17.1.10

หวานฝัน วันวานร - Lopburi, Mon Amour

ขณะที่มีคนอ่านข้อความนี้ ข้าน้อยก็คงจะลาจรไปปักหลักเก็บข้อมูลทำบทหนังอยู่ลพบุรีเป็นที่แน่นอนแล้ว อย่างน้อยประมาณ 3 เดือนจากนี้คงไม่มีการอัพเดทอะไรเพิ่ม งดดูหนัง - งดการฉายหนัง - งดการจัดทำหนังสือ ทั้ง filmvirus และ bookvirus แต่จะเป็นชั่วคราวหรือตลอดไป ตัวเองยังสงสัย ก็โปรเจ็คท์หนังสือที่ดองเองและถูกสนพ. ดองก็ยังมีอยู่น่ะ หวังว่าทางโอเพ่นคงจัดพิมพ์ออกมาในเร็ววัน แอบหวังด้วยว่าคงจะมีคนรีวิวหนังสือบ้างสักนิดหนึ่ง

กำแพงวังนารายณ์ที่ลพบุรีกำลังทาสีใหม่ เป็นเรื่องที่แย่ที่สุดของคนที่อยากจะถ่ายกำแพงเก่า เท่าที่ทราบจากคุณ โดม สุขวงศ์ ผู้เป็นที่เคารพรักแห่งหอภาพยนตร์แห่งชาติ ยังไม่เคยมีใครถ่ายหนัง fiction ความยาวปกติที่ถ่ายในลพบุรีเลยสักที หลายครั้งมันแค่มีคุณค่าเป็นเพียงเมืองผ่านทาง มันเป็นความฝันสูงสุดในชีวิตของข้าน้อยเลยทีเดียวที่จะทำหนังสักเรื่องที่ถ่ายหนังที่นั่น ให้เป็นลพบุรีในความรักความศรัทธาแบบที่ฝัน ถึงจะเป็นจินตนาการส่วนตัวที่ยัดเยียดบ้างก็เถอะ แต่ก็จะพยายามคงความเป็นเมือง ความเป็นท้องถิ่น ไม่ให้เสียวิญญาณผู้คนที่นั่นมากนัก เพราะในชีวิตบูดเบี้ยวนี้มีโครงการหนังเพียง 2 เรื่องเท่านั้น ที่มีความหมายส่วนตัวอย่างมากจริง ๆ และเรื่องนี้ก็คืออันหนึ่งในสองเรื่องที่ว่า ที่หากไม่ได้ทำออกมาคงรู้สึกชีวิตที่ผ่านมาไร้ค่าสิ้นดี โอเค ถ้าหาสตางค์ถ่ายไม่ได้ ก็เอาแค่ได้บทหนัง หรือทำเป็นหนังสือการ์ตูนน่ะ

ในฐานะของคนที่โตมาในยุคที่หนังไทยคุณภาพแทบทุกเรื่องมักจะได้ชื่อว่าสร้างจากนวนิยาย แต่ ฟิล์มไวรัส ก็ยังย้ำเน้นถึงการทำหนังแบบหนังบริสุทธิ์ที่ปฏิเสธอิทธิพลของวรรณกรรม และโปรหนังแบบ pure cinema อยู่บ่อยครั้ง ไอเดียหนังเรื่องนี้ ‘หวานฝันวันวานร’ หรือ Dream of the Red Monkeys อาจเชย ตกยุค คบชู้กับพล็อตเรื่องมากมาย และอาจจะฟังดูขัดแย้งกับสิ่งที่ ฟิล์มไวรัส มักเทศนา แต่ก็นั่นล่ะ จะเป็นหนังเล่าเรื่อง หรือหนังไร้เรื่อง จะมีกระบวนท่า หรือไร้กระบวนท่า กระบี่บิน คุมกระบี่ เหนือกระบี่ หรือไร้กระบี่ อันนั้นเอาไว้ให้นักวิจารณ์ตัดสิน

ใครตัดต่อหนังเป็นบอกที อยากได้คนช่วยตัด MV ในระบบภาพ AVCHD

23.12.09

DK filmhouse (filmvirus) แตกเนื้อสาว 15


ฉลองผ่าน 13 ปีไปหยก ๆ แต่หลังคริสต์มาสนี้ บ้านหนังด้อยโอกาสของเราก็จะผ่าน 14 ปีไปอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่น่าเชื่อว่า ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่เปิดทำการเมื่อปี 2538 มาบัดนี้กำลังจะขึ้นปีที่ 15 แล้ว! นี่เราอยู่เกะกะคนไทยมานานขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ปีนี้เราไม่มีทุนรอนที่จะจัดฉลองพิเศษแฮปปี้เบิร์ธเดย์หรืออะไร แต่ก็อยากจะขอบคุณเพื่อน น้อง ๆ และคนดูหนังทุกคนที่ทำให้ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ยืนหยัดยาวนานมาจนป่านนี้ ที่จริงแว่วจะจอดไปตั้งแต่สองปีที่แล้ว แต่ก็ดันทุรังไปได้เรื่อยเปื่อย ก็เพราะแรงถีบหลังที่สมาชิกชาวเราจัดหาให้มากันและกันแท้ ๆ ขอขอบคุณเพื่อนทุกท่านที่ร่วมสนับสนุนแรงงานทาสอย่างด้วยดีมาโดยตลอด ปีหน้าก็เช่นกัน พวกคุณก็จะไม่ได้ค่าแรงเช่นเดิม เพื่อชาติ เพื่อสาธารณะ เอ้า ท่องไว้ให้มั่น!

20.12.09

รายการหนังสือภาพยนตร์ชุด FilmVirus และ BookVirus


รายการหนังสือวรรณกรรม BookVirus เล่ม 1 – เล่ม 5

หนังสือชุด FilmVirus เล่ม 1 – เล่ม 5 และฉบับพิเศษอื่น ๆ

ตรวจสอบรายการทั้งหมดที่: http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/08/dk-filmhouse.html และรายละเอียดในแต่ละเล่ม ได้ที่ : http://www.onopen.com/2007/02/1636 และความเห็นเกี่ยวกับ bookvirus 06 เล่ม "นางเพลิง":
https://www.blogger.com/comment.g?blogID=1853381991583228949&postID=865387530732983655

12.12.09

FILMVIRUS On Tour มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ จามจุรีแกลเลอรี่

FILMVIRUS SHORTS : PROTOTYPE @ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชวนคุณชมหนังสั้นหลากสายพันธุ์ (พิสดาร) จากทั่วมุมโลก เปิดหูเปิดตาต้อนรับฤดูหนาวให้ชวนระทึก!
ฉายแน่ที่เทศกาลภาพยนตร์ฤดูหนังฤดูหนาว ไม่วันที่ 13 ก็ 14 ตุลาคมนี้ ที่ ลานพระพิฆเณศ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ สี่ทุ่ม (22.00น.) เป้นต้นไป

Sherlock Jr. (Buster Keaton/1924/US) 45 mins
หนังเล่าเรื่องคนฉายหนังที่อยากเป็นนักสืบ ยามว่างจากการเปลี่ยนม้วนฟิล์ม เขาจะนั่งอ่านหนังสือคู่มือการเป็นนักสืบ พ่อหนุ่มตกหลุมรักสาวสวยผู้หนึ่ง และพยายามหาเงินซื้อของไปฝากเธอ โดยมีศัตรูหัวใจเป็นเจ้าหนวดนายหนึ่ง ที่แอบขโมยนาฬิกาพกของพ่อสาวเจ้า ไปซื้อของขวัญสวยกว่า เก๋กว่ามากำนัล แล้วไส่ไฟคีตันว่าเป็นขโมย งานนี้หนังสือนักสืบก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตามมาด้วยเรื่องชุลมุนชุลเกที่แทนที่คราวนี้จะเกิดขึ้นจริงๆกลับไปเกิดในหนังแทน(ที่จริงเกิดขึ้นในหนังที่อยู่ในฝันอีกที)
นี่คือหนังสั้นเรื่องสำคัญ ของนักแสดงตลกที่มีคนรักมากที่สุดในโลกอย่าง Buster Keaton ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะในแง่มุมการเล่นกับสื่อภาพยนตร์ มองภาพยนตร์เป็นสื่อชนิดหนึ่งมากกว่าเป็นเรื่องเล่าที่เป็นจริง (ซึ่งจาก ปัจจุบัน มันอาจเป็นมุมมองเก่า แต่หนังเรื่องนี้สร้างในปี 1924 ซึ่งเป็นยุคต้นๆของภาพยนตร์เลยทีเดียว)

Artavazd Peleshyan's shorts
ชื่ออาจอ่านยากไม่คุ้นหู แต่ Artavazd Peleshyan คือผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญชาวอาร์เมเนีย แม้ชื่อของเขาจะตกสำรวจในโลกภาพยนตร์ หาก Sergei Paradjanov ผู้กำกับคนสำคัญ(ที่ไม่ตกสำรวจ)กลับบอกว่านี่คือคนไม่กี่คนที่เป็นอัจฉริยะของโลกภาพยนตร์ งานของ Peleshyan แทบไร้บทสนทนา โดยมากเป็นเพียงการจ้องมองมนุษย์ สัตว์ หรือสิ่งต่างๆ โดยประสมทั้งภาพที่มีคนถ่ายไว้ กับภาพที่เขาถ่ายไว้เอง งานของเขามักไม่ยาว และไม่มีบทสนทนา เป็นการจ้องมองที่จู่จับลงไปในภาพและสร้างความรู้สึกพิเศษ อันน่าทึ่ง และนี่คืองานบางส่วนของเขา

Life (Artavazd Peleshyan/1993/Armenia) 7 mins
ภาพการจับจ้องความปวดร้าวระยะประชิดของหญิงสาวผู้หนึ่ง กล้องจดจ่ออยู่กับใบหน้าอันทุรนทุรายของหล่อนเพื่อที่จะให้คำตอบอันงดงามเหลือเชื่อ

End (Artavazd Peleshyan/1994/Armenia) 10 mins
ภาพการจับจ้องหลากหลายชีวิตที่ล่องไปบนขบวนรถไฟ ภาพใบหน้าอันสวยงามและเศร้าสร้อยของหลากหลายผู้คนตั้งแต่คนแก่เฒ่า หนุ่มสาว ไปจนถึงเด็กน้อย พวกเขาคือบรรดาผู้อพยพจากแดนสงครามที่เดินทางเข้าไปสู่ความมืดมิด

Bread and Alley (Abbas Kiarostami/1970/Iran) 10 mins
หนังสั้น debut ของAbbas Kiarostrami หัวหอกผู้กำกับ Iran New Wave ที่ตอนนี้กลายเป็นผู้กำกับระดับปรมาจารย์ไปเรียบร้อยแล้ว หนังของ Kiarostrami มักเล่าเรื่องโดยใช้เด็กๆเป็นตัวเดินเรื่อง เล่าอย่างเรียบง่ายด้วยรูปแบบคล้ายสารคดี หากมีท่าทีคมคายต่อการวิพากษืประเด็นปัญหาในอิหร่าน จนทำให้งานของเขาเป็นที่ชื่นชมจากคนดูทุกมุมโลก แม้ในระยะหลังงานของ Kiarostrami จะดิ่งลึกสู่การสร้าสุนทรียะส่วนบุคคลที่ต้องอาศัยการตีความอย่างละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น แต่งานยุคแรกๆของเขาก็ดูง่าย งดงามและไม่เพ้อเจ้อเลยแม่แต่น้อย
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเด็กชายคนหนึ่งที่ต้องผเชิญปัญหาหนักอกระหว่างทางกลับบ้าน นั่นคือเจ้าหมาน่ากลัวที่คอยเห่าไล่ จนเขาต้องหยุดรอให้หมาไปแต่รอจนง่วงเหงาหาวนอนหมาก็ยังไม่ไป เจ้าเด็กน้อยจึงต้องหาวิธีใหม่ๆในการกลับบ้าน

April (Otar Ioseliani/1962/Georgia) 45 mins
หนังเรื่องแรกของ OTAR IOSELIANI ผู้กำกับคนสำคัญแห่งจอร์เจีย (หนึ่งในสหภาพโซเวียต) หนังเงียบขาวดำของเขาเรื่องนี้เปิดตัวด้วยภาพของผู้คนที่พากันแบกข้าวของ เครื่องใช้ไปมาเข้าออกห้องหับต่างๆ ในอาคารต่างๆ หนุ่มสาวคู่หนึ่งแอบหยอกล้อเล่นตามตรอกซอกซอยเล็กแคบ เข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้ ก่อนจะมาลงเอยกันในห้องโล่งที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ตอนนั้นเธอและเขามีความสุขนั่งซบหลังไหล่กันบนพื้น มองดูชีวิตคนอื่นๆจากช่อง หน้าต่าง จนกระทั่งชายที่ชั้นล่างคนหนึ่งยกเก้าอี้ตัวหนึ่งให้คนทั้งคู่ พวกเขาก็เริ่มต้นสร้างครอบครัว สาละวนอยู่กับการซื้อหาเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ และทำความสะอาดเครื่องเรือนเก่าที่วางกองเต็มบ้านจนไม่มีที่แม้แต่จะยืน มิพักต้องมาคิดเรื่องกอดกัน ข้างบรรดาเพื่อนบ้านที่ตึกฝั่งตรงข้ามที่มีทั้งครูบัลลเล่ต์กับลูกศิษย์ วงดนตรีเครื่องเป่า และหนุ่มนักกล้าม ก็วุ่นวายอยู่ทั้งกับภาระส่วนตัวและเสียงอึงอลจากการเข้าออกไม่รู้จบของ บรรดาเครื่องเรือน ต้นไม้ในฝันที่หนุ่มสาวเคยพบกันก็ถูกโค่นลงแล้ว
หนังเล่าเรื่องเหนือจริงได้อย่างชวนฝัน รื่นรมย์ เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ขณะเดียวกันก็ร้าวรานอย่างยิ่ง

Darkness/ Light / Darkness (Jan Svankmajer / 1990/ Czech) 8 mins
JAN SVANKMAJER เป็นศิลปินที่ทำงานแบบเหนือจริง โดยอาศัยสื่อหลากหลายรูปแบบ งานของเขาส่งอิทธิพลต่อผู้กำกับมากมายไม่ว่าจะเป็น TIM BURTON , TERRY GILLIAM หรือพี่น้องตระกูล QUAYS (สองคนหลังนี้ เป็นลูกศิษย์ของเขาเอง และ เคยทำอนิเมชั่น THE CABINET OF JAN SVANKMAJER เพื่ออุทิศให้กับเขาด้วย) เขาได้รับยกย่องในฐานะของคนทำงาน stop motion อันมีเอกลักษณ์ เฉพาะในการสร้างภาพเหนือจริง ฝันสยองซ่อนอารมณ์ขบขันตามสไตลบ์ยุโรปตะวันออกซึ่งเจืออารมณ์ขื่นสยองแบบคาฟกาเต็มที่ จนถึงตอนนี้เขายังคงทำหนังอยู่ในปราก หนังของ Svankmajer มักเต็มไปด้วย การมีชีวิตของข้าวของเหลือใช้ เฟอร์นิเจอร์พังๆ ตะปูขึ้นสนิม หรือซากสัตว์ แต่สิ่งที่พบเห็นเป็นตัวละคร (และเป็นสื่อ) ของเขาคืออาหาร ที่เขาหยิบจับมันมาเล่นอย่าสนุกสนาน และชวนกระอักกระอ่วนได้ในหลายต่อหลายคราว ข้าวของถูกทำให้มีชีวิตโดยใช้เทคนิค STOP MOTION (ถ่ายทีละชอต แล้ว ขยับทีละนิดจนบังเกิดความเคลื่อนไหว ) หนังของ Svankmajer ทุกเรื่องถูกแบนในประเทศบ้านเกิด แต่นอกบ้านเขาคือ ปรมาจารย์คนสำคัญของโลก
Darkness /Light / Darkness เป็นอนิเมชั่นดินปั้นที่เล่นกับอวัยวะชิ้นส่วนของมนุษย์ในห้องเพดานต่ำ เล่ามากกว่านี้ไม่ได้ ต้องดูเองเหวอเอง!

Inextinguishable fire (Harun Farocki /1969/German) 21 mins
HARUN FAROCKI เป็นผู้กำกับลูกครึ่งเยอรมัน อินเดีย ที่ทำหนังแบบไม่เล่าเรื่อง มาตั้งแต่ปี 1960 หนังของเขามักเต็มไปด้วยประเด็นทางสังคมและการเมือง สะท้อนภาพความสนใจในลัทธิ มาร์กซ และพุ่งเป้าไปยังการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ , ระบบอุตสาหกรรม , คุก , การใช้ระเบิดนาปาล์ม , ห้างสรรพสินค้า , การปฏิวัติ และอื่นๆ เขาใช้วัตถุดิบหลากหลายในการสร้างสรรค์หนังของเขา ตั้งแต่ภาพข่าว สารคดีรูปถ่าย หนังข่าวและมักมี คำบรรยาย หรือมีผู้เล่านั่งเล่าเรื่องไปพร้อมกับภาพ นักวิจารณ์หลายคนเรียกหนังของเขาว่า essay film บางคนเรียกเขาว่า the best known-unknown director เพราะแม้เขาจะดังมากในทั่วโลก (CAHIERS du CINEMA เคยเขียนบทความถึงเขาโดยใช้ชื่อว่า who is Farocki ? ) อต่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักนักในเยอรมัน
Inextinguishable fire เป็นหนังต่อต้านสงครามเวียดนามพันธุ์พิเศษ ที่ประกอบขึ้นจากภาพการอ่านแถลงการณ์แบบอ่านจริงเจ็บจริงประสมกับภาพฟุตเตจข่าวเก่าๆ โดยทั้งหมดถูกเอามารื้อสร้างใหม่ให้กลายเป็นหนัง essay film ที่แสบกัยถึงทรวงถึงใส้!

Yevgeny Yufit's shorts


Spring (Yevgeny Yufit /1987 /USSR) 10 mins +
Fortitude (Yevgeny Yufit/1988/USSR) 3 mins
กลุ่มหนังสั้นของ Mazhalala Film ในช่วงทศวรรษ 1980's นี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของหนังตระกูล Necrorealism ซึ่ง Yevgeny Yufit ตั้งใจจะเย้ยหยันศิลปะแนว Socialist Realism ที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์โซเวียตพยายามสนับสนุนและส่งเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ อันดีงามของระบอบการปกครองแบบสังคมนิยม
ผลงานเด่นของ Mazhalala Film ในช่วงนี้ มักจะถ่ายทำกันด้วยฟิล์มขาวดำหมดอายุ ให้ภาพที่แลดูดิบหยาบราวกับเป็นหนังที่สร้างกันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1910's แล้วเพิ่งจะมีการค้นพบ โดยภาพที่ปรากฏในหนังมักจะเป็นการสะท้อนถึงการ 'ถูกกระทำ' ทางจิตวิญญาณของผู้คนในรัสเซียอันเป็นผลมาจากระบอบการปกครอง ซึ่งรังแต่จะลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้คนลงจนแทบจะไม่เหลือความเป็นคน อีกต่อไป หนังสั้นในยุคนี้จึงอุดมไปด้วยภาพการถูกสังหารและทารุณกรรมด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาจากคนในเครื่องแบบที่เป็นตัวแทนของฝั่งรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ทหาร หรือ บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถึงแม้ว่าการกระทำในหลาย ๆ ฉากจะชวนให้หวาดเสียว แต่ Yevgeny Yufit ก็ดูจะระมัดระวังในการคุมโทนออกมาไม่ให้แลดูน่ากลัวจนประเจิดประเจ้อแบบที่ เห็นกันบ่อยครั้งในหนังสยองขวัญ เพื่อให้ฉากต่าง ๆ เหล่านี้ยังมีน้ำหนักในฐานะภาพเปรียบเปรยถึงสิ่งที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชน ของเขามากกว่าจะเป็นการสร้างความน่ากลัวกันอย่างไร้เหตุผล

Superbia (Ulrike Ottinger/1986/German)16 min

หนังสุดเหวอของคุณป้ามหาภัย Ulrike Ottinger ผู้กำกับหญิงห่ามเพี้ยนจากเยอรมันที่ทำหนังอย่างไม่ประนีประนอม หนังของ Ottinger มักฉูดฉาดทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เต็มไปด้วยตัวละครหญิงเปรี้ยวแรงชนิดสุดลิ่มทิ่มประตู คุณป้า Ottinger ไม่เคยรีรอจะวิพากษ์วิจารณืด้วยน้ำเสียงเฟมินิสต์ หาก เจือความพิลึกพิลั่นราวกับตัวละครมาจากจักรวาลอื่น ขณะเดียวกันก็ยังคงความอ่อนไหวแบบผู้กำกับหญิงผู้ละเมียดละไมด้วย
Superbia เป็นหนังสั้นพักยกของคุณป้า ที่เล่าเรื่องชบวนพาเหรดประหลาดโลกที่มีทั้งราชินี ส่ำสัตว์ คนแคระ ขบวนทหารทุกคนแต่งตัวพิลึกพิลั่น กระทำกิริยานอกคอก ในขณะเดียวกันก็ซ้อนเข้ากับภาพขวบนทหารนาซี วิพากษ์สงครามได้เจ็บแสบบาดลึกยิ่ง!

Rocky VI ( Aki Kaurismaki /1986/Finland) 9 min
หนังสั้นยุคต้นของผู้กำกับหน้าตายใจงามชาวฟินแลนด์ Aki Kaurismaki ผู้กำกับที่มักทำหนังเล่าเรื่องคนเล็กคนน้อย ไร้อารมณืที่ต้องผเชิญชะตากรรมหน่วงหนักหากก็ก้มหน้าฝ่าฟันกับมันไป ในจักรวาลที่ทุดอย่างเป็นสีทึมหม่นโทนเดียว เหมือนหลุดมาจากยุคหนังโบราณที่กาลเวลาแชข่แข็งเอาไว้
Rocky 6 สร้างก่อน Rocky 4 (ของจริง) หมายความว่ามันเป็นหนังที่มีเป้าประสงค์จะล้อเลียนหนังฮอลลีวู้ดเรื่องนั้ โดยเปลี่ยนให้เป็นเรื่อง ของนักมวยขี้เหล้าชาวฟินแลนด์ แลร้อยแปดวิธีการซ้อมแบบหัวราน้ำ ก่อนจะต้องขึ้นชกกับนักชกขาใหญ่ ใครจะรู้ ว่าถึงที่สุด Rocky ต้นฉบับ มันจะกระดึ๊บมาถึงภาค6 จริงๆ แต่เชื่อเถอะความันส์ มันต่างกันเยอะ!

Psy - Show (Marina de Van/1999/FR) 22 min

หลายคนรู้จัก Marina de Van ในฐานะมือเขียนบทคู่บุญของ Francios Ozon ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ซึ่งในระยะหนึ่งทั้งคู่เคยร่วมกันทำหนังเพี้ยนพิลึกจนเกือบวิปริต แต่สนุกสนานและคมคายไว้หลายเรื่อง ตัว Marina de Van เองเพิ่งกำกับหนังใหญ่ไปสองเรื่อง เรื่องแรก In My Skin ว่าด้วย ผู้หญิงที่กินเนื้อตัวเอง ส่วนเรื่องหลังว่าด้วยหญิงงามสองคนที่คนหนึ่ง เอ่อ ค่อยๆกลายเป็นอีกคน!
เฟมินิสต์จ๋า ส่อเค้าหญิงบ้ามาแต่ไกล เราจะพาคุณไปพบกับหนังสั้นยุคต้นของเธอที่ฉายแววความเฮี้ยนมาตั้งแต่ต้นแม้จะยังไม่เฟมินิสต์ เท่ายุคหลังก็ตาม Psy Show ว่าด้วยเรื่องของชายที่กำลังเข้าสู่วิกฤติวัยกลางคน ที่กำลังปรึกษาจิตแพทย์ซึ่งเป็นเจ้าของเก้าอี้บินได้! และไอ้เก้าอี้พิลึกนี้ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้พิลึกพิลั่นเกินจะรับ!

The Skywalk is gone (Tsai Ming Liang/2002/Taiwan ) 25 min

หนังสั้นที่เป็นเสมือนข้อต่อของหนังยาวสองเรื่อง( What Time Is It There? และ The Wayward Cloud) ของไฉ่มิ่งเหลียงผู้กำกับชาวไต้หวันที่สนุกสนานกับการเล่าหนังอันเต็มไปด้วยภาวะขันขื่น ของบรรดาตัวละครหน้าตายในฉากนิ่งเนิบที่ยิ่งยิ่งยิ่งฮา และแน่นอนยิ่งฮายิ่งเจ็บ หนังของไฉ้มักมีองค์ประกอบแปลกพิลึกพิลั่น ตัวละครครึ่งคนครึ่งใบ้ที่ผเชิญสถาณการณืกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (บ่อยครั้งมันออกจะเหวอมากกว่าสมจริง)
แต่ไม่ว่าจะเคยดูหนังทั้งสองเรื่องนั้นหรือไม่ เราก็ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างสนุกสนาน เพราะนี่คือหนังทีเล่าเรื่องของ อาอี๊ที่บัตรประชาชนหาย ผู้หญิงที่ตามหาสะพานลอย และชายขายนาฬิกาที่กำลังไปแคสท์บทหระเอกหนังป๊!



FILMVIRUS SHORTS : WILDYPE @ หอศิลป์จามจุรี ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ชวนชม WILD TYPE : FILMVIRUS SHORTS! โปรแกรมหนังสั้นคัดสรรประจำปี 2552 ฉบับ ชุดเล็ก! ภาพยนตร์ฉายกลางแจ้งหน้าหอศิลป์ในงาน Art Square จตุรัสศิลป์ ครั้งที่ 7 ที่หอศิลป์จามจุรี ถัดจากมาบุญครอง (ฝั่งตรงข้ามอุเทนถวาย) ดูแผนที่ได้ที่นี่:
http://jamjureeartgallery.blogspot.com/

ชมฟรี ในงานวันที่ 17 ธันวาคม ฉายเวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป
หมายเหตุ : ในงานเดียวกันนี้ ยังฒีโปรแกรมฉายหนังคัลท์ ขั้นเมพ ในวันที่ 15 และ 16 เวลาเดียวกันนี้ ดูโปรแกรมทั้งสามวันได้ที่ http://twilightvirus.blogspot.com/2009/11/art-square-2009.html

15.11.09

โปรแกรมหนัง DOC DAYS และงานแนะนำหนังสือ ‘วัยเยาว์อันสิ้นสูญ’

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับสำนักพิมพ์ไลต์เฮาส์, สถาบันเกอเธ่ และสำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขอเชิญชม และรับฟังเสวนา


DOC DAYS และงานแนะนำหนังสือ ‘วัยเยาว์อันสิ้นสูญ’

ทุกวันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 ถึง 17 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

Admission Free
* * *Many Thanks to the Goethe Institute for providing films. * * *
*** ขอขอบคุณ คุณ สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ แห่งสถาบัน California Institute of the Arts (CalArts) ในการเอื้อเฟื้อภาพยนตร์ของ Johan van de Keuken***

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552

12.30 น. The Society of the Spectacle (France, 88min, 1973) กำกับโดย Guy Debord
Guy Debord เป็น นักทฤษฎีมาร์กซิสม์และนักเขียนชาวฝรั่งเศสเจ้าของตำราวิชาการเล่มคลาสสิกอย่าง Society of the Spectacles Comments on the Society of the Spectacle เคยเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม Lettrist International และเป็นผู้นำกลุ่ม Situationist International ที่มีอิทธิพลต่อการนำประท้วงในปี 1968 นอกจากนั้นเขายังทำหนังหลายเรื่องที่มีลักษณะผสมระหว่างหนังสารคดีและแนวอวงการ์ดตามแนวทางของ Lettrist International หนังของ Guy E. Debord สร้างจากหนังสือของเขาเองในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับกระบวนการบริโภคของสังคมทุนนิยมที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน

14.15 น. Critique de la separation (France, 20min, 1961) กำกับโดย Guy Debord
Howlings in Favour of de Sade (France, 64min, 1952) กำกับโดย Guy Debord

15. 45 น. Why should I buy a bed when all that I want is sleep? (Germany, 53 min, 1999) กำกับโดย Nicholas Humbert / Werner Penzel +
Lax Readings (2006 / 13 นาที)

สารคดีเกี่ยวกับกวีชาวนิวยอร์ค Robert Lax ที่ระหกระเหินไปมาระหว่างยุโรปและอเมริกา เคยทั้งเขียนบทวิจารณ์และบทหนังในฮอลลีวู้ด โดยแนวทางของเขามีผลต่อนักเขียนและกวีกลุ่มบีทเจอเนอเรชั่น อย่าง Jack Kerouac และ Allen Ginsberg


****** โปรแกรมพิเศษ งานแนะนำหนังสือ Lord of the Flies (วัยเยาว์อันสิ้นสูญ) ******
จัดโดยไลต์เฮาส์พับลิชชิ่งและ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2552
12.30 น. Lord of the Flies (1963) Peter Brook กำกับ 92 นาที (บรรยายอังกฤษ)
14.15 น. Lord of the Flies (1990) Harry Hook กำกับ 90 นาที (บรรยายไทย)

ภาพยนตร์สองเวอร์ชั่นที่สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิกของ William Golding ปัจจุบันแปลและตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ “วัยเยาว์อันสิ้นสูญ” โดยสำนักพิมพ์ไลต์เฮ้าส์ เรื่องราวของกลุ่มเยาวชนที่ติดค้างบนเกาะร่วมกันกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน หลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตก ในบรรดาผู้ปกครองของพวกเขานั้นไม่มีผู้ใดรอดชีวิต เหลือเพียงความรับผิดชอบและการต่อสู้เพื่ออยู่รอดแบบดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ ต้นกำเนิดของหนังญี่ปุ่นเรื่องดัง Battle Royale ที่หันไปมุ่งเน้นเฉพาะด้านความรุนแรง อาจจะได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องนี้บ้างบางส่วน

ฉบับหนังขาวดำปี 1963 ที่กำกับโดย Peter Brook ผู้กำกับละครเวทีชั้นนำชาวอังกฤษ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองหนังยอดเยี่ยมที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ส่วนฉบับหนังสีปี 1990 ที่สร้างใหม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Young Artists Award ในสาขานักแสดงเยาวชนประเภทดารานำเดี่ยวและหมู่คณะ

(ร่วมเสวนาโดย กมลทิพย์ สิทธิกรโอฬารกุล บรรณาธิการไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง และ
คุณสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการ –นักเขียน และบรรณาธิการ onopen online


วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2552
12.30 น. I Love Dollars (Netherlands, 140min, 1986) กำกับโดย Johan van der Keuken

15.15 น. Lucebert, Time and Farewell (Netherlands, 52min, 1994) กำกับโดย Johan van der Keuken

Johan van der Keuken เป็นนักเขียน ช่างภาพและคนทำหนังสารคดีชาวดัทช์ ผู้มีผลงานกว่า 55 เรื่อง เคยชนะรางวัลในเทศกาลหนังยุโรปหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งเคยได้รับรางวัลเกียรติยศผลงานทั้งชีวิตที่ประเทศกรีซและอเมริกา เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2001

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553
12.30 น. The Eye Above the Well (Netherlands, 94min, 1988) กำกับโดย Johan van der Keuken

14.30 น. A Moment’s Silence (Netherlands, 10min,1963) กำกับโดย Johan van der Keuken,
Beauty (Netherlands, 22min,1963) กำกับโดย Johan van der Keuken
+ The Unanswered Question, On Animal Locomotion (Netherlands, 16min,1994)
กำกับโดย Johan van der Keuken

11.11.09

โปรแกรมพิเศษ งานแนะนำหนังสือ Lord of the Flies (วัยเยาว์อันสิ้นสูญ)

โปรแกรมพิเศษ งานแนะนำหนังสือ Lord of the Flies (วัยเยาว์อันสิ้นสูญ)

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับสำนักพิมพ์ไลต์เฮาส์ และสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขอเชิญชมและร่วมรับฟังเสวนา


Lord of the Flies (วัยเยาว์อันสิ้นสูญ)


ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
*** ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ) ***

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2552
12.30 น. Lord of the Flies (1963) Peter Brook กำกับ 92 นาที (บรรยายอังกฤษ)
14.15 น. Lord of the Flies (1990) Harry Hook กำกับ 90 นาที (บรรยายไทย)

ภาพยนตร์สองเวอร์ชั่นที่สร้างจากวรรณกรมคลาสสิกของ William Golding ปัจจุบันดำเนินการแปลสำนวนใหม่และตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ “วัยเยาว์อันสิ้นสูญ” โดยสำนักพิมพ์ไลต์เฮ้าส์ เรื่องราวของกลุ่มเยาวชนที่ติดค้างบนเกาะร่วมกันกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน หลังจากเหตุการณ์เครื่องบินตก ในบรรดาผู้ปกครองของพวกเขานั้นไม่มีผู้ใดรอดชีวิต เหลือเพียงความรับผิดชอบและการต่อสู้เพื่ออยู่รอดแบบดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ หนังญี่ปุ่นเรื่อง Battle Royale ที่หันไปมุ่งเน้นเฉพาะด้านความรุนแรงให้มากขึ้น อาจได้อิทธิพลบางส่วนจากความเป็นคลาสสิกของวรรณกรรมเรื่องนี้

ฉบับหนังขาวดำปี 1963 ที่กำกับโดย Peter Brook ผู้กำกับละครเวทีชั้นนำชาวอังกฤษ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองหนังยอดเยี่ยมที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ส่วนฉบับหนังสีปี 1990 ที่สร้างใหม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Young Artists Award ในสาขานักแสดงเยาวชนประเภทดารานำเดี่ยวและหมู่คณะ

(ร่วมเสวนาโดย กมลทิพย์ สิทธิกรโอฬารกุล บรรณาธิการไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง, และคุณ สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการ –นักเขียน และบรรณาธิการ onopen online

* * * ฟังการเสวนาหลังการฉายภาพยนตร์รอบสอง * * *

29.10.09

โปรแกรมภาพยนตร์ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่งาน Art Square จตุรัสศิลป์ ครั้งที่ 7

โปรแกรมภาพยนตร์ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่งาน Art Square จตุรัสศิลป์ ครั้งที่ 7
ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2552 ในงานมีขายของที่ระลึก การแสดงดนตรี และการฉายภาพยนตร์

Art Square จตุรัสศิลป์ 7 ที่หอศิลป์จามจุรี ถัดจากมาบุญครอง (ฝั่งตรงข้ามอุเทนถวาย) ดูแผนที่ได้ที่นี่:
http://jamjureeartgallery.blogspot.com/


ชมฟรี ภาพยนตร์ฉายกลางแจ้งหน้าหอศิลป์ ฉายเวลาประมาณ 18.00 น-18.30 น. เป็นต้นไป

ภาพยนตร์วันที่ 15 ธันวาคม
Onechanbara +
Sukeban Deka

ภาพยนตร์วันที่ 16 ธันวาคม

Tetsuo 2 (Shinya Tsukamoto) +
Bad Taste (Peter Jackson)

ภาพยนตร์วันที่ 17 ธันวาคม
* * *ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (Filmvirus) ภูมิใจเสนอ
WILD TYPE : FILMVIRUS SHORTS! โปรแกรมหนังสั้นคัดสรรประจำปี 2552 ฉบับ ชุดเล็ก! รวมมิตรหนังสั้นคัดสรรตกสำรวจประจำปี 52 เช่นเคย
(คัดเลือกโดย ราชินีนักดูหนัง Madeleine de Scudery และทาสรับใช้โลกมืดจากบ้านนา filmsick) โปรแกรมยักษ์นั้นยังมาไม่ถึง แต่เราขอส่งชุดเล็ก หัวกะทิมาเรียกน้ำย่อยทุกท่านก่อนดังรายการต่อไปนี้!

โปรแกรมที่ 1 (92 นาที )
ของเหลวที่หลั่งจากกาย (รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค) 41 นาที
ฆาตรกรรมสวาท ประหลาดน่านฟ้า ทำให้คนหายตัวไป (เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง) 21 นาที
ต้อม (ศุภิสรา กิตติคุณารักษ์) 30 นาที

โปรแกรมที่ 2 (118 นาที)
มธุรส (ธณัฐชัย บรรดาศักดิ์) 22 นาที
ตอนบ่ายตายคนเดียว( ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ) 6 นาที
กาลนิรันดร์ (อิสระ บุญประสิทธิ์) 30 นาที
สีบนถนน (วีระพษ์ วิมุกตะลพ) 62 นาที

โปรแกรมภาพยนตร์ของ Filmvirus ที่ The Reading Room: http://dkfilmhouse.blogspot.com/2009/10/filmvirus-meets-kafka-and-straub-at.html

โปรแกรมภาพยนตร์ FilmVirus meets Kafka and Straub at The Reading Room

Kafka and Jean Marie Straub in AMERIKA!

โปรแกรมฉายภาพยนตร์ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่ The Reading Room ห้องสมุดและศูนย์รวมกิจกรรมทางวัฒนธรรม
ณ ถนนเจริญกรุง 2351/4 ถนนเจริญกรุง (ปากซอย 91) ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120โทรศัพท์ 02-289-0395, มือถือ 089-666-7978เวลาทำการ พุธ-เสาร์ 13.00-18.00น.

กิจกรรมจัดฉายภาพยนตร์ห้องสมุดจะจัดฉายภาพยนตร์ทดลองและ วีดิโออาร์ต ร่วมกับกลุ่ม FilmVirus โดยจะจัดฉายเดือนละสองครั้ง (ชมฟรี) Admission Free

***Many Thanks for the Goethe Institute for providing the film “Klassenverhältnisse” (Kafka's The Castle)***

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน
ภาพยนตร์ของ Su Friedrich

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม
ภาพยนตร์เรื่อง Klassenverhältnisse (Class Relations) ของ Jean-Marie Straub และ Daniele Huillet (1984) สร้างจาก Amerika บทประพันธ์ที่เขียนไม่จบของ Franz Kafka + บทสัมภาษณ์ของ Jean-Marie Straub และ Daniele Huillet (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมใน K = Kafka ในหนังสือ Bookvirus 01)
และอ่านวิจารณ์ภาพยนตร์ที่ http://www.imdb.com/title/tt0087566/

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม
ภาพยนตร์ของ Katsu Kanai

เว็บไซต์และที่ตั้งของ The Reading Room
http://www.readingroombkk.org/

โปรแกรมภาพยนตร์ของ Filmvirus ในงาน Art Square จตุรัสศิลป์ ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2552 ที่หอศิลป์จามจุรี: http://dkfilmhouse.blogspot.com/2009/10/art-square-7.html

17.10.09

FilmVirus Book – The Return of First Episode

มันไม่ใช่เครื่องบิน มันไม่ใช่รถไฟ มันคือตัวอัปรีย์ ฟิล์มไวรัส
It’s alive! It’s back!

เพิ่งขุดพบไดโนเสาร์จากโกดัง
หนังสือ ฟิล์มไวรัส 01 ยุคบุกเบิก สมัยที่ชื่อ Godard, Kiarostami, Tarkovsky, Wong Kar wai ยังแปลกประหลาดนอกโลก กลับมาจำหน่ายแล้วในจำนวนจำกัด สภาพไม่งดงามขาวสวยเหมือนใหม่ เพราะพิมพ์มากว่า 11 ปีแล้ว (ปี 2541) ใครผู้ใด๋ ส่นใจ๊ อยากด้าย เชิญแจ่มตามสำราญ ได้ที่บู้ธอัลเทอร์เนทีฟไรเตอร์ บู้ธ Alternative Writers โซน C ชั้น 1 เลขบู้ธ 015

รีบด่วน เพราะสต็อคมีน้อย อาจหาไม่ได้อีกแล้วในรอบหน้า ขาย 200 บาทเต็มราคา ไม่มีลดจ้า!

13.10.09

เผยโฉมสาวโฉด ‘นางเพลิง’ bookvirus ฟุ้ง 05

เรื่องสั้นแปล ‘นางเพลิง’ bookvirus ฟุ้ง 05

กลับมาหมดแล้วหมดกันอีกครั้ง กับโลกของนักเขียนหญิง และกงการวายวุ่นของเจ้าหล่อน
ด้วย 3 เรื่องสั้นแปลของ 3 สาว 3 พิกล อวลกลิ่นกิมจิและโซบะ

ขึ้นชื่อว่า ฟิล์มไวรัส และ บุ๊คไวรัส เรื่องยอดขายไม่ต้องพูดถึง กระฉูด!

จาก ฟิล์มไวรัส เล่ม 1 (ปี 2541) พิมพ์ 3,000 เล่ม ขายมาหลายชาติกว่าจะยุบ กระทั่งถึงคราว bookvirus ฟุ้ง 03 เรื่องสั้นแปลชุด ‘กาจับโลง’ กัดฟันพิมพ์สองร้อยเล่ม มี แดนอรัญ แสงทอง ช่วยแปล หลงนึกว่าจะเกลี้ยงแพง แอบหวังว่าจะมีป๋าดัน เจ๊ดัน ยังเสือกอุตส่าห์สโลโมชั่น http://dkfilmhouse.blogspot.com/2009/07/bookvirus-series-03.html

เล่มใหม่ bookvirus ฟุ้ง 04 ‘สนธิสัญญาอสูร’ กับ bookvirus ฟุ้ง 05 ‘นางเพลิง’ จึงพิมพ์ปกละหนึ่งร้อยเล่มเท่านั้น (หลังแจกจ่ายผู้หลักผู้ใหญ่ คงวางขายจริงไม่เกิน 80 เล่ม) เอาเข้าไป! กะแข่งกับหนังสือใบลานหรือไง อยากเห็นหน้าคนซื้อจริง ๆ ว่า ในจำนวนคนซื้อ 80 คนนี้ มีหน้าตาประหลาดจากชาวโลกไหม

สาวสวยที่ถูกยัดเยียดให้โหดตามภาพนี้คือใคร ย่อมไม่มีใครตอบถูก
ยกเว้น แก๊ง ชาร์ลี แองเจลส์ ที่เราตั้งใจจะอุทิศให้อย่างเป็นทางการ (แต่แล้วก็ด้วยปัญหาทางการจัดพิมพ์จึงต้องเปลี่ยนมาบอกป่าวกันในที่นี้)

3 สาวในเรื่องสั้นอาจจิตตกไม่ถึงพระเดชพระคุณ ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า
ขอกลับมาแก้ตัวคราวหน้ากับ La Maladie de la Mort ของ Marguerite Duras แปลจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส (bookvirus ร่วมมือกับวารสาร อ่าน)

* หนังสือ filmvirus และ bookvirus มีอาละวาดชัวร์ที่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ *

หนังสือในเครือ filmvirus และ bookvirus
บู๊ธ Alternative Writers โซน C ชั้น 1 หมายเลขบู๊ธ O15
ซื้อ filmvirus เฉพาะเล่ม 3 กับ สัตว์วิกาล: ภาพเรืองแสงของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล และเล่ม 151 Cinema ได้ที่บู๊ธ open - Plenary Hall บู๊ธ K 05
เฉพาะ bookvirus ซื้อได้ที่ บู๊ธของ วารสารอ่าน และ ฟ้าเดียวกัน - บู๊ธ โอ 59 โซน ซี 1
เฉพาะ bookvirus ซื้อได้ที่ บู๊ธของสำนักพิมพ์คมบาง - บู๊ธ M 32 โซน C 1 ชั้นล่าง

10.10.09

‘สนธิสัญญาอสูร’ bookvirus 04 และ ‘นางเพลิง’ bookvirus 05 บุกงานมหกรรมหนังสือเดือนตุลาคม 2552 (พิมพ์อย่างละหนึ่งร้อยเล่ม)

‘สนธิสัญญาอสูร’ bookvirus 04 และ ‘นางเพลิง’ bookvirus 05 สยองครองเมือง

bookvirus กลับมาอีกครั้งคราวนี้กับ 3 เรื่องสั้นแปลคัดสรรในแต่ละเล่ม

เพื่อให้เข้ากับนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง (ขาดมือ) bookvirus 04 และ 05 จึงปรับกระแสทันแฟชั่นด้วยการลดจำนวนพิมพ์ลง จากเล่มที่แล้ว bookvirus ฟุ้ง 03 เวอร์ชั่น ‘กาจับโลง’ พิมพ์สองร้อยเล่ม http://dkfilmhouse.blogspot.com/2009/07/bookvirus-series-03.html

มาคราวนี้ ‘สนธิสัญญาอสูร’ และ ‘นางเพลิง’ ภูมิใจลดจำนวนลงเพื่อแข่งกับการสะสมใบลาน เป็นจำนวนหนึ่งร้อยเล่มเท่านั้น เบ็ดเสร็จแจกจ่ายญาติผู้ใหญ่แล้ว คาดว่าคงมีเหลือวางจำหน่ายอย่างละ 80 เล่ม ขายหมดแล้วหมดเลย ไม่มีพิมพ์ซ้ำ

งานนี้ไม่ต้องหวังลม ๆ แล้ง ๆ รอป๋าดันหรือแม่ยกเขียนเชียร์

‘สนธิสัญญาอสูร’ มีตีพิมพ์ 2 ปก ให้เลือกอย่างละ 50 เล่ม ไฉไลดีไซน์โดย นฆ ปักษนาวิน และ ภีม อุมารี (ภาพประกอบเรื่องสั้นโดย Mr. Ripley)

ซื้อหนังสือ filmvirus และ bookvirus ได้ที่งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

หนังสือในเครือ filmvirus และ bookvirus
บู๊ธ Alternative Writers โซน C ชั้น 1 หมายเลขบู๊ธ O15
ซื้อ filmvirus บางเล่มได้ที่บู๊ธ open - ห้อง Plenary Hall บู๊ธ K 05
* เฉพาะ bookvirus ซื้อได้ที่ บู๊ธของ วารสารอ่าน และ ฟ้าเดียวกัน - บู๊ธ โอ 59 โซน ซี 1
* เฉพาะ bookvirus ซื้อได้ที่ บู๊ธของสำนักพิมพ์คมบาง - บู๊ธ M 32 โซน C 1 ชั้นล่าง

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia