10.2.11

FilmVirus สะอึกกรามปลื้มจิตเสนอ Porndogs: The Adventures of Sadie

Filmvirus Movie Haha Special

ฟิล์มไวรัส ร่วมกับห้องสมุด The Reading Room และ เทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ภูมิใจเสนอหนังอุบาทว์คลาสสิกป่วยใจสุดขีดตึ้บ 

Porndogs: The Adventures of Sadie
เจ้าของรางวัล Taboo Feature จาก เทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival 2009
และ รางวัลขวัญใจมหาชน จาก เทศกาลหนัง Minneapolis Underground Film Festival 2009

เสาร์ 26 กุมภาพันธ์ 2554, 2554, 7 pm (รอบเดียวเท่านั้น – 1 ทุ่มตรง)
ฉายที่ The Reading Room, เลขที่ 2 สีลม ซอย 19

เว็บไซต์ของ The Reading Room: http://www.readingroombkk.org/index.php

Admission Free as usual (ชมฟรี)

(พร้อมพูดคุยกับ ผู้กำกับ Greg Blatman in person!)

หมายเหตุ : บางภาพอาจกระทบกระเทือนผู้ใหญ่ที่ยังขาดจิตภาวะ * Not for - 18 (Minus 18) Brain Scan Level, Greenville Village Standard 

เรื่องของ แซดี้ หมาสาวซานฟรานใจแตกนางหนึ่ง กับลีลารักล้ำลึกที่ไม่มีวันจะลืมเลือน

เธอคือ โฮ่งสาวบริสุทธิ์ ซึ่งไม่เคยผ่านมือหมาหนุ่มรายใด พรั่งพรูไปกับประสบการณ์สวาทล้ำลึกเปลี่ยนชีวิต เมื่อได้พานพบรักแรกในหอแดง

Porn Dogs: The Adventures of Sadie งานกำกับจินตนาการบรรเจิดครั้งแรกของ Greg Blatman หนุ่มซานฟรานซิสโกที่มีแนวคิดพิลึกพิลั่น ใครที่ชอบหนังหมาน้อยน่ารัก หมาน้อยแสนดี แนว Beethoven, Benji, 101 Dalmatians, Scooby-Doo ดูเรื่องนี้อาจมีหงายหลังตึง เชิญมาเบิ่งการเผชิญโลกค้นพบประสบการณ์เซ็กส์ของสาวน้อยแซดี้ ที่สุดประเทืองจิต นี่มันหนังโป๊น้องหมาชัด ๆ แล้วมนุษย์มาสอดรู้ทำไมเนี่ย อะไรมันจะพิลึกกึกกือขนาดนี้ อุแม่เจ้า อุบาทว์คลาสสิก สางสำแดงลงองค์โดยแท้! John Waters would be proud of this!

แล้วเสียงพากย์หมาน้อยล่ะของใคร ราชินีวงการ Porn อย่าง Marilyn Chambers (จาก Deep Throat), อดีตแม่เล้า Heidi Fleiss และบรรดานักแสดงหนังโป๊ นักดนตรี นักแสดงตลกดังๆ หลายคน โอ มายก็อด

ข้อมูลจาก นิมิตวิกาล http://twilightvirus.blogspot.com/2009/09/little-gems-from-sydney-underground.html

อ่านข้อมูลหนัง PORNDOGSได้ที่เว็บไซต์ http://porndogsthemovie.com/

สางสะเด็ดโชว์-โปรแกรมหนังใต้ดินสุดพิเศษโดย ฟิล์มไวรัส -ส่งตรงจากเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival

Sydney Underground Film Festival เทศกาลหนังใต้ดินจากเมืองซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลียได้เปิดเสียวไปครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2550 นับเป็นเทศกาลหนังที่รวมความดิบ ห่าม ประหลาดพิลึก และเป็นตัวของตัวเองจากคนทำหนังทั่วโลก รวมสางสำแดงทุกรส ตั้งแต่ อนิเมชั่น, สารคดี, ดราม่า, สยองขวัญ, คั้ลท์พิลึก, อวอง-การ์ด หรือหนังทดลองใต้ดิน เรียกได้ว่า รสเปรี้ยว แสบ มัน เค็ม มีหมด แต่อารมณ์เดียวที่หนังจากเทศกาลหนังแห่งนี้มีน้อย คือ ความหวาน

หากคนทำหนังไทยคนไหนสนใจอยากร่วมประกวดในปีนี้ 2554 ก็ขอเชิญสำรวจฌาปนกิจสถานได้ที่ http://www.sydneyundergroundfilmfestival.com/

สัมภาษณ์ผู้จัดเทศกาล ว่าด้วยกฏ กติกา และ แนะนำเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ที่ บล็อก นิมิตวิกาล (30 เมษายน 2551)

http://twilightvirus.blogspot.com/2008/04/sydney-underground-film-festival.html

ฟิล์มไวรัส ร่วมกับห้องสมุด The Reading Room และ เทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ภูมิใจเสนอ

โปรแกรมฉายพิเศษจากเทศกาลหนัง Sydney Underground Film Festival ปี 2009 
คัดเลือกโดย Filmvirus ฉายที่ The Reading Room เลขที่ 2 สีลม ซอย 19
เว็บไซต์ของ The Reading Room: http://www.readingroombkk.org/index.php

เสาร์ 26 กุมภาพันธ์ 2554, รอบบ่าย 2 โมงตรง
Admission Free (ชมฟรี)

* บางภาพอาจกระทบกระเทือนผู้ใหญ่ที่ยังขาดจิตภาวะ * Not for - 18 (Minus 18) Brain Scan Level, Greenville Village Standard 

โปรแกรมหนังสั้นจากนานาประเทศ (ฉายไม่เรียงลำดับ)
(ภาพยนตร์ทุกเรื่องได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์การฉายถูกต้องจากผู้สร้างและทางเทศกาลหนังซิดนี่ย์ อันเดอร์กราวนด์)

Removed (Hobart John Hughes) 5.50 นาที
The Dreaming Man (Amber Wright) 3.01 นาที
Split (Kitty Green) 8. 24 นาที
Partition for Obsolete Visuals (Emmanuela Prigoni) 3.35 นาที
Fyre (Maria Sinclair-Ferguson) 3.25 นาที
I Covered My Eyes (Paul Turano) 44. 31 นาที
A Field Guide for the Modern Uncircumcised Male (E. Aaron Ross) 10.58 นาที

Lash (Elka Kerkhofs) / 2008 / 5.27 นาที

รักต้องห้ามเลสเบี้ยน อิสลาม ไม้กางเขน จารึกภาษาอาหรับบนเรือนกาย

Blowback (David Hansen) 5.23 นาที

Lonely Girl (Kyle Evans) 3.44 นาที

La Casetta Di Marzapane (Claudio Centimeri) 18.07 นาที

Aqua / Ship (Merilyn Fairskye) 3.15 นาที
A Field Guide for the Modern Uncircumcised Male (E. Aaron Ross) 10.58 นาที
The Marina Experiment (Marina Lutz) 2009/ 18 นาที
Better Military Modelling (Jill Kennedy) 6.54 นาที

9.2.11

ภาพยนตร์ ฟิล์มไวรัส ที่ธรรมศาสตร์ กุมภาพันธ์-มีนาคม 2554

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
ชมฟรี Admission Free as usual!  
ณ ห้องกิจกรรมเรวัต พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน 2 ศูนย์บริการสื่อการศึกษา หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. (2 PM)

20 ก.พ. Tex Avery’s Screwball Classics
27 ก.พ. โปรแกรมหนังจาก Sydney Underground Film Festival (Program 2)
6 มี.ค. Foolish Wives by Eric von Stroheim
13 มี.ค. Queen Kelly by Eric von Stroheim
20 มี.ค. Tune in Tomorrow  
27 มี.ค. Surprise Film!  

Tex Avery’s Screwball Classics
การ์ตูนของ เท็กซ์ อเวอรี่ คงความคลาสสิกข้ามทศวรรษ ตัวละครประเภท หมาป่าเจ้าเล่ห์ หนูน้อยหมวกแดงสุดเซ็กซี่ ซินเดอเรลล่าอ้อนแอ้นแอ่นอนงค์ อาจจะทำให้คุณหวนไปมองการ์ตูนด้วยสายตาใหม่ ไม่เชื่อถามอาจารย์ ทรงยศ หรืออ่านหนังสือ “คุยกับหนัง” (ที่อาจารย์เขียน)

Sydney Underground Film Festival เทศกาลหนังใต้ดินจากเมืองซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลียได้เปิดเสียวไปครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2550 นับเป็นเทศกาลหนังที่รวมความดิบ ห่าม ประหลาดพิลึก และเป็นตัวของตัวเองจากคนทำหนังทั่วโลก รวมสางสำแดงทุกรส ตั้งแต่ อนิเมชั่น, สารคดี, ดราม่า, สยองขวัญ, คั้ลท์พิลึก, อวอง-การ์ด หรือหนังทดลองใต้ดิน เรียกได้ว่า รสเปรี้ยว แสบ มัน เค็ม มีหมด แต่อารมณ์เดียวที่หนังจากเทศกาลหนังแห่งนี้มีน้อย คือ ความหวาน (ส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ 1 นั้นแยกไปฉายในวันเสาร์ที่ 26 กุมภา ที่ The Reading Room เลขที่ 2 ซอย สีลม 19 ตั้งแต่เวลาบ่ายสองโมงและ 1 ทุ่มตรง - ตามเว็บไซต์ - http://www.readingroombkk.org/ ) 

(ภาพยนตร์ทุกเรื่องได้รับอนุญาตลิขสิทธิ์การฉายถูกต้องจากผู้สร้างและทางเทศกาลหนังซิดนี่ย์ อันเดอร์กราวนด์)

Dogra Shahab (Mr. Dogra)
กำกับโดย Gurpreet Singh, India, 24 นาที
สารคดีเกี่ยวกับคุณ Dogra วัย 84 ปี

I Covered My Eyes (2008)
กำกับโดย Paul Turano, 45 นาที

และหนังสั้นเรื่องอื่นๆ เช่น  
Split (Kitty Green) 8. 24 นาที
Fyre (Maria Sinclair-Ferguson) 3.25 นาที
Better Military Modelling (Jill Kennedy) 6.54 นาที
Removed (Hobart John Hughes) 5.50 นาที

Foolish Wives (1922)
เขียนบทดั้งเดิมและกำกับโดย Erich von Stroheim, USA, 140 นาที 

เรื่องราวของ เคาน์ วลาดิสลาฟ หนุ่มมาดผู้ดีมีสกุลนักปอกลอกสาวรวยทรัพย์ ที่สร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาที่มอนติคาร์โล งานกำกับและนำแสดงเองของผู้กำกับ เอริค ฟอน สโตรไฮม์ ที่เมื่อแรกสร้างเป็นหนังที่ลงทุนสูงที่สุด ณ เวลานั้น โดยผู้กำกับ ฟอน สโตรไฮม์ ต้องการให้หนังมีความยาวระหว่าง 6- 10 ชั่วโมง และฉายในช่วงเย็นของสองวัน แต่ถูกสตูดิโอสั่งหั่นเสียเรียบ

ในฉากนึ่งมีฉากที่ ฟอน สโตรไฮม์ กำลังอ่านนิยายที่ชื่อ Foolish Wives และชื่อนักเขียนบนปกหนังสือ (ที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ) ก็คือชื่อของตัว ฟอน สโตรไฮม์เอง 

Queen Kelly (1929) (บูรณะฟิล์มและทำเพลงประกอบใหม่ปี 1985)
เขียนบทและกำกับโดย Erich von Stroheim, USA, 101 นาที 

หนังพิศรักแรงริษยาในรั้ววังออสเตรียของผู้กำกับ เอริค ฟอน สโตรไฮม์ ที่กลายเป็นข้อพิพาทให้ไล่ผู้กำกับออกกลางคัน โดยนักแสดงสาว กลอเรีย สวอนสัน และผู้อำนวยการสร้างถ่ายตอนจบใหม่เอง แต่แม้กระนั้นฝีมือเลื่องลือของ สโตรไฮม์ ก็ยังอื้ออึงและประสบความสำเร็จในยุโรป และกลายเป็นหนังคลาสสิกที่ฟ้ากลั่นแกล้งอีกหนึ่งเรื่อง 

ต่อมาคลิปบางตอนจากหนังเรื่องนี้กลับไปโผล่ในหนังคลาสสิกของ บิลลี่ ไวล์เดอร์ เรื่อง Sunset Boulevard (1950) ซึ่งทั้ง กลอเรีย สวอนสัน ในบทดาราฮอลลีวู้ดวัยชรา และ ฟอน สโตรไฮม์ กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง (คราวนี้เขามาในฐานะพ่อบ้านของเธอซึ่งมีความหมายสำคัญกับตัวเรื่อง)

Tune in Tomorrow (1990) 
กำกับโดย Jon Amiel, USA, 107 นาที (บรรยายไทย)

นำแสดงโดยพระเอกหล่อ คีนู รีฟส์ และ บาบาร่า เฮอร์ชีย์ (Portrait of A Lady) และ ปีเตอร์ ฟอล์ค (สารวัตรนักสืบโคลัมโบ) ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง Aunt Julia and the Scriptwriter ของนักเขียนรางวัลโนเบลปี 2010 - Mario Vargas Llosa

Surprise Film!  
โปรแกรมพิเศษสุด

4.2.11

Filmvirus ร่วมกิจกรรมงาน "ฝังความทรงจำ" ฉายหนังโปรแกรม "ปีศาจเสรี"

Filmsick เป็นตัวแทน Filmvirus ส่งหนังไปร่วมงาน "ฝังความทรงจำ" ด้วย "ภูติผีแห่งอิสรภาพ" (The Phantom of the Liberty และเรื่องอื่น ๆ)

11 กุมภาพันธ์- 6 มีนาคม 2554 ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ

ศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2544

 
18:00 การแสดงดนตรี โดย กิติเดช บัวศรี + การอ่านบทกวี โดย อาจารย์สกุล บุณยทัต
 
18:30 ตัวแทนจาก Siam Inception Art and Culture Club (SIACC) กล่าวเปิดงาน
 
18:45 เสวนาประเด็น “Siam Inception Process กระบวนการปลูกสร้างความคิด ความเชื่อ ในสังคมไทย” กับ นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ ดำเนินรายการโดย พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ

 
เสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2544
 
13:00 "Loss Project" โดย คานธี อนันตกาญจน์
 
17:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง Legacy (Gela Babluani + Temur Blabuani / 2006 / Georgia

 
อาทิตย์ 13 กุมภาพันธ์ 2544
 
13:00 "Loss Project" โดย คานธี อนันตกาญจน์
 
17:00 เสวนาประเด็น “ภาพยนตร์กับการเซ็นเซอร์” โดย อ.สาวตรี สุขศรี, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, อ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา ดำเนินรายการโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร
 
19:30 ฉายภาพยนตร์สั้นและสารคดี: 
// "สัญญาของผู้มาก่อนกาล" โดย อภิชน รัตนาภายน 
// “Under the Bridge” โดย ธีระวัฒน์ มุลวิไล 
// "เราจะลืมได้อย่างไรในเมื่ิอเราไม่เคยจำ" โดย Sicksickpeople 
// “112” โดย ทุ่งสตรอเบอรี่ตลอดกาล 
// "ผ่านฟ้า" โดย ฮาเมอร์ ซาลวาลา 
// "This way!" โดย วสุนันท์ หุตเวช

 
จันทร์ 14 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง MOTHER (Bong Joon-ho / 2009 / St. Korea)

 
อังคาร 15 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง WALTZ WITH BASHIR (Ari Folman / 2008 / Israel)
 

พุธ 16 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง PHANTOM OF LIBERTY (Luis Bunuel / 1974 / France)
 

พฤหัส 17 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง L'ARGENT (Robert Bresson / 1983 / France)


ศุกร์ 18 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์โปรแกรม Root Lab - Experimental Program: 
// "ปฐมบทแห่งการเริ่มใหม่(ของฉัน)" โดย วชร กัณหา 
// "MV รำวงวันสงกรานต์" โดย วรรษชล ศิริจันทนันท์ 
// "He in me" โดยกิตติคุณ กิตติโสวรรณ 
// "Reflect" โดย มัชฌิมา อึ๊งศรีวงษ์ 
// "ผู้หญิงที่ผัวหายในวันที่ 14 เมษา" โดย อรรถวุฒิ บุญยวง 
// "คำพิพากษา ของซาตาน" โดย เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง
 

เสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544
 
17:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง THE PARTY AND THE GUEST (Jan Nemec / 1966 / Czech)
19:30 ละคร "ฆาตกรรมในห้องเรียน" โดย กลุ่มละครประกายไฟ

 
อาทิตย์ 20 กุมภาพันธ์ 2544
 
15:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง Exit Through The Giftshop (Banksy / 2010 / UK)
17:00 เสวนาประเด็น “ลายเส้นกับภาวะสังคม” กับ ศักดา แซ่เอียว (เซีย ไทยรัฐ), วีระชัย ดวงพลา (The Duang), วรเทพ อรรคบุตร ดำเนินรายการโดย ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
 

จันทร์ 21 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง DOROTHY MILLS (Agnes Merlet / 2008 / Ireland)
 

อังคาร 22 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง I FOR ICARUS (Henri Verneuil / 1979 / France)

 
พุธ 23 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง MOTHER (Bong Joon-ho / 2009 / St. Korea

 
พฤหัส 24 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง WALTZ WITH BASHIR (Ari Folman / 2008 / Israel)
 

ศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์โปรแกรม Root Lab - Documentary Program: 
// "ความทรงจำ เวลา และตัวฉัน" โดย นันทวัฒน์ จรัสเรืองนิล 
// "ลมหลง" โดย ยิ่งศิวัช ยมลยง 
// "บุคคลที่ตกค้างอยู่ในความทรงจำ" โดย เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง 
// "กาลานุสติ" โดย สิทธิพร ราชา 
// "ถึงแก่การกริยา" โดย อรรถวุฒิ บุญยวง 
// "ใครจะลืม" โดย วรรษชล ศิริจันทนันท์
 

เสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2544
 
17:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง THE INVISIBLE EYES (Diego Lerman / 2010 / Argentina)
 
20:00 การแสดงเรื่อง "บ่อ" โดย จารุนันท์ พันธชาติ
 
20:20 การแสดงเรื่อง "Tribute to Dr.T" โดย ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์
 
20:30 การแสดงเรื่อง "ส่งวิญญาณ" โดย นิกร แซ่ตั้ง


อาทิตย์ 27 กุมภาพันธ์ 2544
 
17:00 เสวนาประเด็น “กวีกับการเมือง” กับ ซะการีย์ยา อมตยา, อ.สกุล บุณยทัต และ อ.อติภพ ภัทรเดชไพศาล
 
16:30 อ่านบทกวี โดยกลุ่ม Thai Poet Society
 
20:30 การแสดงดนตรี โดย 
// ฮาเมอร์ ซาลวาลา
// Cucumber The Killer
// เดือน จงมั่นคง
// Hello Minor
 

จันทร์ 28 กุมภาพันธ์ 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง PHANTOM OF LIBERTY (Luis Bunuel / 1974 / France)
 

อังคาร 1 มีนาคม 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง L'ARGENT (Robert Bresson / 1983 / France)
 

พุธ 2 มีนาคม 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง DOROTHY MILLS (Agnes Merlet / 2008 / Ireland)
 

พฤหัส 3 มีนาคม 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง I FOR ICARUS (Henri Verneuil / 1979 / France)
 

ศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2544
 
19:00 ฉายภาพยนตร์โปรแกรม Root Lab - Fiction Program:  
// "ตั้งแต่เกิด" โดย ปณพันธ์ ตั้งสมบูรณ์ 
// "เชลย แห่งความรัก" โดย วชร กัณหา 
// "มดลูกในตู้ปลา" โดย ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล 
// "พิพิธภัณฑ์แห่งแสง" โดย เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง 
// “BLUE BLANK” โดย วชร กัณหา 
// "แล้วเราจะลืมมันอีกครั้ง" โดย ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล 
// "พุทธรูป" โดย ธนชาติ ศิริภัทราชัย
 

เสาร์ที่ 5 มีนาคม 2544
 
17:00 ฉายภาพยนตร์เรื่อง S21 THE KHMER ROUGE KILLING MACHINE 
(Rithy Panh / 2003 / Cambodia)
 
19:30 ละคร "ฆาตกรรมในห้องเรียน" โดย กลุ่มละครประกายไฟ
 

อาทิตย์ 6 มีนาคม 2544
 
17:00 เสวนาประเด็น “สื่อกับอิทธิพลทางการเมือง” กับ จีรนุช เปรมชัยพร, ธิดา ผลิตผลการพิมพ์
 
20:30 การแสดงดนตรี โดย 
// Red Riot
// ภูมิจิต
// Desktop Error

3.2.11

Filmvirus Shorts: Wildtype Screenings 2011

Filmvirus Shorts: Wildtype Screenings 2011 ที่ The Reading Room สีลม ซอย 19  

ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554, 13:00น. เป็นต้นไป - 12 กุมภาพันธ์ เวลา 6:30 น.

Admission Free (as usual) !!! (ชมฟรีเช่นเคย)

Filmvirus ร่วมกับ The Reading Room ภูมิใจเสนอโปรแกรม “หนังสั้นไทยใจเถื่อน” FilmVirus Shorts: Wild Type 2011 

โปรแกรมหนังสั้นไทยโดยผู้กำกับรุ่นใหม่ ที่คัดเลือกโดยกลุ่ม FilmVirus โปรแกรม Wild Type นี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 และ 12 กมุภาพันธ์ และ ตลอดเดือนมีนาคม (สำหรับโปรแกรมในเดือนมีนาคม กรุณารออัพเดทอีกครั้ง)

รายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Wild Type ดูได้ที่ Facebook page: www.facebook.com/wildtype.filmvirus และเว็บไซต์ : http://wildtype.filmvirus.com


FILMVIRUS SHORTS: WILD TYPE 2011

5 กุมภาพันธ์ 2554, 13:00น. เป็นต้นไป (วันนี้มีการเสวนาโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร และ Filmsick)

NEW AUTEURS - THE UNDERGROUND OFFICE
PROGRAM 1: EMANATED
โปรแกรม 1: สำนักงานใต้ดิน – เฟื่อง

เฟื่อง (วชร กัณหา+ ธนิ ฐิติประวัติ + ธีรนิต์ เสียงเสนาะ)28 mins 
เชลยแห่งความรัก (วชร กัณหา + ธีรนิต์ เสียงเสนาะ)30 mins 
ความทรงจำของเศษดาว (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ)24 mins 
พายายหมอนไปชมสวน(วชร กัณหา)24 mins 
วันวิปริตไร้เงาดวงจันทร์( ธนิ ฐิติประวัติ)26mins 

NEW AUTEURS – CHALOEMKIAT SAEYONG
PROGRAM 2: Lumiere Factory
โปรแกรม 2: เฉลิมเกียรติ แซ่หย่อง – พิพิธภัณฑ์แห่งแสง

คำพิพากษาของซาตาน (Chay Gayvah-rar ‘n’ the Machupicchu) 20 mins 
สถานต่างอากาศ 24 mins 
บางคนที่ตกค้างอยู่ในความทรงจำ (History In the Air) 62 mins 
พิพิธภัณฑ์แห่งแสง (Employees Leaving the Lumiere Factory) 30 mins. 


12 กุมภาพันธ์ 2554, 13:00น. เป็นต้นไป

RAW CINEMA (116mins)

วันสบายสบายของน้องกร (กร กนกคีขรินทร์) 3 mins 
เตรียมใจ (กร กนกคีขรินทร์) 4 mins 
คนธรรพ์ (วิชชุพงษ์ สุขวิชัย) 20 mins 
อย่างน้อย (ไตรทศ เติมอาบศรี) 14 mins
ผ....สุดที่รัก (uncensored version) (ชวการ อ่ำสมคิด) 
ไสหัวไปตายซะ (ณัฐพันธุ์ บุญเลิศ) 20 mins 
รวมร่าง ( มนัสศักดิ์ คล่องชัยอนันต์) 3 mins 
แผลเป็น (อรรถวุฒิ บุญยวง) 12 mins 
กาลครั้งหนึ่งคิดถึงวันวาน (สิทธิพงษ์ ปัดชากาว) 10 mins 
กินข้าว (สิทธิพงศ์ ปัดชากาว) 13 mins 
วันที่ดวงจันทร์เข้ามาใกล้โลกมากที่สุด(วีระพงษ์ วิมุกตะลพ) 9 mins 

NEW AUTEURS - THE UNDERGROUND OFFICE
PROGRAM 2

อำพราง (ธนิ ฐิติประวัติ) 26mins
กระต่ายในดวงจันทร์ (วชร กัณหา) 3mins
ในเมืองร้อนกับค่ำคืนที่ว่างเปล่า (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) 50mins
Hunter the Bag (วชร กัณหา+ ธนิ ฐิติประวัติ) 17mins
ประถมบทแห่งการเริ่มต้นใหม่(ของฉัน) (วชร กัณหา) 16mins 
เพียงหลับไหลในเงามืด (ธีรนิต์ เสียงเสนาะ) 16mins 

9.12.10

โปรแกรมฟิล์มไวรัส หนังไทย 16 มม. สุดเปรี้ยว ที่ขอนแก่น

โปรแกรมฟิล์มไวรัส '16 มม. สุดเปรี้ยว' ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 12 ธันวาคม ฉายกลางแปลง ยกโรงบุกโดย ฟิล์มซิค และ ชาญชนะ หอมทรัพย์ เจ้าเก่าครับท่าน 


วันที่ 12 ธันวาคม

สุรีรัตน์ล่องหน (2504)
หนังพล็อตเก๋ซึ่งเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างหนังชีวิตเศร้า เคล้าน้ำตา + หนังไซไฟมนุษย์ล่องหนสุดพิลึก! ผลงานกำกับของนักแสดงและผู้กำกับระดับ ตำนานอย่าง ส.อาสนจินดา สร้างจากบทประพันธ์ของ ประดิษฐ์ กัลป์จารึก เล่าเรื่องสาวสวย...ชีวิตรันทดนาม ‘สุรีรัตน์’ ที่ต้องเผชิญวิบากกรรมกลั่นแกล้งจากทีมแม่ใหญ่ที่จงเกลียดชังเธอเป็นเท่าทวี หลังมรดกเครื่องเพชรเลอค่าของคุณย่าตกเป็นของสุรีรัตน์ แต่แผนกำจัดสุรีรัตน์ด้วยล่อลวงให้เธอไปพบนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องรายหนึ่ง กลับนำพาให้เธอกลายเป็นสุรีรัตน์ล่องหน!

จุฬาตรีคูณ (2510)
จากบทประพันธ์อมตะของพนมเทียน สู่มหากาพย์หนังเพลงชิงเมืองหักสวาท เล่าเรื่องราวความรักของอริยวรรต จอมกษัตริย์แห่งมคธ ผู้ต้องมนต์ เจ้าหญิงดารารายพิลาส แห่งกรุงพาราณศรี เมืองคู่แค้นสองแคว้นนี้เกือบจะรวมเป็นหนึ่งด้วยรักแต่ด ้วยแรงริษยา ทำให้ความรักของทั้งคู่กลับไปจบลงที่พระแม่คงคา ..จุฬาตรีคูณ โดยตัวหนังฉบับนี้ได้สองพระเอก ใหญ่ มิตร ชัยบัญชา มารับบทประกบ สมบัติ เมทะนี ร่วมด้วย เพชรา เชาวราษฎร์ และ เนาวรัตน์ วัชรา กำกับโดย ดอกดิน ‘ล้านแล้วจ้า’ กัญญามาลย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องของเจ้าตัวที่ยิ่งใหญ่แปลกหูแปลกตา

แผ่นดินของใคร (2502)
หนังแอ็กชั่นยิงสนั่นเรื่องนี้ ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ได้ยกกองขึ้นไป ถ่ายทำบนแผ่นดินเขาพระวิหาร ในขณะที่ยังคงเป็นดินแดนของไทยอยู่ เราจึงได้เห็นภาพธงไตรรงค์โบกสะบัดบนเขาพระวิหาร ในฉากแอ็กชั่นช่วงท้ายเรื่อง ตัวหนังเป็นหนังแนวสายลับปฎิบั ติการเพื่อชาติ ได้นักบู๊ยุคนั้นอย่าง แมน ธีระพล มาประกบนักแสดงมากฝีมือ ทักษิณ แจ่มผล ร่วมด้วยนางเอกเจ้าน้ำตา วิไลวรรณ วัฒนพานิช และดาวร้ายเซ็กส์ซี่ ปรียา รุ่งเรือง ที่ได้ฉายา ‘อกเขาพระวิหาร’ จากหนังเรื่องนี้เอง

4.12.10

โปรแกรมภาพยนตร์ Filmvirus ที่หอศิลป์ จามจุรี ในงาน Art Square 8

Art Square 8 & Filmvirus

Black & White Like Day and Night

ฉายกลางแปลง- เริ่มเวลา 6 pm


14 ธันวาคม 2553
Avida “โลกอ้วนคนต๊อง”
กำกับโดย Gustave de Kervern, Benot Delpine

ร่วมแสดงโดยยอดผู้กำกับหนังระทึกจิตชาวฝรั่งเศส Claude Chabrol และผู้กำกับละครเวที (และคนทำหนังหัวหอก) ของกลุ่ม Panic Movement คือ Fernando Arrabal

Haxan “ประวัติศาสตร์แม่มด”
กำกับโดย Benjamin Christensen

Vampyr “แวมไพร์สยองไม่ต้องใช้เสียง”
โดยผู้กำกับระดับตำนาน Carl Dreyer

15 ธันวาคม 2553
College “ทิ้งเรียนไปจับสาวแอโรบิค”
หนังตลกนำแสดง – ร่วมกำกับโดย Buster Keaton

Sherlock, Jr. “หนุ่มนักฉายหนังหัวใจเชอร์ล็อค โฮล์มส์”
นำแสดงและกำกับโดย Buster Keaton

The Cameraman “กดชัตเตอร์สะกิดรัก”
นำแสดง – ร่วมกำกับโดย Buster Keaton

16 ธันวาคม 2553
The Goddess “มารดรกลางวัน โสภากลางคืน” (Shen nu)
หนังจีนกำกับโดย Yonggang Wu

Mr.Thank You “รถเมล์หัวใจ”
หนังญี่ปุ่นกำกับโดย Hiroshi Shimizu

The Masseurs and a Woman “หมอนวดบอดตรึงใจนาง”
หนังญี่ปุ่นกำกับโดย Hiroshi Shimizu

29.11.10

โปรแกรมภาพยนตร์ ลาก่อน...ที่รัก Condolences Program

โปรแกรมภาพยนตร์ ลาก่อน...ที่รัก 
Condolences Program


 
CONDOLENCES PROGRAM 

 ปี 2010 เป็นปีอันโหดร้ายสำหรับวงการภาพยนตร์เมื่อเราต้องสูญเสีย ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์คนทำงานเบื้องหลังชั้นเลิศไปแบบที่แทบจะเรียกว่ารายสัปดาห์ หรือพระเจ้าปราถนาจะไปสร้างโรงถ่ายบนสรวงสวรรค์จึงริบคืนผู้คนบนโลกภาพยนตร์ ไปเรียงตัวเช่นนี้  

ตามธรรมเนียมชาวพุทธถือผีแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีอะไรดีไปกว่าการทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับวงการภาพยนตร์โลกเล่า วิธีหนึ่งที่เป็นที่เลื่องลือว่าได้ผล ก็คือการแสร้งทำเป็นว่าตายเพื่อต่ออายุ ดังนั้น ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขอเชิญทุกท่านร่วมปิดท้ายปีวิปโยคด้วยโปรแกรมสะเดาะเคราะห์ ฉายหนังคนตายในโปรแกรม

ลาก่อน...ที่รัก Condolences Program

Admission Free 
ชมฟรี ฉาย ที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U 2 ของ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ (ตึกสีขาวสูงริมน้ำ) - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ชมฟรี แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์)

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553 – 6 กุมภาพันธ์ 2554 ตั้งแต่ 12.30 น. และ 14.30 น. เป็นต้นไป (เวลาอาจขยับเปลี่ยนเล็กน้อยตามความยาวของหนังแต่ละเรื่อง)

12/12/53

1. CLAUDE CHABROL เจ้าพ่อหนังอาชญากรรมฝรั่งเศสและหนังผัวเมียแสยงอารมณ์


NADA (CLAUDE CHABROL /1974) 

Nada คือ ชื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายหัวเอียงซ้ายที่ประกอบด้วยสมาชิก 6 คนที่มีพื้นเพแตกต่างกันไป Diaz หัวหอกของกลุ่มวางแผนที่จะลักพาตัวท่าน ทูตอเมริกัน Richard Poindexter เพื่อจะเรียกร้องความสนใจจากมวลชน ส่วน Treuffaisdครูสอนปรัชญาขี้กลัว สมาชิกอีกคนของกลุ่มไม่ยอมเข้าร่วมฏิบัติการครั้งนี้และขอลาออก สมาชิกที่เหลือทั้งห้าประสบความสำเร็จในการลักพา Pointdexterไปกักตัวไว้ในบ้านไร่ไกล ผู้คน โชคร้ายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่านายตำรวจหัวหน้าชุดปฏิบัติการไล่ล่าเห็นว่าการ กำจัดผู้ก่อการร้ายนั้นมีค่ากว่าการรักษาชีวิตท่านทูต! http://www.dailymotion.com/video/x7252x_1973-nada-sample-claude-chabrol_shortfilms


PLEASURE PARTY (CLAUDE CHABROL /1975) 

Phillipe และ Esther ดู เหมือนเป็นคู่ผัวตัวเมียในอุดมการณ์พร้อมลูกสาวหนึ่งคนนาม Elise และเพื่อจะ คงความสดใหม่เร้าใจในชีวิตคู่ Phillipe ติดว่าทั้งเขาและ Esther ควรจะคบชู้ ในขณะเดียวกันก็ต้องเอามาเล่าให้อีกฝ่ายฟังอย่างเปิดเผยด้วย ! หากใน ที่สุดแผนดังกล่าวกลับย้อนมาแผลงฤทธิ์กับพวกเขาเองนำพาเรื่องราวไปสู่โศกนาฏกรรมเมื่อ Phillipe ถูกกลืนกินด้วยแรงริษยาเสียเอง

หนังนำแสดง โดย Paul Gégauff มือเขียนบทคู่หูของ Chabrolเอง ตัวภรรยาและลูกสาวก็เป็นภรรยาและลูกสาวในชีวิตจริง (ซึ่งหย่ากันในช่วงที่ถ่ายทำหนัง) ที่ชวนขนหัวลุกคือหลังจากหนังฉายไปไม่กี่ปี ก็เกิดโศกนากฎกรรมกับครอบครัวนี้เข้าจริงๆ เมื่อเขาถูกภรรยาคนใหม่แทงจนถึงแก่ความตายเพราะความหึงหวง!
http://www.metacafe.com/watch/4881117/pleasure_party_movie_trailer/ 
 

19/12/53

2. ALAIN CORNEAU กับ 2 หนังอาชญากรรมระบบสตูดิโอขายดาราฝรั่งเศส


SERIE NOIRE (ALAIN CORNEAU /1979)

Frank Poupart เป็น เซลล์แมนขายของตามบ้านที่กำลังระหองระแหงกับภรรยาเจ้าอารมณ์ วันหนึ่งเขาเข้าไปตามทวงหนี้ลูกค้า แต่กลับพบกับยายแก่เจ้าของบ้านที่อาศัยอยู่กับหลานสาว ที่ยายใจโฉดยินดีขายแลกกับข้าวของ แทนที่จะมีอะไรกับสาวน้อย Frank สัญญาจะช่วยเธอให้พ้นจากยายแก่ใจยักษ์ เด็กสาวเองก็ถึงกับตามมาหาเขาที่บ้าน ทั่งคู่ยิ่งเตลิดไปใหญ่ เมื่อเมียเขาทิ้งเขาไป และเด็กสาวมาบอกความลับว่ายายแก่ซ่อนเงินจำนวนมากไว้ใต้เตียง Frankจึงคิดแผนอาชญากรรมขึ้น ซึ่งนั่นทำให้เรื่องทั้งหมดยุ่งเหยิงขึ้นไปเรื่อยๆ และเจ็บปวดมากขึ้นทุกที 

หนังฝรั่งเศสเรื่องนี้ดัดแปลงอย่างยอดเยี่ยมและจบสวยกว่าต้นแบบนิยายอเมริกันเรื่อง POP 1280 ของนักเขียนอาชญากรรมเกรดบีตัวเอ้ Jim Thompson (ไม่เกี่ยวกับคนที่ขายผ้าไหมเมืองไทย) ซึ่งแต่งเรื่อง The Grifters และ The Killer inside Me  
 

LA MENACE (ALAIN CORNEAU /1977)

หนัง เล่าเรื่องของ Dominique สาวเจ้าของธุรกิจรถบรรทุกที่เธอร่วมบริหารกับแฟนหนุ่ม แต่โดยที่เธอไม่ระแคะระคาย แฟนเธอแอบกิ๊กอยู่กับ Julie สาวแคนาดาทั้งๆ ที่เธอกำลังตั้งท้องลูกของเขาอยู่ Henri ตัดสินใจบอกเลิก Dominique ซึ่งนั่นทำให้เธอตามไปหาเรื่อง Julie หลังจากทะเลาะตบตีกัน Dominique โดดตึกฆ่าตัวตายตำรวจสงสัยว่า Julie เป็นฆาตกรฆ่า Dominique เพื่อช่วยคนรัก Henri ถึงกับปลอมหลักฐานให้ตัวเองมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมด้วย เมื่อ Julieหลุดจากการเป็นผู้ต้องหา แผนของเขาคือการจัดฉากความตายให้ตัวเองหมายจะไปเริ่มชีวิตใหม่กับ Julie ที่แคนาดา แต่แผนก็มักมีผิดพลาดเสมอ

26/12/53

3. WERNER SCHROETER - เยอรมันออเตอร์นอกกรอบทุกกระเบียด


DEUX (WERNER SCHROETER /2002)

ภาพยนตร์ ‘อัตชีวประวัติเหนือจริง’ (surrealist autobiography) โดย Werner Schroeter เล่าเรื่องของตัวเขาเอง แต่แบ่งตัวเองออกเป็นตัวละครหญิงสองตัวที่เป็นฝาแฝดซึ่งไม่เคยรับรู้การมี อยู่ของกันและกัน (ทั้งคู่รับบทโดย Isabelle Huppert เจ้าแม่หนังจิตพล่านของฝรั่งเศส) หนังตัดสลับระหว่างชีวิตของสองสาวกับแม่ของเธอ ด้วยวิธีการที่หลุดพ้นไปจากการเล่าเรื่องที่คุ้นเคย ทั้งการใช้รูปแบบเหนือจริง และการแสดงแบบละครเวทีผสมโอเปร่า ไปสุดขอบเท่าที่ความเป็นพล็อตจะพาหนังไปได้ ทั้งหมดคือห้วงความทรงจำที่ Schroeter มี ทั้งต่อชีวิตของเขาเองและงานศิลปะที่มีอิทธิพลต่อตัวเขา โดยไม่จำเป็นต้องอ้างอิงความเป็นเหตุเป็นผล หรือเป็นเรื่องเป็นราว ที่คืองานที่สุดขอบในทุกกรณีซึ่งรวมถึงการแสดงที่น่าจดจำของHuppert ด้วย

DAY OF THE IDIOTS (WERNER SCHROETER/1981)

 หนัง เล่าเรื่องของ Carole หญิงสาวผู้รู้สึกแปลกแยกกับสังคมอย่างรุนแรง เธอทั้งไม่สามารถเข้ากับผู้อื่นและไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกของชายหนุ่มคน รักได้เลยแม้แต่น้อย และเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอกล่าวหาว่าเพื่อนบ้านของเธอเป็นผู้ก่อการร้าย (ในส่วนนี้ Schroeter ฉายภาพอาการวิตกจริตของคนเยอรมันที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลเยอรมันเพื่อตอบโต้การก่อการร้ายในช่วงปี 1977) ซึ่งนั่นทำให้เธอถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลบ้า แน่นอนว่าหนังไม่ได้เล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา และดูเหมือนว่าหนังไม่ได้พูดผ่านตัวเรื่องอีกต่อไป หากพูดผ่านร่างกายของCarole การตอบสนองของเธอ การแสดงออกทางสีหน้าของเธอ ท่าทางของเธอ

นำแสดงโดย Carole Bouquet นักแสดงจากหนังเซอร์แตกของ Luis Bunuel อีกทั้งเธอยังเคยเป็นนางแบบให้เครื่องสำอางลังโคม และเป็นนางเอกหนัง เจมส์ บอนด์ เรื่อง For Your Eyes Only 


9/1/54

4. CHRISTOPH SCHLINGENSIEF คนทำหนังใต้ดินเยอรมันตัวจริง


DIE 120 TAGE VON BOTTROP (CHRISTOPH SCHLINGENSIEF/1997)

หนัง เล่าเรื่องของผู้กำกับเยอรมันที่คิดจะรีเมค SALO ของ ปิแอร์ เปาโล ปาโซลินี่ ไม่ต้องกล่าวให้มากความ ไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนเลยสักนิด บางทีกระทั่งการฆ่าตัวตายยังอาจนับเป็นปัญหาจิ๋วๆในเรื่องนี้!


100 YEARS OF ADOLPH HITLER (CHRISTOPH SCHLINGENSIEF /1988)

หนัง เล่าเรื่องชั่วโมงท้ายๆในชีวิตของฮิตเลอร์ ถ้าจะเล่าเรื่องก็คงมีแค่นี้ เพราะที่เหลือคือความบ้าคลั่งของนักแสดงที่มารับบทผู้คนรอบข้างชีวิตฮิตเลอร์ อธิบายไม่ได้ ไม่มีเหตุผล มีแต่ความบ้าคลั่งสุดขอบในห้องปิดตาย หนังถ่ายทั้งหมดในบ้านร้างหรืออะไรสักอย่างโดยไม่ต้องจัดไฟ แต่ใช้แสดงสปอตไลท์คอยส่องตามนักแสดงที่กระทำการบ้าคลั่งแบบไม่ยั้งมือไป เรื่อยๆ นี่คือหนังแบบที่จินตนการไม่ได้อธิบายไม่ถูก ซึ่งดัดแปลงจากละครเวทีของ Schlingensief เอง และเป็นหนึ่งในสามหนังไตรภาคเยอรมันที่มุ่งร้ายหมายขวัญบรรดาอนุรักษ์นิยมในเยอรมัน (จนผู้กำกับกลายเป็นไอ้ตัวแสบแห่งเยอรมัน) อันประกอบด้วยเรื่องฮิตเลอร์ในเรื่องนี้ เรื่องการก่อการร้ายใน Terror 2000 และ เรื่องกำแพงเบอร์ลินใน THE GERMAN CHAISAW MASSACRE

 

16/1/54

5. ERIC ROHMER เจ้าพ่อหนังฝรั่งเศสชุดจริตเร้นซ่อนใจ

THE GREEN RAY (ERIC ROHMER /1986)

(คำเตือน : อย่าด่วนสรุปเพียงจากการอ่านเรื่องย่อ เพราะเสน่ห์ของหนังของ เอริค โรห์แมร์ นั้นอยู่ที่รายละเอียด) หลังจากโดนเพื่อนคู่หูที่นัดแนะกันไว้อย่างดีเบี้ยวนัดเที่ยววันหยุด Delphine เลาขุนาการิณีสาวปารีเซียงไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต เธอไม่อยากไปเที่ยวเพียงลำพัง แต่เธอก็ยังไม่มีแฟนจะไปด้วย แล้วยังดูเหมือนจะไร้หนทางจะเจอเพื่อนใหม่ เพื่อนเธอคนหนึ่งพาเธอไปเที่ยวเมือง Cherbourg ไปอยู่ได้ไม่กี่วันเธอก็หนีกลับมานั่งเศร้าที่ห้อง จากนั้นเธอลองไปเที่ยวเทือกเขา Alps แต่พอไปถึงก็กลับมาเลยในวันเดียว จากนั้นเธอลองไปชายทะเลดูบ้าง ไปได้เพื่อนใหม่เป็นสาวสวีเดนไวไฟซึ่งดูจะเป็นคู่หูที่สนุกสนาน แต่ฉับพลันทันใด แม่ Delphine ก็ทิ้งทุกสิ่งแล้วกลับปารีส ที่สถานีรถไฟเธอพบกับหนุ่มหล่อที่แอบจ้องมองหนังสือดอสโตเยฟสกี้ในมือเธอ พ่อหนุ่มกำลังจะไปพักร้อนที่เมืองเล็กๆ แถวๆนี้ ขณะที่เธอกำลังจะกลับปารีส บางทีเขาอาจเป็นเพื่อนเธอไปดูรังสีมรกตในทะเลที่เธอไม่รู้จักก็ได้ แต่บางทีไอ้นี่ก็คงเหมือนคนอื่นๆ เหมือนกันก็ได้ ของแบบนี้ใครจะไปรู้

FOUR ADVENTURES OF REINETTE AND MIRABELLE (ERIC ROHMER/1987)

นี่คือเรื่องของสองสาว Reinette สามบ้านนอก และ Mirabelle สาวปารีสที่เจอกันโดยบังเอิญในช่วงวันหยุดเมื่อ Reinette ช่วย Mirabelle ซ่อมจักรยาน และพาเธอไปเที่ยวชมความงดงามของธรรมชาติ รวมถึงพาเธอไปรู้จักับ ‘โมงยามสีคราม ( The Blue Hour)’ ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอกันจนถึงขนาดตกลงใจไปเช่าแฝลตอยุ่ด้วยกันใน ปารีสตอนทีทั้งคู่ไปเข้ามหาลัย แต่มันเป็นเรื่องยากที่คนสองคนที่บุคลิกแจตกต่างกันมากจะมาอยุ่ด้วยกันใน เมื่อ Reientte นั้นเป็นคนเรียบๆกหากกระตืรื้อร้นผิดกับ Mieabelle ที่เป็น คนซับซ้อนและเกียจคร้าน

23/1/54

6. ARTHUR PENN อินดี้อเมริกันยุค 60 ผู้สร้าง Bonnie and Clyde


THE CHASE (ARTHUR PENN/1966)

มันเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ ผู้คนในเมืองดูเป็นคนดีแต่งตัวสวยงามพูดจาสุภาพ มีเศรษฐีน้ำมันเป็นนายทุนใหญ่ของเมืองทำทั้งน้ำมัน และ ธนาคาร ชนชั้นกลางในเมืองทำงานขยันแข็งตกเย็นวันเสาร์ไปนั่งร้านเหล้าจัดงาน ปาร์ตี้ นายอำเภอหนุ่มห้าวหาญเข้มแข็งพร้อมจะปฏิบัติงานตลอดเวลา ทุกอย่างดูสงบสวยงามเหมือนในฝันจนกระทั่งข่าวการแหกคุกของ บับบ้า รีฟส์ ที่เป็นอดีตเด็กเกเรของเมือง เดินทางมาถึงเราจึงได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเมืองนี้ เพราะนายอำเภอแท้จริงแล้วเป็นหนี้ Val Rogers นายทุนใหญ่ เขาเป็นนายอำเภอเพื่อหวังจะเก็บเงินไถ่ฟาร์มคืนแล้วจะได้ไปมีชีวิตสมถะ Val Rogers มีปัญหากับลูกชายที่มองว่าไม่เอาไหน ลูกชายของเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งและรักผู้หญิงอีกคนที่เป็น-หญิงต้อง ห้าม- พนักงานธนาคารลักลอบเป็นชู้กัน มีทัศนคติเหยียดผิวอย่างรุนแรง ทุกคนมีปืนในครอบครอง และหนังเล่าเรื่องเวลาเพียงหนึ่งวัน ค่อย ๆ เพิ่มความกดดันจนในคืนวันเสาร์นั้นเอง เมืองทั้งเมืองบ้าบอไปจนถึงขั้นสติแตก โดยมี บับบ้า เป็นเครื่องสังเวยทางศีลธรรมจอมปลอมของผู้คน  
 

MICKEY 1 (ARTHUR PENN/ 1965)

นี่อาจจเป็นหนังที่แปลกหูแปลกตามากที่สุดสำหรับแฟนๆของ ARTHUR PENN ที่คุ้นชื่อของเขาจากหนังรางวัลออสการ์ Bonnie and Clyde หรือ The Miracle Worker เพราะนี่คือหนังที่ Penn สร้างโดยได้รับอิทธิพลจากกลุ่ม French New Wave !

รูปหล่อ Warren Beatty รับบทนักแสดงตลกตามไนต์คลับ ซึ่งบังเอิญหลุดเข้าไปในโลกประหลาดที่มีทั้ง ม็อบอันโกรธแค้น นักสอนศาสนาข้างถนน พวกนักดนตรีกลางคืนที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในตัวเขาเอง!

 

30/1/54

7. DENNIS HOPPER + WILLIAM LUBTCHANSKY หนังของนักแสดงอเมริกันระดับตำนาน Easy Rider และตากล้องแนวหน้าของหนังฝรั่งเศส


THE LAST MOVIE (DENNIS HOPPER/1971)

หนัง เล่าเรื่องของ Kansas ชายหนุ่มที่รับผิดชอบเรื่องที่มีนักแสดงตายคากองถ่ายในเปรู เขาตัดสินใจออกจากกองถ่าย และปักหลักอยู่ในเปรูกับ Maria โสเภณีประจำหมู่บ้าน แรกทีเดียวเขาคิดว่านี่คือสรวงสวรรค์กระทั่งเขาถูกเรียกตัวไปช่วยในกองถ่าย ประหลาดซึ่งเป็นกองถ่ายหนังของชาวพื้นเมืองเปรูที่คิดจะถ่ายหนังจากกล้องที่ทำด้วยไม้ โดยที่ที่จริงแล้งบรรดาชาวเปรูเหล่านั้นหาได้เข้าใจความแตกต่างของหนังกับชีวิตจริงเลยแม้แต่น้อย

DUELLE (UNE QUARANTINE) (JACQUES RIVETTE/1976)

เราขอตั้งชื่อไทยของหนังเรื่องนี้ว่า 'ศึกเจ้าแม่ตะวันจันทรามหาภัย!' เพราะนี่คือหนังแบบที่เราจะเห็นก็แต่ในพล็อต ของหนังกำลังภายในเท่านั้น พลอตของหนังคือการชิงความเป็นใหญ่ในการตามหาหินวิเศษ ระหว่างเจ้าแม่ตะวัน (บูล โอลเจียร์ ในชุดสีแดงเพลิงหรือ ทอง ) และเจ้าแม่จันทรา (จูเลีย แบร์โตในชุดสีน้ำเงิน เงิน ม่วง) ทั้งสองเจ้าแม่เสด็จลงมาบนโลกมนุษย์ในคืนเพ็ญแรกของฤดูใบใบไม้ผลิเพื่อตามหา หินวิเศษที่จะช่วยให้พวกนางมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้ยาวนานขึ้น วิธีการนั้นหรือก็คือการร่ายมนต์ใส่มนุษย์ทั้งหลายให้กลายเป็นข้าช่วงใช้ออก ตามล่าหาหินวิเศษซึ่งอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่งในเหล่าตัวละครนั่นแหละ

พลอ ตอาจจะฟังดูอลังการงานสร้างแต่ตัวหนังราวกับเป็นฉบับทำเองก็ได้ง่ายจังเพราะ ที่เราจะได้เห็นคือบรรดาตัวละครในเครื่องทรงอลังการ เดินกรีดกรายไปมาในฉากที่เหมือนเมืองแถวบ้าน สเปเชียลเอฟเฟคต์เป็นสิ่งเกินจำเป็น อาศัยแค่การจัดไฟ การตัดต่อ และการแสดงท่าทางง่ายๆก็สร้างมนต์ขลังได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรม คอมพิวเตอร์แต่อย่างใด บรรดาดาราก็พาเหรดกันมาวางท่าเขื่องโข กรีดกรายกรุ้มกริ่มชนิดไม่มีใครยอมแพ้ใคร (โดยเฉพาะสองราชินีที่มีรัศมีแบบกลืนกันไม่ลง คนหนึ่งในแสงและอีกคนในความมืด

 

6/2/54

8. DINO De LAURENTIIS + LUIS GARCIA BERLANGA โปรดิวเซอร์หนังระดับตำนานชาวอิตาลี่และผู้กำกับสเปนที่ถูกหลงลืม


EUROPA’51 (ROBERTO ROSSELLINI/1952) 

Ingrid Bergman นักแสดงคู่บุญของ Roberto Rosellini รับบทหญิงสาวที่ชีวิตล่มสลายหลังการฆ่าตัวตายของลูกชายของเธอ และเพื่อที่จะทำให้ชีวิตมีคุณค่าบ้าง เธอเดินทางไปเป็นนางพยาบาลดูแลคนไข้ในในกรุงโรม หากสามีของเธอเห็นว่านี่เป็นงานที่ต่ำทราม และเมื่อโอกาสมาถึงเขาก็พยายามจะจับภรรยาตัวเองเข้าโรงพยาบาลบ้า

THE EXCUTIONER (LUIS GARCIA BERLANGA/1963)

หนังเล่าเรื่องของเพชฌฆาตวัยใกล้เกษียณ ที่นึกสงสัยว่าหลังจากนี้ใครจะเข้ามารับตำแหน่งนี้แทนเขา เขามีลูกสาวอยู่คนหนึ่งแต่โชคร้ายที่ดูเหมือนเธอจะต้องขึ้นคานเพราะมีพ่อ เป็นเพชฌฆาต บรรดาหนุ่มๆ ที่มาจีบต่างแขยงความจริงในข้อนี้จนหนีไปหมด นั่นจนกระทั่งมีชายหนุ่มหน้าใหม่เข้ามาในเมือง ชายหนุ่มแสนดี ประเภทที่ไม่มีใครจะอยากแต่งงานด้วยเหมือนกัน เพราะเขาเล่นประกอบอาชพเป็นสัปเหร่อ ทุกอย่างดูลงล๊อคเขาทีถ้าไม่เพียงแต่ว่า เขามีข้อแม้ว่าจะยกลูกสาวให้ก็ต่อเมื่อชายหนุ่มหันมารับหน้าทีเพชฌฆาตแทน เมื่อเขาเกษียณอายุเท่านั้นเอง

27.10.10

โปรแกรมภาพยนตร์ ‘ประพันธกรต้องตาย!’ “Death of the Authors” Film Program

ระหว่างที่ Big Pathompong วุ่นวายกับการจัดโปรแกรม world film festival คราวนี้ filmsick ฉายเดี่ยวโซโล่โปรแกรมหนังเด็ดมาฝากกัน เพื่อฉลองโอกาสที่ปีนี้รัฐบาลจัดเฉลิมฉลองวาระคนเลิกอ่านหนังสือโดยเฉพาะ

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และ The Reading Room ขอเชิญชม

 โปรแกรมภาพยนตร์ ‘ประพันธกรต้องตาย!’ 
“Death of the Authors” Film Program


 ร่วม ชมภาพยนตร์สายพันธุ์เสพสังวาสกับฝั่งฟากวรรณกรรมที่ทั้งหวานชื่นและขื่นขม ด้วยรักและชัง การสู้รบปรบมือ ปรับแปลงพันธุกรรม เสพสมบ่มิสม ระหว่างภาพเคลื่อนไหวและตัวหนังสือ ทั้งที่ผู้ประพันธ์ลงมากำกับเองหรือถูกผู้อื่นนำไปตีความใหม่แบบไม่เหลือเค้า แน่นอนว่าประพันธกรต้องตายก่อน แต่ผู้อ่านและผู้ชมจะตายช้ากว่าหรือไม่ มีแต่ตัวบทแบบไหนที่จะดำรงคงอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่ไม่มีใครยอมใครนี้ Filmvirus ขออนุญาติมอบโปรแกรมนี้กำนัลล่วงหน้าก่อนการมาถึงของบรรดากลุ่ม “นักอ่านมรณา” ที่จะมา ‘อ่าน’ บรรดาหนังสือไทยเทศในอนาคตอันใกล้ ที่บล็อก ‘อ่านเอาตาย’ http://thedeadreader.com โปรดติดตามชม ดวยความระทึกในหทัยพลัน

โปรแกรมภาพยนตร์ชุดที่ 1- ฉายทุกวัน อาทิตย์ ระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน – 28 พฤศจิกายน 2553 
รอบแรกเวลา 12.30 น. และรอบสอง 14. 30 น. (โดยประมาณ) ณ ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

 ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

 * สำหรับโปรแกรมภาพยนตร์ชุดที่ 2 ฉายที่ The Reading Room สีลม ซอย 19
- เริ่มฉายวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน และชมฟรีเช่นกัน (โทร 02-635-3674) - โปรดตรวจสอบวันเวลาอีกครั้งที่เว็บไซต์ http://www.readingroombkk.org 

 7 พ.ย. 2553 

The Dancing Girl of Izu 
(Heinosuke Gosho กำกับ /1935/ ญี่ปุ่น) 

จากเรื่องสั้นที่เคยแปลไทยเรื่อง “นักระบำเมืองอิซุ” คาโอรุ หญิงสาวในคณะละครรำญี่ปุ่นเดินทางเร่มาถึงเมืองอิซึ เกาะกลางน้ำ เธอหลงรักกับนักเรียนหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเข้าร่วมคณะด้วย หนังถ่ายทอดภาพความอ่อนหวานของความรักหนุ่มสาว ท่ามกลางความยากลำบากของคณะละครเร่ ทั้งหมดยังไปเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่ ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของนักเรียนหนุ่มอีกด้วย

หนังดัดแปลงจาก เรื่องสั้นของ Yasunari Kawabata นักเขียนญี่ปุ่นเจ้าของรางวัลโนเบล เรื่องสั้นเรื่องนี้มีการสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง แต่ฉบับที่มีชื่อมากที่สุดคือฉบับหนังเงียบนี้ซึ่งกำกับโดย Heinosuke Gosho ผู้กำกับที่หนังของเขามักจะสะท้อนภาพชีวิตประจำวันที่สมจริง ปรุงผสมด้วยอารมณ์ขันกรุ่นความเจ็บปวดระหว่างคนในครอบครัว ถ้าเทียบกับหนังของครูหนังคนอื่นๆ อย่าง Mikio Naruse หรือ Yasujiro Ozu หนังของเขามักจะมีตัวละครหลากหลายและถ่ายทำในโลเกชั่นมากแห่งกว่า ส่วนเรื่องการใช้กล้องที่บอกอารมณ์ตัวละครและกำกับนักแสดงหญิงนั้นเขาถือ เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเลยทีเดียว (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)

 Fate: Tales about Darkness
(Zeki Demirkubuz กำกับ /2001 / ตุรกี)

 Musa หนุ่มพนักงานบัญชีในสำนักงานศุลกากรเป็นคนที่เชื่อในความว่างเปล่าและไร้สาระของชีวิต เขาไม่เคยต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความเปลี่ยนแปลงใดๆ เพียงปล่อยให้ตัวเองลอยละล่องอยู่กลางเหตุการณ์ต่างๆ เพราะเขาเชื่อว่าอย่างไรเสียสุดท้ายมันก็จะจบลงเหมือนๆกัน ความตายของแม่ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเขา แม้ว่าเขาจะรักเธอ จะว่าไป อันที่จริงความตายของแม่ทำให้เขารู้สึกเบิกบานด้วยซ้ำไป และเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องตัดสินใจใดๆ เขาแต่งงานกับหญิงสาวที่เขาไม่ได้รักชอบ เพียงแค่เพราะเธอต้องการแต่งกับเขาเท่านั้น ท่ามกลางในโลกจริงๆ ผู้คนล้วนต่างต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมด้วยเจตจำนงและ อำนาจที่เขามี Musa กลับเลือกวางเฉย ต่อมาเขาถูกจับจากอาชญากรรมที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ แต่เขาว่าเขาก็ไม่ได้สนใจมันเหมือนกัน  

ดัดแปลงจากเค้าโครงนิยายเรื่อง “คนนอก” (L’ Etranger) ของ Albert Camus นักเขียนฝรั่งเศสเจ้าของรางวัลโนเบลปี 1957 (สำนักพิมพ์สามัญชน) หนังกำกับโดย Zeki Demirkubuz ผู้กำกับชาวตุรกีคนสำคัญที่ยังตกสำรวจ ผู้ซึ่งต้องหาทุนทำหนังเอง และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนอกตุรกี ด้วยรูปแบบการทำหนังแบบ ‘น้อยแต่มาก’ และเล่าเรื่องที่มุ่งหมายตรวจสอบชะตากรรมอันหดหู่ของมนุษย์

14 พ.ย. 2553

The Crucible
(Raymond Rouleau กำกับ /1957/ ฝรั่งเศส) 

 ย้อน ไปในปี 1692 ในเมือง SALEM ประเทศฝรั่งเศส ช่วงขวบปีแห่งการล่าแม่มดของจริง ช่วงเวลาของเรื่องเล่า ข่าวลือ การใส่ร้ายป้ายสี และอาการฮิสทีเรียหมู่ John Proctor หนุ่มชาวนา เผลอไผลไปมีความสัมพันธ์กับกับAbigail เด็กหญิงอายุ 17 เนื่องจาก Elizabeth ภรรยาผู้เคร่งศาสนาปฏิเสธการมีสัมพันธ์กับเขา เมื่อหล่อนรู้เรื่อง หล่อนก็ขับไล่Abigail ออกจากบ้านด้วยความเห็นชอบของสามี และนั่นทำให้Abigail สาบานว่าเธอจะล้างแค้น โอกาสมาถึงเมื่อ เมื่อเธอประกาศว่าElizabeth เป็นแม่มด และเกลี้ยกล่อมบรรดาสตรีในหมู่บ้านให้คล้อยตามเธอ ไม่เพียงแต่ Elizabeth เท่านั้น แม้แต่ John ก็ถูกกล่าวหาด้วย Abigail เสนอทางเลือกให้กับเขาเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกแขวนคอ นั่นคือการใส่ร้ายภรรยาตนเอง

 ภาพยนตร์ดัดแปลงจากบทละครของ Arthur Miller ที่เขียนบทละครเรื่องนี้ขึ้นเพื่อระบายความอึดอัดคับข้องในสมัยที่อเมริกา ‘ล่าแม่มด’ ในรูปของลัทธิคอมมิวนิสต์ที่นำโดยท่านวุฒิสมาชิก โจเซฟ แมคคาร์ธี ซึ่งฉบับนี้ดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์โดยนักเขียนและนักปรัชญาคนสำคัญของฝรั่งเศส Jean-Paul Sartre (บทละครเรื่องนี้มีแปลเป็นไทยในชื่อ “หมอผีครองเมือง”)

 The Joke
(Jaromil Jires กำกับ /1969/ เช็ก)

ใน ช่วงทศวรรษที่ 1950 Ludvik Jahn โดนขับไล่ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์โดยฝีมือลูกศิษย์ของเขาเอง โดยมีเหตุเนื่องจากโน้ตเล็กๆ แผ่นเดียวที่เขาส่งให้แฟนสาว สิบห้าปีต่อมา Ludvik จะกลับมาทวงแค้นโดยการเป็นฝ่ายยั่วยวน Helena ภรรยาของลูกศิษย์คนหนึ่งของเขาเอง

ภาพยนตร์ขำขื่นคมคาย แสบทรวงเรื่องนี้ กำกับโดย Jaromil Jires ผู้กำกับหนังเหวอวาบหวามอย่าง Valeries and Her Weeks of Wonder และเขียนบทภาพยนตร์โดย Milan Kundera (ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต, อมตะ) นักเขียนนามอุโฆษ ว่ากันว่านี่เป็นครั้งเดียวที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานภาพยนตร์และเขาไม่ ค่อยพอใจมันนัก แม้ว่าตัวหนังจะได้รับคำชมไม่น้อย ก็ตาม 

21 พ.ย. 2553

A Very old man With Enormous Wings
(Fernando Birri / 1988 / คิวบา + อิตาลี + สเปน)

 จากหนังสือแปลในชื่อเดียวกัน ชาย แก่ที่มีปีกขนนกยักษ์ตกมาจากท้องฟ้าลงมาในเล้าไก่ของผัวเมียชาวบ้านคู่ หนึ่ง เจ้าตัวประหลาดนี้กลายเป็นของโชว์ในงานคาร์นิวัลที่มีผู้เข้ามาแห่ชมอย่างล้นหลาม  งานสร้างจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ การ์เบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนรางวัลโนเบลชาวโคลัมเบีย ซึ่งร่วมเขียนบทเองด้วย (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)


The Key 
(Kon Ichikawa กำกับ /1959/ ญี่ปุ่น) 107 นาที

เคนโมชิ พยายามกู้อารมณ์ทางเพศที่เสื่อมถอยในวัยชราด้วยกลวิธีสารพัด เริ่มจากไดอารี่ลับของเขาและภรรยา ถ่ายภาพเปลือยของเธอ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เธอมีความสัมพันธ์กับหมอหนุ่มแฟนของลูกสาว ฝ่ายภรรยาของเขาที่มักมากในกามก็ได้ที วางแผนคบชู้กับว่าที่ลูกเขยโดยตั้งใจจะปรนเปรอ เคนโมชิ ให้ตายในกามกิจ

 ฉบับหนังดัดแปลงแตกต่างพอสมควรจาก “The Key” ฉบับนิยายของ Junichiro Tanizaki (ฉบับแปลไทยโดย สุจินดา ขันตยาลงกต / สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ) ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ว่างให้ความดีงามของคนเหลืออยู่เลย Kon Ichikawa ผู้กำกับหนังคลาสสิกรุ่นลายครามของญี่ปุ่นกล่าวว่าตัวละครเหล่านี้ไม่มีวิญญาณของมนุษย์จึงไม่นับเป็นผู้เป็นคน พวกเขาสมควรตาย (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)

 
28 พ.ย. 2553

I, Pierre, Rivere (Rene Allio กำกับ / 1976/ ฝรั่งเศส) - 124 นาที 

 Pierre Rivière ฆาตกรรม มารดา พี่สาว และพี่ชายของเขา เพื่อปลดปล่อยให้พ่อของเขาเป็นอิสระจากชีวิตอันน่าเบื่อหน่าย โดยหนังแสดงภาพการฆาตกรรมนี้จากหลากหลายมุมมอง รวมถึงพยานหลักฐานที่ชวนให้ประหลาดใจทั้งจากบันทึกที่ตัว Pierreเองเขียนขึ้นในคุก จากเรื่องเล่าเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ในขณะเกิดเหตุ รวมไปถึงความเข้าใจของเราที่มีต่อ ‘ความจริง’

 นี่คือหนังที่ น่าตื่นตาตื่นใจ Rene Allio ผู้กำกับหนังเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่ที่เป็นชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุจริงๆ ทำให้หนังเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือ และความเป็นธรรมชาติแบบที่หาไม่ได้นักแสดงอาชีพ หนังสร้างจากหนังสือของMichel Foucault นักปรัชญาคนสำคัญของฝรั่งเศส เจ้าของความคิดเกี่ยวกับ ‘วาทกรรม’ และผู้ศึกษารูปแบบของอำนาจในสังคมร่วมสมัย

Charulata
(Satyajit Ray กำกับ /1964/ อินเดีย) 117 นาที 

 หนึ่งในภาพยนตร์ชั้นยอดของ Satyajit Ray เล่าชีวิตของภรรยาสาวที่ถูกสามีบ้างานการเมืองทอดทิ้งอยู่กับชีวิตที่สะดวกสบายน่าเบื่อหน่าย เมื่อเธอมีโอกาสคบหากับ อามาล นักศึกษาหนุ่มผู้เปี่ยมความกระตือรือร้นช่างคิดช่างฝันและมีความสนใจใกล้ เคียงกัน ทั้งความโรแมนติค ศิลปะ วรรณกรรม มิตรภาพซึ่งเบ่งบานระหว่างทั้งสองจึงนำไปสู่การค้นพบตัวเองที่เธอไม่คิดฝันมาก่อน

 ในฐานะเป็นคนใกล้ชิด ระพินทรนารถ ฐากูร มาตั้งแต่เด็ก Ray จึงเป็นคนที่มีสมบัติครบในการทำหนังจากบทประพันธ์ของ ระพินทรนารถ ฐากูร อย่างยิ่ง (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)

 ****************************************************************************
โปรแกรมภาพยนตร์ชุด 2- ฉายเฉพาะที่ The Reading Room สีลม ซอย 19 (โทร 02-635-3674)

 A Page of Madness
(Teinosuke Kinugasa กำกับ/ 1926 / ญี่ปุ่น) 60 นาที  

 หนัง เงียบระดับตำนานที่ได้ชื่อว่าเป็น The Man With a Movie Camera หรือ The Cabinet of Dr. Caligari ของวงการหนังญี่ปุ่น ผลงานการกำกับของ Teinosuke Kinugasa จากบทภาพยนตร์ดั้งเดิมของ Yasunari Kawabata นักเขียนรางวัลโนเบลปี 1968 เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายชาวประมงที่พยายามสมัครเข้าทำงานเป็นภารโรงประจำโรงพยาบาลประสาทแห่งหนึ่ง เพียงเพื่อลักลอบนำตัวภรรยาของเขาซึ่งเป็นหนึ่งในคนไข้ออกมา ผู้กำกับ Teinosuke Kinugasa นำเสนอเรื่องราวด้วยเทคนิคการถ่ายภาพขาวดำอันหนักแน่นหวือหวาผนวกกับการตัด สลับเหตุการณ์ไปมาด้วยลีลาใกล้เคียงงาน Expressionist ของเยอรมนี สร้างภาพหลอนของผู้มีอาการป่วยทางจิตออกมาได้อย่างน่าตื่นตะลึง จนตัวหนังถึงกับเคยถูกนำไปใช้เป็นกรณีศึกษาของบรรดาจิตแพทย์และนักจิตวิทยากันมาแล้ว! หนังเรื่องนี้เคยหายสาบสูญไปเกือบ 50 ปี ก่อนที่ผู้กำกับจะค้นพบฟิล์มหนังอีกครั้งในปี 1971

 Orlando
(Sally Porter กำกับ /1992 / สหราชอาณาจักรอังกฤษ / รัสเซีย) 93 min 

นวนิยาย ปี 1928 ของ Virginia Woolf นักประพันธ์หญิงแนวกระแสสำนึกคนแรก ๆ ของวงการ ตัวหนังนั้นกลายเป็นภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกชื่นชม เรื่องราวของออร์ลันโด้ หนุ่มขุนนางคนโปรดในราชสำนักของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ที่ได้รับพระราชทานคฤหาสน์โอฬารระหว่างสงครามครั้งใหญ่กับสุลต่านที่คอนแสตนติโนเปิล เขาหลงรักและเลิกราจากเจ้าหญิงรัสเซีย เป็นกวีและราชทูตในแถบเอเชียกลาง ก่อนจะตื่นนอนและพบตัวเองกลายร่างเป็นหญิง ได้อย่างปาฏิหาริย์ เธออยู่ร่วมประวัติศาสตร์อังกฤษกว่า 400 ปี ผ่านสงครามกลางเมือง ยุคล่าอาณานิคมสมัยวิคตอเรียน ในศตวรรษที่ 18 เธอจำเป็นต้องเลือกที่จะแต่งงานมีบุตรสืบสกุล มิเช่นนั้นจะพลาดโอกาสสูญเสียทรัพย์สินทุกอย่าง จนมาถึงศตวรรษที่ 20 ซึ่งเธอกลายเป็นแม่ของเด็กหญิงคนหนึ่ง Woolf แต่งเรื่องนี้โดยอิงถึงเรื่องการรับมรดกของเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ที่เธอผูกสัมพันธ์รักใคร่มากเกินเพื่อน ในชีวิตจริงหญิงคนนั้นสูญเสียคฤกหาสน์ที่เธอควรได้รับจากพระราชินีอลิซาเบธ เพระเธอเกิดเป็นผู้หญิง

 หนังกำกับโดย Sally Potter ผู้กำกับหญิงชาวอังกฤษเจ้าของหนังอย่าง Yes ที่เข้าฉายในบ้านเราสามสี่ปีที่แล้วที่ใช้เวลาทำหนังเรื่องนี้ถึง 3 ปีครึ่ง (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)

 The Chinese Botanist’s Daughters
(Sijie Dai กำกับ /2006/ สาธารณรัฐประชาชนจีน / ฝรั่งเศส) 

 Li Ming ลูกครึ่งพ่อจีนแม่รัสเซียโตขึ้นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอศึกษาด้านพฤกษศาสตร์และกำลังเข้าฝึกงานกับศาสตราจารย์ Chen นักพฤกษศาสตร์ ที่พาเธอไปอยุ่ยังเกาะห่างไกล ที่ที่เขาอศัยอยู่กับ Ann ผู้เป็นลูกสาว

โดยสตรีทั้งสองนางทำหน้าที่เก็บสมุนไพร และดูแลสวนพฤษศาสตร์ของศาสตราจารย์ พวกเธอใกล้ชิดกันและกันท่ามกลางบรรยากาศเขียวขจีอันสวยสดงดงาม และเริ่มตกหลุมรักกันโดยที่ศาสตราจารย์ไม่รู้เรื่องอะไรเลย จนกระทั่งศาสตราจารย์ แนะนำให้ Li Ming แต่งงานกับ Dan พี่ชายของAn และนั่นอาจจะเป็นหนทางเดียวที่พวกเธอจะได้อยู่ด้วยกัน ยิ่งเมื่อ Dan ไปอยู่กองทหารมากกว่าอยู่บ้าน ดูเหมือนทุกอย่างจะเหมาะเจาะสำหรับคู่รัก หากมันก็ยังคงเดินหน้าไปสู่โศกนาฏกรรมอยู่ดี

นี่คือภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Dai Sije นักเขียนและผู้กำกับชาวจีน ที่บ้านเรารู้จักกันดีจากนิยาย(และหนัง) ‘บัลซัคกับสาวน้อยช่างเย็บผ้าชาวจีน’ Dai Sije เกิดในปี 1954 ในครอบครัวชนชั้นกลาง ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม เขาเคยถูกรัฐบาลของเหมาเจ๋อตุงส่งไปใช้แรงงานใน Sichuan หลังจากกลับจากการใช้แรงงานเขาเรียนจนจบมหาวิทยาลัยในสาขา ประวัติศาสตร์ศิลป์ ปี 1984 เขาได้รับทุนการศึกษาและออกจากจีนไปยังฝรั่งเศส จากนั้นเขาก็เริ่มสนใจทำหนัง ก่อนจะขยับมาเขียนหนังสือ ปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่ในปารีส 

Successive Slidings of Pleasure
(Alain Robbe-Grillet กำกับ /1974/ ฝรั่งเศส) 

หนังเล่าเรื่องของคอนแวนต์ที่มีสภาพคล้ายคุกซึ่งกลุ่มเด็กสาวถูกควบคุมโดยแม่ชี หญิงสาวคนหนึ่งถูกตำรวจและผู้พิพากษาสอบสวน เธอโดนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดฆ่าเพื่อนแล้วดื่มกินเลือด เธอท้าทายอำนาจสถาบันและยั่วยวนผู้บริหารหญิงชาย แม้แต่คณะชีก็ไม่มีเว้น 

หนัง ของ Alain Robbe –Grillet นักเขียนและผู้กำกับฝรั่งเศสคนสำคัญ เจ้ากระแสงานเขียนทศวรรษที่ 50-60 ที่เรียกกันว่า Nouveau Roman ที่ที่รูปแบบภาษาและบรรยากาศ ถูกให้ความสำคัญมากกว่าเนื้อเรื่องหรือปมจิตของตัวละคร Robbe –Grillet ชอบผสมผสานพล็อตเรื่องของนิยายตลาดราคาถูก (โดยเฉพาะแนวเรื่องนักสืบ) และเรื่องอาชญากรรมอีโรติกเข้ากับวัฒนธรรมศิลปะมีระดับทำให้เกิดงานที่วิพากษ์กรอบหนังแนวนั้นๆ ส่องขยายสัมพันธ์ซ้อนเหลื่อมระหว่างจริตจริงลวงของตัวสื่อหนังเอง อีกทั้งยังปูดโปนความหมกมุ่นทรมานทางเพศที่เน้นเลือดโชกชุ่ม การข่มขืนหมู่ การเสพผงกระชากวิญญาณ ความพิศวงต่อวัฒนธรรมแปลกตาของชนตะวันออก ความหลงใหลในเศษกระจก เงาภาพสะท้อนละคนคู่เหมือน อันทั้งหมดเป็นเอกลักษณ์ในงานเขียนและในภาพยนตร์ของเขา (ดัดแปลงข้อมูลจาก Bookvirus เล่ม 1)

เกี่ยวกับ “วงกตแห่งเนื้อนาง” - Alain Robbe –Grillet: http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/alain-robbe-grillet.html

23.9.10

สลับโปรแกรมหนัง งาน เผาฟิล์มไวรัส เผ็ด สวย ดุ ณ เก๋ไก๋

แจ้งสลับโปรแกรมหนัง งาน เผาฟิล์มไวรัส เผ็ด สวย ดุ ณ เก๋ไก๋ (ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์) 

หนังสั้น + มิวสิควีดีโอของชาวคณะฟิล์มไวรัสและผองเพื่อน
Don’t Mess with Us: Filmvirus and Friends

ฉายที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U 2 ของ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ (ตึกสีขาวสูงริมน้ำ) - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 
เริ่มงาน 12.30 น.  

* * * อย่าจ่ายค่าเข้าห้องสมุด เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่หอสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณางดใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น และรองเท้าแตะ เนื่องจากเป็นสถานศึกษาและสถานที่ราชการ * * *

ขอเชิญชมหนังที่ทำโดยสมาชิกกลุ่มฟิล์มไวรัสและคนใกล้ชิด เชิญร่วมทัศนา พูดคุย และวิจารณ์ยำใหญ่ได้แบบไม่ยั้งมือ  

ร่วมด้วยคุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี จะนำหนังสั้นเรื่องใหม่สดที่ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อนมาเปิดตัวที่นี่ รวมทั้งจะให้เกียรติมาร่วมสนทนาด้วย

(ร่วมวิจารณ์ยำใหญ่ ฟิล์มไวรัส แบบไม่ยั้งมือ โดย กฤติยา กาวีวงศ์ และ ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์)

โปรแกรมภาพยนตร์ ตอน 1 (อาจเปลี่ยนแปลงตามจำเป็น) 

วันที่ดวงจันทร์เข้ามาใกล้โลกมากที่สุด (The Day the Moon Encounter the Earth’s Orbit) (2010) / วีระพงษ์ วิมุกตะลพ / 9 นาที  
VCD คำถาม กำกับและนำแสดงโดย ฌัฏฐ์ธร กังวาลไกล / 15 นาที
'Wherever You Will Go' (2009) / คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง / 5 นาที
'สู่เส้นชัย' / Run a Race (2005) /กำกับโดย 'อลงกต' / 1 นาที (animation)
'ฯยามวิกาลฯ' / Nocturnal Happening (2004) / 'อลงกต' / 13 นาที (สยองขวัญแนวทดลอง)
ประวัติย่อของบางสิ่งที่ยังไม่จบสิ้น (pulsatile mass) / 2009 / นฆ ปักษนาวิน / 40 นาที

พักแลกเปลี่ยนความเห็น 1
โปรแกรมภาพยนตร์ ตอน 2 (อาจเปลี่ยนแปลงตามจำเป็น) 

พายุผีเสื้อ /The Butterfly Effect (2008) วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา / 17 นาที
เพ็ญ /La Lunar (2009) วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา / 8 นาที
Weekend News / 5 นาที / ไกรวุฒิ จุลพงศธร
Tunyares / 12 นาที / ไกรวุฒิ จุลพงศธร
Sorry... / 5 นาที / ไกรวุฒิ จุลพงศธร 
'ชุติมา' (2007) / รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค / 16 นาที (สร้างจากบทกวีรางวัลซีไรต์ของ มนตรี ศรียงค์)
Ma vie incomplet et inacheveee' (2007) / รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค / 4 นาที (animation)
รอยยิ้มในคืนที่ 5 (Smiles of the 5th Night) (จากชุดหนังสึนามิ) / 2005 / สนธยา ทรัพย์เย็น / 16 นาที (unreleased version)


พักแลกเปลี่ยนความเห็น 2
โปรแกรมภาพยนตร์ ตอน 3 (อาจเปลี่ยนแปลงตามจำเป็น) 

I’m Nobody, Who are You? (1987) / สมเกียรติ์ วิทุรานิช / 15 นาที
'ขุนนางป่า' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'บ้านของพรุ่งนี้' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'ไม้เหลือง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'คนฉายหนัง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'ดำกับแดง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
MV ลูกตะกั่ว 3 ลูกในหัวลูกหมู / ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ / 6 นาที 
พิภพบรรฑูรย์ / 25 นาที / อุทิศ เหมะมูล
MV สว่างไป สว่างมา (improvised version) ของวง Vinegar Syndrome / สนธยา ทรัพย์เย็น / 8 นาที  

22.9.10

โปรแกรมหนัง งาน เผาฟิล์มไวรัส เผ็ด สวย ดุ ณ เก๋ไก๋

โปรแกรม งาน เผาฟิล์มไวรัส เผ็ด สวย ดุ ณ เก๋ไก๋ (ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์) 

หนังสั้น + มิวสิควีดีโอของชาวคณะฟิล์มไวรัสและผองเพื่อน
Don’t Mess with Us: Filmvirus and Friends

ฉายที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U 2 ของ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ (ตึกสีขาวสูงริมน้ำ) - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 
เริ่มงาน 12.30 น.  

* * * อย่าจ่ายค่าเข้าห้องสมุด เพียงแจ้งเจ้าหน้าที่หอสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณางดใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น และรองเท้าแตะ เนื่องจากเป็นสถานศึกษาและสถานที่ราชการ * * *

ขอเชิญชมหนังที่ทำโดยสมาชิกกลุ่มฟิล์มไวรัสและคนใกล้ชิด เชิญร่วมทัศนา พูดคุย และวิจารณ์ยำใหญ่ได้แบบไม่ยั้งมือ  

ร่วมด้วยคุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี จะนำหนังสั้นเรื่องใหม่สดที่ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อนมาเปิดตัวที่นี่ รวมทั้งจะให้เกียรติมาร่วมสนทนาด้วย

(ร่วมวิจารณ์ยำใหญ่ ฟิล์มไวรัส แบบไม่ยั้งมือ โดย กฤติยา กาวีวงศ์ และ ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์)

โปรแกรมภาพยนตร์ ตอน 1 (อาจเปลี่ยนแปลงตามจำเป็น) 

VCD คำถาม กำกับและนำแสดงโดย ฌัฏฐ์ธร กังวาลไกล / 15 นาที
'Wherever You Will Go' (2009) / คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง / 5 นาที
'สู่เส้นชัย' / Run a Race (2005) /กำกับโดย 'อลงกต' / 1 นาที (animation)
'ฯยามวิกาลฯ' / Nocturnal Happening (2004) / 'อลงกต' / 13 นาที (สยองขวัญแนวทดลอง)
พายุผีเสื้อ /The Butterfly Effect (2008) วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา / 17 นาที
เพ็ญ /La Lunar (2009) วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา / 8 นาที
ประวัติย่อของบางสิ่งที่ยังไม่จบสิ้น (pulsatile mass) / 2009 / นฆ ปักษนาวิน / 40 นาที
วันที่ดวงจันทร์เข้ามาใกล้โลกมากที่สุด (The Day when the Moon Encounter the Earth’s Orbit) (2010) / วีระพงษ์ วิมุกตะลพ / 9 นาที  
Marianne Quartet (2003) / ไกรวุฒิ จุลพงศธร
'ชุติมา' (2007) / รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค / 16 นาที (สร้างจากบทกวีรางวัลซีไรต์ของ มนตรี ศรียงค์)
Ma vie incomplet et inacheveee' (2007) / รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค / 4 นาที (animation)
รอยยิ้มในคืนที่ 5 (Smiles of the 5th Night) / 2005 / สนธยา ทรัพย์เย็น / 16 นาที (unreleased version)


พักแลกเปลี่ยนความเห็น

โปรแกรมภาพยนตร์ ตอน 2 (อาจเปลี่ยนแปลงตามจำเป็น) 

'ขุนนางป่า' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'บ้านของพรุ่งนี้' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'ไม้เหลือง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'คนฉายหนัง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
'ดำกับแดง' กำกับโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี
MV ลูกตะกั่ว 3 ลูกในหัวลูกหมู / ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ / 6 นาที 
ทางลัดสู่สวรรค์ / 2551 / ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ / 10 นาที 
I’m Nobody, Who are You? (1987) / สมเกียรติ์ วิทุรานิช / 15 นาที
พิภพบรรฑูรย์ / 25 นาที / อุทิศ เหมะมูล
MV สว่างไป สว่างมา (improvised version) ของวง Vinegar Syndrome / สนธยา ทรัพย์เย็น / 8 นาที /  

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia