นภาพยนตร์กระแสหลักไปเลย ทั้งนี้ Fate มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มผู้อพยพชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลินและเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา โดยโครงสร้างของเรื่องมีลักษณะคล้ายสารคดีในขณะที่งานด้านภาพในเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายกับตกอยู่ในความฝัน ซึ่งลักษณะที่ขัดแย้งกันนี้เหมาะสมอย่างมากในการนำเสนอตัวละครในเรื่องที่ดื่มเหล้าอยู่ตลอดเวลา


Frost เป็นภาพยนตร์โทนหดหู่ที่พูดถึงประเด็นเรื่องการดำรงอยู่ของตัวตน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับมารีแอนน์ ผู้หญิงที่หลบหนีสามีผู้โหดร้ายและขี้เมาในช่วงคริสต์มาส เธอพาลูกชายเดินทางไปทางทิศตะวันออกผ่านหมู่บ้านที่ทรุดโทรมและภูมิประเทศที่เวิ้งว้างในช่วงฤดูหนาวเพื่อกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเอง และในระหว่างทางทั้งสองก็ถูกผู้คนรอบข้างเอารัดเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ แต่ในที่สุดมารีแอนน์ก็ได้พบกับความอบอุ่นทางใจในช่วงสั้นๆ ในโรงแรมราคาถูก


Nightfall(Abendland) เปิดเรื่องด้วยการผสมผสานฉากลองเทค (ภาพที่ถ่ายด้วยระยะไกล) ที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 35 มม. เข้ากับฉากโคลสอัพที่ถ่ายด้วยกล้องวีดีโอ และมีจุดร่วมเหมือนกับ Frost และ Fate ตรงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอโลกที่หดหู่และซึมเศร้าและมนุษย์ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานเหมือนกัน

เอ็ด ฮอลเทอร์ตั้งข้อสังเกตว่าภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องของเคเลเม็นมีจุดเด่นที่การใช้ดนตรีโฟล์คและป็อปมาช่วยสร้างอารมณ์กดดันให้กับเรื่อง โดยใน Fate นั้นเคเลเม็นใช้ดนตรียิปซีที่เล่นด้วยแอคคอร์เดียนของรัสเซีย ส่วนใน Frost นั้น เคเลเม็น ใช้ดนตรีแทงโก, คันทรี และเพลง Mandy ของแบร์รี แมนิโลว์ มาช่วยสร้างอารมณ์อันโศกเศร้า ในขณะที่ Nightfall ใช้ดนตรีฟาโดของโปรตุเกส


เคเลเมนกล่าวว่าภาพยนตร์ของเขายึดหลักการของ “ความไม่บริสุทธิ์” (impurity) ทั้งในทางสุนทรียศาสตร์และทางการเมือง และกล่าวเสริมว่า “ความบริสุทธิ์เป็นมายาคติที่สร้างความเจ็บปวดให้กับโลกนี้มามากแล้ว” ดังจะเห็นได้จากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเชื่อเรื่องการสร้างชาติพันธุ์ที่บริสุทธิ์, ประเทศชาติที่บริสุทธิ์ หรือความเชื่อทางศาสนาที่บริสุทธิ์ นอกจากนี้ คำพูดของเขายังพาดพิงไปถึงความเชื่อเรื่องสไตล์การสร้างภาพยนตร์แบบตายตัว ซึ่งความเชื่อนี้เองที่เป็นอุปสรรค์ขัดขวางไม่ให้ศิลปะภาพยนตร์ได้รับการพัฒนา

เอ็ด ฮอลเทอร์ยังให้ความเห็นอีกด้วยว่าถึงแม้ภาพยนตร์ของเคเลเม็นจะนำเสนอความว่างเปล่าทางจิตใจ แต่กลับเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งมาก

1.10.07

Nina Menkes in Bangkok


Nina Menkes in Bangkok
Her new film “Phantom Love” at the 5th World Film Festival of Bangkok 2007

อีกกี่ชาติที่เราจะได้ดูหนังของ นินา เม็นเคส เจ้าแม่หนังอาร์ตอินดี้จากอเมริกา

แต่นี่เราจะได้ดูผลงานหนังขาวดำสุดแจ่ม (เรื่องใหม่ล่าสุด) ของ Nina Menkes เรื่อง Phantom Love บนจอภาพยนตร์โรงหนัง Major Esplanade

อ่านบทความ “เสียงกรีดกร้าวจากรังไข่ของนางมาร” ของ filmvirus ได้ที่
http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/phantom-love.html

วงกตแห่งเนื้อนางของ Alain Robbe-Grillet

วงกตแห่งเนื้อนางของ Alain Robbe-Grillet

ขอเชิญติดตามแกะรอยจิ๊กซอว์ภาพยนตร์ ของ อแลง รอบบ์-กรีเยต์ ได้ที่:
http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/alain-robbe-grillet.html

หรือ อ่านบทความขนาดยาวเกี่ยวกับ Alain Robbe-Grillet ได้จาก ฟิล์มไวรัส เล่ม 1


ชมฟรี-โปรแกรมภาพยนตร์ของ อแลง รอบบ์-กรีเยต์
วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม 2550 ที่สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)
เวลา 12.30 น. Trans Europ-Express
เวลา 14.30 น. La Belle Captive

Blog archive

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia