3.7.11

“ศิลปะตรรกะสังสรรค์” (Dialogic Exhibition) + Thunska's The Terrorists and Filmvirus' Morbid Symptom program

โครงการนิทรรศการ “ศิลปะตรรกะสังสรรค์” (Dialogic Exhibition)
ดำเนินงานโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
21 กรกฎาคม ถึง 25 กันยายน 2554
ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

Dialogic Exhibition at BACC
21 July-25 September 2011
8th Floor, Bangkok Art and Culture Centre

ภาพยนตร์และงานศิลปะทุกอย่างในหอศิลป์

- ชมฟรี (Admission Free)


Dialogic Exhibition website - ข้อมูลหน้าเว็บ ตรรกะสังสรรค์ ที่เป็นทางการ: http://www.dialogicexhibition.com/content.php?p=216
BACC website - เว็บไซต์หอศิลป์กรุงเทพ ฯ : http://www.bacc.or.th/

Thunska and Friends’ Exclusive Stab!
In collaboration with FilmVirus Program at BACC


* The Terrorists VS Morbid Symptom by Filmvirus *

กำหนดรอบฉายดังต่อไปนี้ (Film Schedule) :

Special Exclusive Program

23 July 2011
3. 30 pm – The Terrorists (by Thunska Pansittivorakul / ธันสก พันสิทธิวรกุล) + Q & A กับ ธันสก พันสิทธิวรกุล และ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา (Filmsick)

และติดตามชม ภาพยนตร์ชุด “แก้หมัน” - Morbid Symptom (Filmvirus Program)

6 Aug 2011
2.30 pm – Introduction by วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา

The Old
3 pm - THE SEED OF MAN (Marco Ferreri /1969/ Italy)
5 pm - THE SURROGATE MOTHER (Im Kwon Taek /1987 / South Korea)

20 Aug 2011

The New
3 pm - CRIA CUERVOS (Carlos Saura / 1976/ Spain)
5 pm - XALA (Ousmane Sembene /1975/ Senegal)

3 September 2011

Cannot be Born
3 pm - THE BROOD (David Cronenberg/ 1979/ Canada)
5 pm - NIGHT OF THE COUNTING THE YEARS
(Shadi Abdel Salam /1969/ Egypt)

17 September 2011

Cannot Reconciled
3 pm - NIGHT OF THE COUNTING THE YEARS
(Shadi Abdel Salam /1969/ Egypt)
5 pm - THE SEED OF MAN (Marco Ferreri /1969/ Italy)

ข้อมูลภาพยนตร์ (Film Information)

The Terrorists
โอกาสดีเพียงรอบเดียวสำหรับผู้ชมชาวไทย ภาพยนตร์ก่อการปลดปลงหน้ากากสุภาพชนเรื่องล่าสุดของ ธัญสก พันสิทธิวรกุล ศิลปินเจ้าของรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2550

THE TERRORISTS (Thunska Pansittivorakul / 2011 / Germany-Thailand)
17 ตอนของเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ถูกร้อยเรียงด้วยท่วงท่าของสารคดีเชิงทดลองตามถ่ายบุคคลไม่สำคัญ คนธรรมดา ประชาชนเดินดิน ที่เต็มไปด้วยเรื่องคลุมเครือความทรงจำลางเลือน ประวัติศาสตร์ที่รื้อสร้าง เรื่องลึกลับที่ยังคงหาคำตอบไม่ได้ หนังเริ่มด้วยภาพบนเรือหาปลา กับภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ ผ่านแสงไฟฉายสำรวจสิ่งมีชีวิตกระดุกกระดิกหายใจท่ามกลางความมืดมิดในสวนยาง ไฟริบหรี่ที่ฉายชัดด้วยร่องรอยกระหายเลือดผ่านอดีตกาลที่ทิ้งให้ใครต่อใครกลายเป็น ผู้ก่อการร้าย
มาร่วมเป็นพยานสายตารับรู้ถึงภาพยนตร์พิษแรงร้อนเรื่องนี้ ซึ่งเข้าร่วมฉายในเทศกาลหนังชั้นนำมากมาย รวมทั้งเทศกาลหนังนานาชาติเมืองเบอร์ลินปีล่าสุด

(พร้อมสนทนากับผู้กำกับ ธัญสก พันสิทธิวรกุล และ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา aka Filmsick / ตัวแทนจากโปรแกรมภาพยนตร์ชุด “แก้หมัน” - Morbid Symptom ของกลุ่ม FilmVirus)

Officially selected for the following film festivals:
The 61st Berlinale, Germany-February 2011
The 13rd Buenos Aires Festival International de Cine Independente, Argentina-April 2011
The 2nd Distrital Cine Y Otros Mundos, Mexico-May 2011
The 6th Tel Aviv International LGBT Film Festival, Israel-June 2011
The 11th Era New Horizons International Film Festival Wroclaw, Poland-July 2011
The 32nd Durban International Film Festival, South Africa-July 2011
The 5th Cinema Digital Seoul Film Festival, South Korea-August 2011
The 15th Queer Lisboa, Portugal-September 2011
The 29th Torino Film Festival, Italy-November 2011

MORBID SYMPTOM: THE OLD IS DYING AND THE NEW CANNOT BE BORN

ครั้งหนึ่งหลายปีล่วงมาแล้ว นาย อ. (นามสมมติ) เคยกล่าวถึงเรื่องการสร้างครอบครัว ไว้ในทำนองที่ว่า ในอดีตแต่ครั้งบรรพกาลนั้นไอ้เรื่องการสร้างครอบครัวอะไรเห็นจะไม่มีอยู่หรอก ไอ้การแต่งงานมีลูกสืบสายพันธุ์อะไรนั่นก็เป็นเพียงเรื่องของมนุษย์เพศผู้ขี้หวงของ ที่เริ่มต้นคิดเอาว่าทรัพย์สมบัตินั้นเป็นของส่วนตน ไอ้ของที่ข้าหามาได้ตลอดเวลาที่ข้ามีชีวิตอยู่นั้น มันจะต้องเป็นของใครสักคนเมื่อข้าดับสูญไปแล้ว การสืบสายเลือดอะไรก็มีขึ้นมาในทำนองนี้แหละเพื่อนเอ๋ย เริ่มจากการแต่งงานเพื่อจะครอบครองผู้หญิงในฐานะสมบัติส่วนบุคคลที่จะเป็นของกลางของหลวงเสียมิได้ จิ๋มนี้มีเจ้าของ ครั้นเมื่อก่อนไอ้เด็กที่เกิดมาจากจิ๋มไม่มีเจ้าของนี่คงจะไม่รู้ว่าลูกใคร แต่ลองว่าข้าได้ครอบครองเจ้าของมดลูกแลครรภ์แล้วไซร้ เด็กที่ออกมาย่อมเป็นลูกข้าเลือดข้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แลไอ้เด็กคนนี้เอง(ต้องเป็นเด็กชายนะ เพราะถ้าเป็นเด็กหญิงครรภ์ของมันก็จะต้องตกเป็น ‘สมบัติ’ ของชายอื่น) ที่จะสืบทอดดำรงวงศ์เผ่าของข้าต่อไป

ไอ้การเสพสังวาส สุขสมอารมณ์หมาย มันก็ได้รับการยอมรับผ่านการแต่งงานด้วยเล่ห์กลมนต์คาถาทางการเมืองเฉกฉะนี้ละเพื่อนเอ๋ย แต่นี่ก็ฟังดูโสมมขมร้ายไร้หัวใจอยู่สักหน่อย แรกทีเดียวนั้นเขาก็มีข้อห้ามกฎเหล็กแค่เพียงอย่าเอาข้ามรุ่น(แม่) ต่อมาก็อย่าเอาพี่เอาน้อง แต่จะเอาเมียหลายคนนั้นหาผิดอะไรไม่ เพิ่งจะมาไม่นานนี้นี่เองที่ข้อห้ามกลายเป็นเรื่องจู๋เดียวจิ๋มเดียวผัวเดี่ยวเมียโดด ไอ้เพื่อนรัก การเสพสังวาสนอกสมรสนั้นจึงเป็นเรื่องแรงร้ายหน้าไหว้หลังหลอกที่แออัดยัดทะนานและเป็นข้อห้ามที่ใครก็แหกในสังคมเรานี้นั่นแหละ

ได้ฟังนาย อ. กล่าวดังนั้น นาย ก.(นามสมมติ) ก็ให้ฉุกคิดอะไรต่อมิอะไรต่อไปเช่นนั้น เขากระดกเหล้าเข้าปากอีกอึกใหญ่ระบายพ่นลมหายใจที่คละคลุ้งพลางกล่าวสำทับ ไอ้หยา เพื่อนเอ๋ย การสืบพันธุ์สิบสังวาสรายบุคคลของสูเจ้าก็ดำเนินการไปด้วยอาการประพิมพ์ประพายคล้ายกันในทางการเมืองอยู่นั่นแล การเสพสังวาสอันแสนสุขเพื่อมุ่งหมายนำไปสู่การให้กำเนิดอันแสนเศร้า แลระหว่างที่เขายังไม่ได้ตาย แลลูกชายยังไม่เถือกำเนิด สรรพสิ่งก็ปั่นป่วนไปด้วยอาการวิปลาสยากเยียวยา เด็กที่เกิดมาเพื่อสืบสายเลือดพ่อนั้นก็เป็นเช่นรูปแบบหนึ่งของการย้อนให้ตระหนักถึงจุดจบของตัวพ่อนั้นเอง เมื่อวันหนึ่งเขาจะเสื่อมสลาย ตายลงและถูกแทนที่ด้วยลูกชายที่จะมาฉกฉวยมรดก ของเขาไป กล่าวให้ง่ายเพศสัมพันธ์แสนหวานนำไปสู่การล่มสลายของตัวเขาเอง ตัวแทนของเขาที่เขาถูกสอนให้รักจะเป็นหอกข้าแคร่ทิ่มตำความไม่จีรังยั่งยืนของเขาเอง

นาย อ. ผู้ซึ่งร่วมร่ำดื่มกับนาย ก.มาแต่หัวค่ำ ในร้านเหล้าเหลาเหย่ชื่อ ‘ไร้กาลเวลา’ กระดกเหล้าอึกสุดท้าย แล้วกระซิบกระซาบชักชวนนาย ก.ไปตีกะหรี่ อันเป็นวิธีการเดียวที่จะ ‘สืบพันธุ์กับสตรีได้โดยไม่ต้องมีบุตร’ (เว้นเสียแต่ทั้งคู่กะจะได้กันเอง) ชายหนุ่มสองคนกอดคอลับตาไปบนถนนปูหินในค่ำคืนเฉอะแฉะมืดมิด

แลด้วยบทสนทนาไร้กาลเวลาเมื่อครู่นี้เอง FILMVIRUS จึงขอชวนท่านชมโปรแกรมภาพยนตร์ ว่าด้วยการสืบพันธุ์ สายเลือดสู่สิ้นโลก การดำรงวงศ์เผ่าผ่านทางเพศ และอาการวิปริตวิปลาสของความหมกมุ่นในการสืบสายพันธุ์ที่จะย้อนกลับมาทำลายตัวเองโดยไม่อาจตั้งใจและไม่ได้ควบคุม ! ในโปรแกรมภาพยนตร์ชุด ‘แก้หมัน!’ ? MORBID SYMPTOM : THE OLD IS DYING AND THE NEW CANNOT BE BORN

The Old

THE SEED OF MAN (Marco Ferreri /1969/ Italy)

เรื่องราวของคู่หนุ่มสาวในยุคสิ้นโลก ที่ประชาการส่วนใหญ่ล้มตายด้วยกาฬโรค ลอนดอนวอดวายไปกลางกองเพลิง ประเทศต่างๆ ถูกจัดระเบียบเข้มข้นด้วยการแบ่งโซน ระหว่างการเดินทาง พวกเขาถูกทหารจับไปทดลองบังคับให้กินยา ยึดรถและปล่อยให้เดินทางเดียวดายจนไปพบบ้านปลายขอบโลกที่เจ้าของนอนตายอยู่ที่หน้าบ้าน พวกเขาเข้ายึดบ้านริมชายหาดทำตัวประหนึ่งอาดัมกับอีฟ ฝ่ายหญิงเพาะปลูกทำเกษตรกรรม ส่วนฝ่ายชายหมกมุ่นอยู่กับการทำพิพิธภัณฑ์ที่จะเขียนประวัติศาสตร์ให้ลูกหลาน สืบสานงานวิทยาศาสตร์และศิลปะ โดยมีปัญหาเพียงข้อเดียวระหว่างทั้งคู่ นั่นคือฝ่ายชายต้องการมีลูกและฝ่ายหญิงไม่ต้องการ หรือบางทีการมีลูกจะนำมาถึงซึ่งวันสิ้นโลก

ภาพยนตร์โดย Marco Ferreri ผู้กำกับจอมวิปลาสชาวอิตาเลี่ยน ที่นำพาผู้คนกลับไปสู่อาดัมดับอีฟ ฉบับอะโพคาลิปส์ และผลไม้พิษชื่อบุตรธิดา

THE SURROGATE MOTHER (Im Kwon Taek /1987 / South Korea)

เรื่องราวในเกาหลียุคอดีต เมื่อครอบครัวขุนนางปัญญาชนไม่ว่าจะทำเช่นไรก็ไม่มีบุตรสืบสกุล พวกเขาจึงออกเสาะแสวงหาหมู่บ้าน มารดารับจ้าง อันเป็นหมู่บ้านห่างไกลที่มีแต่สตรีเพศ ประกอบอาชีพรับจ้างท้องแลกที่ดิน พวกนางจะรับจ้างท้องโดยให้เจ้าบ้านร่วมรักจนกว่าจะมีลูกหากเป็นบุตรชายเจ้าบ้านจะรับเอาไป แต่ถ้าเป็นธิดาน้อย ก็จะถูกส่งกลับหมู่บ้านมาสืบสายพันธุ์มารดารับจ้างต่อไป เด็กสาวที่ถูกเลือกก็เกิดมาในลักษณะเช่นนี้ เพียงครั้งแรกของการทำงานเธอก็ตกหลุมรักบ่วงสวาทของนายจ้างหนุ่มจนต้องถูกเฆี่ยนตี เจ้าบ้านจะเก็บเธอไว้ในห้องลับไม่ให้ใครเห็นตัว ภรรยาแท้ก็ต้องแสร้งท้องไปตามกัน แลมานั่งเฝ้าสามีมีอะไรกับ ‘หญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน’ นี้ และโดยไม่ต้องสงสัยเรื่องราวล้วนดำเนินสู่โศกนาฏกรรม

ฝีมือผู้กำกับรุ่นลายครามของเกาหลี อิมกวองเตีก เจ้าของผลงานหนังรางวัลเมืองคานส์ Chiwaseon

The New

CRIA CUERVOS (Carlos Saura / 1976/ Spain)

พ่อของเธอตาย ตายขณะมีกิ๊ก ตายต่อหน้าต่อตาหนูน้อยอันนาวัยแปดขวบ ที่เธอทำคือลูบศีรษะศพของพ่อ แล้วเก็บแก้วนมที่เธอผสมยาพิษเอาไว้ไปล้าง เธอเห็นแม่ที่ตายไปแล้วของเธอเดินไปเดินมา ป้าและยายของเธอ เข้ามาดูแลเธอแลพี่สาวน้องสาวแทนพ่อ วันหยุดปิดเทอมอันแสนหม่นเศร้าและชวนหวาดผวา สรรพสิ่งไหลปะปนกัน ความทรงจำขมขื่นเกี่ยวกับชีวิตของแม่ ผู้ซึ่งละทิ้งการเป็นนักเปียโนมาแต่งงานกับนายทหาร ป่วยไข้และตายอย่างลำพัง พ่อที่เจ้าชู้ ความจริงเกี่ยวกับป้าที่เข้มงวด อาการอมพะนำของเธอ ยายที่นั่งบนเก้าอี้รถเข็น ยาพิษที่แม่ทิ้งไว้ให้

ทุกสิ่งไหลปะปนกันเหมือนสีที่เปื้อนซึมเข้าหากัน อดีต ปัจจุบัน ความทรงจำ ภาพหลอน เหตุการณ์ปัจจุบันขณะ เพลงป๊อบ ความตาย ในหัวของเด็กอายุแปดขวบ
ภาพยนตร์สะท้อนภาพสเปนยุคปลายของนายพลฟรังโก้ พ่อแม่เชื้อชั่วไม่ยอมตายและบรรดาลูกสาวลูกชายที่กลับไม่ได้ไปไม่ถึง ภาพสะท้อนผ่านสายตาเด็กที่วิโยควิกล บนถนนประวัติศาสตร์ส่วนบุคคลอันหลอกหลอน

XALA (Ousmane Sembene /1975/ Senegal)

หลังจากปลดปล่อยเซเนกัลจากการครอบครองของเจ้าอาณานิคม หนึ่งในบรรดาท่านผู้นำ (ที่บัดนี้สมคบคิดกับเจ้าอาณานิคมเสียเองอย่างน่าชื่นตาบาน) ก็แต่งเมียหมายเลขสามเข้าบ้าน แต่เป็นคำสาปอันน่าสะพรึงกลัวไร้ที่มานั้นเองที่ทำให้เขากลายเป็นคนบ้อท่านกเขาไม่ขันไปเสียได้! อาจจะเป็นลมเพชรหึงของเมียหลวงและเมียน้อยหรือ หรืออาจะเป็นเพราะพวกคนจรหมอนหมิ่นที่มาหากินอยู่หน้าร้านขายของนำเข้าจากยุโรปของเขา (ป้าดโธ่! ท่าน น้ำที่ผมดื่มก็ต้องเอวียงแต่เพียงอย่างเดียวนะท่าน!)

เขาพยายามหาวิธีแก้อาการมะเขือเผาอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่ร้านชำและแผนจำนำข้าวก็ดูจะถดถอยด้อยค่าในสายตาผู้ร่วมขบวนการ ครั้งเมื่อถอนคำสาปสำเร็จเมียสาวก็ดันมีรอบเดือนเสียอีก ไอ้เรื่องจะได้กินตับนั้นอย่าหวัง จนถึงสุดทางที่เขาต้องกระเด้งออกจากคณะรัฐมนตรี ลูกสาวหัวก้าวหน้าก็ไม่ไยไพ แถมยังถูกพวกคนจรพาเหรดมาถ่มถุยกันถึงบ้านอีกนี่!

ภาพยนตร์โดยปรมาจารย์ภาพยนตร์แห่งแอฟริกา Osumane Sembene ที่อาศัยภาพร่างมะเขือเผาฉายเงาของปารกปฏิวัติจากเจ้าอาณานิคมที่ล้มเหลวระเนระนาดไม่เป็นท่าเสียจนน่าขบขันและขมขื่นยิ่ง

Cannot be Born

THE BROOD (David Cronenberg/ 1979/ Canada)

เรื่องของเมียสาวจิตแตกที่เข้ารับการบำบัดความโกรธจากด็อกเตอร์ลึกลับ ที่สามารถเปลี่ยนความโกรธให้เป็นเนื้อร้ายทางกายภาพ ได้ ระหว่างรักษาสามีก็คอยดูแลลูกสาวและสงสัยว่าเมียเขาอาจจะตบตีลูกในวันสุดสัปดาห์ แต่หมอก็ไม่ยอมให้พูดคุย ยิ่งรักษาก็ยิ่งรู้ว่าเธอคือลูกสาวของแม่ที่ตบตีเธอแต่เด็ก ความแค้นที่คั่งค้างถูกระบายออกมาให้หมอฟังจนหมดเปลือกในขณะเดียวก็บังเกิดผีเด็กฆาตกรลึกลับไล่ฆ่าผู้คนรอบๆ ตัวเธอ ทั้งแม่พ่อและอาจลามไปถึงผัว มีแต่สามีเท่านั้นที่จะยุติการให้กำเนิดเนื้อร้ายนี้ได้ และนั่นหมายถึงว่าต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง

David Cronenberg (Eastern Promises, A History of Violence) ผู้กำกับหนังสยองขวัญจอมเจ้าเล่ห์หลอกใช้แง่มุมของวิทยาศาสตร์การแพทย์มาอธิบายสันดานความเกรี้ยวกราด และการสืบพันธุ์ที่อันตรายของชายหญิงในหนังเรื่องนี้อย่างคมคายร้ายกาจ

NIGHT OF THE COUNTING THE YEARS (Shadi Abdel Salam /1969/ Egypt)

หลังจากพ่อของเขาตายลง เขาจึงเพิ่งรู้ว่าหมู่บ้านเล็กในภูเขาทรายของเขานั้นดำรงคงอยู่มาได้เพราะการลักทรัพย์สมบัติของฟาโรห์โบราณไปขาย เขาถูกพาไปขุดศพมัมมี่ในโตรกผา เพื่อหาของล้ำค่าไปขายพ่อค้าจอมเจ้าเล่ห์ที่ผูกพันแต่กับพ่อของเขามาเนาว์นาน ไกลออกไปในไคโร ทางการกำลังตามหาหลุมฝังศพของฟาโรห์ ลึกลับเมื่อสามร้อยปีก่อน พวกเขาเชื่อมั่นว่ามันอยู่ในภูเขาอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านนี้นั่นแหละ

พวกเขาจึงพากันเดินเรือมาแสนไกลเพื่อตามหา ชายหนุ่มสับสนในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน เขาต้องต่อสู้กับพ่อที่ไม่ยอมตายในรูปของบรรดาผู้อาวุโสประจำเผ่า พ่อค้าใจคด และความอยู่รอดของหมู่บ้านไกลปืนเที่ยง กับมโนธรรมในจิตใจของเขาเองที่อยากจะยืนบนลำแข้งของตนเอง โดยมีศึกนอกเป็นเรือหลวงของทางการที่ทำสิ่งที่ถูกต้องคือการอนุรักษ์มัมมี่ แต่ก็แค่เอาทุกอย่างไปจากหมู่บ้านและทิ้งพวกเขาให้อดตายเองก็เท่านั้น

พูดได้โดยไม่ต้องสื่อสาร นี่คือหนังที่เหมาะกับการอธิบาย พ่อที่ไม่ยอมตายและลูกชายที่ไม่ได้เกิดซึ่งเหมาะเจาะเสียเหลือเกินหากจะเอามาทาบทับลงบนบริบทของสังคมไทย

ข้อมูลหน้าเว็บ ตรรกะสังสรรค์ : http://www.dialogicexhibition.com/content.php?p=216

1.7.11

ธันสก และ ฟิล์มไวรัส


โปรแกรมหนังชั้นเด็ด Thunska’s The Terrorists เร็ว ๆ นี้

26.6.11

โปรแกรมหนัง Weak Brutes: The Broken Ego of Men (ไอ้พันธุ์เปลี้ยอีโก้ปรอท)

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขอเชิญชม โปรแกรมภาพยนตร์

Weak Brutes: The Broken Ego of Men
aka The Decline of Patriarchy (ไอ้พันธุ์เปลี้ยอีโก้ปรอท)
ซึ่งว่าด้วยซากโทรมของวัฒนธรรมปิตาธิปไตย

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฏาคม และ 10 กรกฏาคม 2554 รอบแรกเวลา 12.30 น. และรอบสอง 14. 30 น. (โดยประมาณ) ฉายที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U 2 ของ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ตึกสีขาวสูงริมน้ำ - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

* ชมฟรี แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประตูทางเข้าห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ *
โทรศัพท์ 02-613 3529 หรือ 02- 613 3530

ไม่ว่าหญิงชายจะมาจากคนละดาวเดียวกัน หรือมาจากดาวศุกร์ ดาวอังคาร ล้วนมากเรื่องมากลาย ตกลงจะสุขสมในการงัดข้อและทำร้ายเพศตรงข้ามกันเสมอไปใช่ไหม อย่าได้เริ่มเชียวกับการทำเล่นเกมหนุ่มหิ้วสาวแปลกหน้าแบบเรื่องสั้น “เกมโบกรถ” (The Hitchhiking Game) ของ มิลาน คุนเดอร่า หรือหลงว่าตัวเองเป็น จูเลียต บิโนช ที่อินจัดกับบทผัวเมียพิมพ์นิยมใน Certified Copy ของ อับบาส เคียรอสตามี่ ก็ถ้ารักจะมารยามายาตบจูบแบบหนังพิศาลกันแบบนี้ ไม่ว่าจะอยู่ยุคไหน ต่อให้เป็นเฟมินิสต์ยุคบุกเบิก หรือยุคโพสต์เจมส์บอนด์เชิดชูนายผู้หญิงกับบท “M” (จูดี้ เดนช์) ละก็นะ ตัวใครตัวมันดีฝ่า

เอาน่ะ มาดูหนังที่แสดงซากโทรมของวัฒนธรรมปิตาธิปไตย และกลเกมรัญจวนจิตที่ผู้หญิงสมยอมและเกริ่นนำ ปฏิบัติการทำร้ายตัวเองคาบลูกคาบดอกที่ไม่มีวันปะชุนรอยโหว่ที่กางเกงได้ ตราบใดที่ตูข้ายังเป็นตูข้าและยังเป็นตูข้าที่จะเอาทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ไม่อาจมอบอะไรคืนกลับ

หนังเรื่องอื่น ๆ ในหมวดรักร้ายชายหญิงที่ ควรหามาชมเพิ่ม เช่น La discrète (Christian Vincent), Marnie (Alfred Hitchcock) และ The Shape of Things (Neil La Bute) รวมทั้งเรื่องสั้นของ อลิซ มุนโร (Alice Munro) หลายเรื่องก็เข้าข่ายควรอ่านเป็นที่สุด


The Decline of Patriarchy Film Program
โปรแกรมหนังปะชุนกางเกง-กระโปรงแบบเอาไม่อยู่

3 July 2011

Marco Ferreri’s Cruel Game Double Bill

12.30 - Her Harem

2.30 pm - The Last Woman

10 July 2011

Men’s Unmendable Ego

12.30 - The Beguiled
2.30 pm - In The Company of Men

เรื่องย่อ

Her Harem (กำกับ / เขียนบท - Marco Ferreri)

เธอรักชายทั้งสามคน 3 ชาย 3 แบบ ที่ปากขยิบ ตาเผยอ อ้างว่า ควรมิควรแล้วแต่เธอพึงประสงค์ แต่สุดท้ายก็อยากจะกำหนดเธอไว้ในรูปแบบพิมพ์นิยมของผู้หญิง ครั้นหากเธอต้องการจะรักชายทั้งสามในเวลาเดียวกันล่ะ ฟ้าคงจะแตก ดินจะทลาย และ ผุดนิสัยแท้จริง

The Last Woman (กำกับ / เขียนบท - Marco Ferreri)

เฌราร์ด เดอปาร์ดิเญอ ซูเปอร์สตาร์เมืองน้ำหอมกับบทหนุ่มลูกติดที่ปากร้ายใจเร็ว และดิบหยาบในลักษณะเบบี้มาโช เกินกว่าที่จะซาบซึ้งในความละเอียดอ่อนของเพศหญิง ซึ่งต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่ และวันดีคืนดีเมื่อพบสัมพันธ์กับสาวน้อยนางหนึ่ง (ออร์เนลล่า มูติ) นั่นคือจุดเปลี่ยนที่หนุ่มมาโชทื่อมะลื่ออย่างเขาจะประจักษ์แจ้งในใจ

The Beguiled (กำกับ - Don Siegel)

หนังที่ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด (Million Dollar Baby, Unforgiven) นำแสดงและอำนวยการสร้างเอง เป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเขา จากบทปืนเดือดสันโดษ มาเป็นบททหารบาดเจ็บที่ตกอยู่ใต้การปฐมพยาบาลแบบใกล้ชิดของกลุ่มนักเรียนหญิงและครูทึนทึก

In The Company of Men (กำกับ / เขียนบท - Neil La Bute)

หนังเรื่องแรกของนักเขียนบทละคร Neil La Bute ซึ่งแสดงภาพหนุ่มนักบริหารใจโฉดสองคนที่โดนผู้หญิงทำร้ายหัวใจมา พวกเขาจึงรวมหัวกันหาเหยื่อสาวคนที่ดูจิตใจดีงามที่สุด เพื่อหักหาญเธอและทวงคืนอีโก้แตกสาแหรกของตัวเองคืน
สมควรดูเรื่องนี้ควบกับ The Shape of Things หนังหญิงแสบชายกระสันต์อีกเรื่องของ Neil La Bute (The Wicker Man)

22.5.11

โปรแกรมภาพยนตร์ Filmvirus: ความตายอันแสนสุข Death is Bliss

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ขอเชิญชม โปรแกรมภาพยนตร์ ความตายอันแสนสุข (Death is Bliss) ร่วมชมภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความตายอันแสนหวานชื่นขื่นขมระทมชีวิตจากนานาชาติ 

ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 5-26 มิถุนายน 2554 รอบแรกเวลา 12.30 น. และรอบสอง 14. 30 น. (โดยประมาณ) ฉายที่ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U 2 ของ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ (ตึกสีขาวสูงริมน้ำ - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ชมฟรี แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประตูทางเข้าห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์)

โทรศัพท์ 02-613 3529 หรือ 02- 613 3530

โปรแกรมภาพยนตร์ ความตายอันแสนสุข 
 5/6/11
12.30 THE DEVIL , PROBABLY (ROBERT BRESSON/1977/FR)
14.30 DIARY OF A SUICIDE( STANISLAV STANOJEVIC/1972/FR)

12/6/11
12.30 SHE SPENT SO MANY HOURS UNDER THE SUN LAMP (PHILIPPE GARREL/1985/FR)
14.30 THE LAST TIME I COMMITTED A SUICIDE(STEPHEN KAY/1997/US) 

19/6/11
12.30 IN THE YEARS WITH 13 MOONS (R W. FASSBINDER/1978/GERMANY)
14.30 BLACK GIRL (OUSMANE SAMBENE/1966/SENEGAL)

26/6/11
12.30 LAST DAYS (GUS VAN SANT/2005/US)
14.30 THE REBIRTH (MASAHIRO KOBAYASHI/2007/JP)

เรื่องย่อ 

1. THE DEVIL , PROBABLY (ROBERT BRESSON/1977/FR)
เด็กหนุ่มในปารีสคนหนึ่งค้นพบว่าไม่ว่าเขาจะตั้งใจเรียน จะมีคนรัก หรือเข้าร่วมกับการปฏิวัติ อ่านไปฟังบทกวี การใช้ชีวิตเยี่ยงเสรีชน การถกปรัชญา การอ่านบทกวี หรือไปพบจิตแพทย์ เขาก็ไม่อาจเข้าใจในความอึดอัดขัดข้องของชีวิตได้ ยิ่งนานวันคำถามต่อชีวิตยิ่งรุมเร้าราวกับโรคร้ายที่ค่อยกัดกินเขาทีละน้อย และบางที ความตายเท่านั้นจึงเป็นทางออกที่แสนสุข 

ภาพยนตร์เรื่องท้ายๆ ของปรมาจารย์ ROBERT BRESSON ที่ตั้งคำถามต่ออาการของโรคปัจเจกชนนิยม ความเหนื่อยล้าประจำยุคสมัยได้อย่างแหลมคม ตรงประเด็น และยังคงความยอดเยี่ยมแบบน้อยได้มาก ของBRESSONไว้ครบถ้วน 

2. DIARY OF A SUICIDE( STANISLAV STANOJEVIC/1972/FR)
เขาเป็นไกด์ทัวร์นำเที่ยวเยี่ยมชมเกาะแก่งต่างๆ และเธอเป็นล่ามสื่อสารระหว่างเขาผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส บนเรือเขาตามจีบเธอ เธอบอกให้เขาเล่าเรื่องความงามให้เธอฟังเขาจึงเริ่มต้นเล่า ภาพประทับสีเดียวที่สะท้อนไปมาระหว่างเรื่องเล่าอีกจำนวนมาก จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าเรื่อง เรื่องราวไม่ปะติดปะต่อ เรื่องของช่างภาพผู้ไม่อาจจะยิ้มได้ หรือชายที่ถูกสังหาร เรื่องของนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัลโนเบล เขาบริภาษสังคมอย่างรุนแรงผ่านจอโทรทัศน์ ไปจนถึงเรื่องการถูกกักขังในคุกห่างไกลโดยผู้คุมที่ไม่เคยหลับ และ เล่าถึงอัตวินิตบาตรกรรมของเขาเอง 

นี่คือหนังสุดประหลาดที่ไม่ปะติดปะต่อ หนังอาจจะเป็นชิ้นส่วนเล็กๆน้อยๆของหนังต่อต้านสงคราม การต่อสู้กับคอรัปชั่น การบันทึกความเศร้าของโลก ความไม่ปะติดปะต่อของมันไม่ได้ข้ามเฉพาะสถานที่ แต่ยังข้ามเวลาอีกด้วย 

3.  SHE SPENT SO MANY HOURS UNDER THE SUN LAMP (PHILIPPE GARREL/1985/FR)
ผู้กำกับหนุ่มสร้างหนังร่วมกับคนรักของเขา หนังซ้อนหนังที่ว่าด้วยคู่รักสองคู่ คู่หนึ่งในชีวิตจริง อีกคู่ในจินตนาการ และหนังเรื่องหนึ่ง ซึ่งเล่าผ่านความฝัน 5 ความฝัน หนังซึ่งว่าด้วยการสร้างหนังขึ้นด้วยวิธีการเดียวกับการถือกำเนิดของเด็กน้อย 

ภาพยนตร์ขนาดยาวขาวดำ ที่ปะปนกันทั้งเรื่องเล่า และความจริง เป็นทั้งบันทึกการสร้างหนัง โครงร่างความสัมพันธ์ของคู่รัก ไปจนถึงหนังผี และสารคดีบันทึกความเจ็บปวดต่อความตายอันปรากฏขึ้นในขณะนั้น (JEAN EUSTACHE ผู้กำกับร่วมรุ่นของ PHILIPPE GARREL ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ (ซึ่งนำแสดงเองด้วย) เสียชีวิตขณะเขาทำหนังเรื่องนี้ ภาพความเศร้าในหนังจึงเป็นภาพบันทึกความเศร้าอันจริงแท้ของตัว GARREL เอง) นี่คือหนังที่เลือนพรมแดนทั้งของเรื่องเล่า ของการทำหนัง และของบรรยากาศในห้วงขณะนั้นเข้าหากัน อย่างละเมียดละไมยิ่ง 

4. THE LAST TIME I COMMITTED A SUICIDE(STEPHEN KAY/1997/US) 
ภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากจดหมายสองสามฉบับระหว่าง NEAL CASSIDY และ JACK KEROUAC สองนักเขียนหนุ่มจากบุคยบีทนิค หนังเล่าเรื่องของนีล นักเขียนหนุ่มที่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาทำงานหนักเพื่อสร้างครอบครัวกับ JOAN รักชั่วนิรันดร์ของเขา เขารักเธอมาก แต่เธอก็ฆ่าตัวตายอยู่ดี และเขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงทำ หลังฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ JOAN หนีไป ทิ้งเขาไว้กับเพื่อนนักเขียนแสนดีขี้เหล้า สาวอายุสิบหกที่เขาเริ่มจะหลงไหล และกวีหนุ่มที่น่าจะรักเขามากกว่าเพื่อน จนกระทั่งการกลับมาของ JOAN ทำให้สรรพสิ่งร่วงดิ่งลง

ว่ากันว่าตัวจริงของ NEAL CASSIDY คือต้นแบบของตัวเอกในนิยายบีทอมตะอย่าง ON THE RAOD ของKERUAC และนี่คือหนังที่บรรจงถ่ายทอดบรรยากาศของห้วงยามนั้นออกมาอย่างหมดจดงดงามยิ่ง 

5. IN THE YEARS WITH 13 MOONS (R W. FASSBINDER/1978/GERMANY)
ยังมีนิทานปรัมปราเล่าว่า มีคนบางจำพวกที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดวงจันทร์ ปีใดที่เป็นปีของดวงจันทร์ผู้คนเหล่านั้นจะต้องทุกข์ทนทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่มีดวงจันทร์ 13 ดวง ผู้คนเหล่านั้นจะเจ็บปวดทุกข์ทนจนถึงที่สุด และ ELVIRA ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่จริงเธอไม่ได้ชื่อ ELVIRA แต่ชื่อ ERWIN คนหนุ่มโรงฆ่าสัตว์ที่แอบหลงรัก ANTON เพื่อนร่วมงาน จนในที่สุดเขาตัดสินใจไปผ่าตัดแปลงเพศเพื่อหวังจะได้รับรักตอบกลับ หากที่ได้คืนคือการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ขณะนี้ ELVIRA อาศัยอยู่กับชายคนรักที่ทุบตีเธอ พวกเด็กหนุ่มที่เธอพบในสวนสาธารณะก็กระทืบเธอ ANTON ผู้ร่ำรวยก็ไม่เคยใส่ใจเธออีก ทั้งหมดดำเนินไปสู่โศกนาฏกรรมของคนที่เกิดแต่กรรมของจริง

ภาพยนตร์สุดแสนอ่อนไหว ท้าทายและกล้าหาญที่สุดเรื่องหนึ่ง RAINER WERNER FASSBINDER ว่ากันว่าเขาสร้างหนังเรื่องนี้เพื่ออุทิศให้กับคนรักของเขาที่ฆ่าตัวตายไป หนังเป็นทั้งคำสารภาพและการไถ่บาปที่ไม่อาจถอนได้ของตัวเขาเอง 

6. BLACK GIRL (OUSMANE SAMBENE/1966/SENEGAL)
เธอมาจากดักการ์ มากับชุดสวยและกระเป๋าเดินทาง มาพร้อมกับรองเท้าส้นสูง ต่างหูรูปดอกไม้ และความหวังเกี่ยวกับความมลังเมลืองของปารีส ที่ท่าเรือคุณผู้ชายมารับ เขาพาเธอใส่รถส่วนตัวกลับไปยังอพาร์ทเมนท์อุดอู้ ที่มีแค่ ห้องครัว ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ทำกับข้าวแบบเซเนกัลให้คุณนาย ชงกาแฟให้คุณนาย ไปจ่ายตลาดให้คุณนาย ปารีสนอกหน้าต่างห้องของเธอคือรีเวียร่า แต่ที่เหลือก็แค่ห้องครัว และคุณนายจู้จี้จุกจิก เธอมาปารีสเพื่อมาดูแลเด็ก แต่ไม่มีเด็กให้เธอดูแล มีแต่งานบ้านไม่หยุดหย่อน คุณนายไม่ชอบชุดสวยของเธอ เธอพูดกับคุณนายไม่รู้เรื่อง คุณนายบอกว่าถ้าเธอไม่ล้างจานก็ไม่ต้องกินข้าว แม่เธอเขียนมาหา คุณผู้ชายอ่านให้เธอฟังแต่เธอรู้ว่านั่นไม่ใช่แม่เธอ แม่เธอเขียนหนังสือๆ ไม่ได้ และเธอก็ด้วย คุณผู้ชายจะเขียนจดหมายตอบให้เธอ แต่เธอลุกขึ้นมาฉีกจดหมายทิ้ง เข้าห้องไปร้องไห้ และตัดสินใจจะพูดบ้างแล้ว

ภาพยนตร์โดย Ousmane Sambene หัวหอกคนสำคัญ ปรมาจารย์ของวงการหนังแอฟริกัน หนังของ Sambene อาจจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมาแต่คมคายตัวประเด็นเข้มข้นจากชาติที่ตกเป็นอาณานิคมตัวจริงเสียจริง หนังของเขาทรงพลังทั้งเรื่องเล่าและประเด็นทางสังคมจนไม่อาจละเลย และ BLACK GIRL คือหนึ่งในตัวอย่างหนังชั้นยอดของเขา 

7.  LAST DAYS (GUS VAN SANT/2005/US)
เขาเดินเข้าไปในป่า กระโจนลงไปเล่นน้ำตก ย่ำค่ำผิงไฟในป่ากว้าง กู่ตะโกนเพียงลำพัง พึมพำกับตัวเอง ทำอาหาร สวมชุดชั้นในผู้หญิง หลับไป และตื่นขึ้น เล่นปืน นั่งเหม่อริมน้ำ อุ้มลูกแมว เขียนจดหมายลาตาย เล่นดนตรี ไปผับ และดับชีวิตตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่ปรากฏขึ้นในหนังนิ่งๆ ที่ว่าด้วยวันสุดท้ายของนักดนตรีร๊อคผู้หนึ่ง หนังซึ่งว่าด้วยความเศร้าน้อยๆ นิ่งเงียบ และสงบงามของความตาย

นี่คือหนังปิดไตรภาคความตายของ ผู้กำกับ gus van sant โดยทั้งสามเรื่องไดรับแรงบันดาลใจจากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ และจบลงด้วย ความตาย ใน gerry เล่าเรื่องของชายสองคนนามเจอร์รี่ที่หลงทางอยู่ในทะเลทรายเวิ้งว้าง ( ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากข่าวของเด็กที่ติดอยู่ในทะเลทราย ) ตามด้วย elephant ที่เล่าเรื่องวันอันสงบในโรงเรียนมัธยม ก่อนที่จะสิ้นวันด้วยการที่เด็กนักเรียนคนหนึ่งเอาปืนมายิงเพื่อร่วมชั้น (ซึ่งแน่นอนได้แรงบันดาลใจจากคดีโรงเรียนมัธยม โคลัมไบน์ ) และในหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องช่วงวันสุดท้ายของ เบลค นักดนตรีหนุ่มที่หนีออกจากคลินิคบำบัด และสิ่งที่เขาทำก่อนจบชีวิตตัวเอง (โดยหนังได้แรงบันดาลใจจากความตายของ เคริ์ท โคเบน แห่ง nirvana)

8. THE REBIRTH (MASAHIRO KOBAYASHI/2007/JP)
เด็กนักเรียนหญิงผู้หนึ่ง จ้วงแท้งนักเรียนหญิงอีกคนถึงแก่ความตาย กล่าวตามสัตย์สิ่งที่เราสนใจย่อมเป็นที่มาที่ไปของฆาตกร การฆาตกรรม อะไรทำให้เด็กสาวลุกขึ้นมาแทงเพื่อนตัวเองจนตาย แล้วหลังจากนั้น จะเกิดอะไรตามมาแต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้สนใจคือเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเด็กสาวทั้งคู่หลังจากเหตุการณ์ซึ่งเขาและเธอไม่ได้มีส่วนร่วมแต่จำต้องแบกทุกข์ในไว้บนบ่าไปตลอดกาล หนึ่งปีผ่านไป เขาย้ายจากโตเกียวไปอยู่ที่ฮอกไกโด ทำงานเป็นคนงานในเหมือง ทุกวันเดินเรียงแถวไปยังหน้าเตาไฟ พักอาศัยในหอพักห้องแคบ อาบน้ำและกินอาหารในห้องรวมทุกอย่างอุบัติซ้ำ เขากลับมานอนอ่านหนังสือในห้องจนหลับไปวันใหม่วนซ้ำที่เดิม เธอก็อยู่ที่ฮอกไกโด ประกอบอาชีพแม่ครัว ก้มหน้างุดปอกมันฝรั่ง ทำไข่กวนที่ละฟองละฟอง ล้างถ้วยอาหารชุดที่เตรียมใส่ตู้ไว้สำหรับแขก บ่อยครั้งเธอตื่นกลางดึก ตอนเช้าเธอก็จะลุกไปทำไข่กวนอีก ปอกมันฝรั่งจัดวางอาหารชุดสำหรับชาวหออีกครั้ง

นี่คือหนังแห่งการจ้องมอง ตลอดเวลาผู้ชมจ้องมองตัวละครประกอบกิจวัตรประจำวันอย่างเช่นการกินอาหาร การอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า การทำงาน การขับรถ กระทั่งการนั่งเฉยๆ เหตุการณ์ไม่คืบหน้า ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆให้เห็น เรากำลังจ้องมองคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง พยายามลากอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตอย่างถูลู่ถูกังไปตามถนนสำนึกบาปที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้น  

27.4.11

“ความเศร้าของภูติผี” Teaser ชุด 1

เพิ่มอีกอันหนึ่ง หนังตัวอย่างแนะนำผลงานเรื่องแรกของ “โครงการหนังโดมิโน่ 4 สหาย”

“ความเศร้าของภูติผี” บทหนังของ แดนอรัญ แสงทอง กำลังเป็นแรงบันดาลใจให้ 4 คนทำหนังพัฒนาบทหนังยาวอยู่ในขณะนี้

นี่คือตัวอย่างฉบับย่อแนะนำเมืองหิมะ ส่วนหนังตัวอย่างฉบับยาวจะตามมาในเร็ววัน

อ่านรายละเอียดโครงการหนังโดมิโน่ที่ http://dominofilm.blogspot.com/


Domino Film Experiment Trailer - วีดีโอแนะนำโครงการหนังโดมิโน่

มาแล้ว หนังตัวอย่างแนะนำโครงการหนังโดมิโน่ 4 สหาย ของ ฟิล์มไวรัส

Domino Film Experiment Trailer

แนะนำ 5 นักเขียน 2 นักแสดง 4 ผู้กำกับ และทีมผู้สร้าง

อ่านรายละเอียดโครงการหนังโดมิโน่ที่ http://dominofilm.blogspot.com/

17.4.11

เทศกาลหนัง 15/15 ฟิล์มเฟสติวัล

ภาพวีดีโองาน 15/15 ฟิล์มเฟสติวัลนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ โครงการ "ปฏิบัติการหนังโดมิโน่" แต่เป็นโครงการที่ ฟิล์มไวรัส เคยจัด และอยากให้คนเข้าใจว่าสปิริตของหนังโดมิโน่ ไม่ใช่การทำหนังยาวที่มุ่งให้ทุกองค์ประกอบสมบูรณ์แบบ หากแต่กระตุ้นให้เกิดไอเดียอิสระฉีดกระโจน เช่นเดียวกับที่หนังในเทศกาล 15/15 บางเรื่องเคยทำได้



15/15 ฟิล์มเฟสติวัล Australia -Bangkok เทศกาลหนัง 15/15 ฟิล์มเฟสติวัล เคยจัดสองครั้งในเมืองไทย โดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) เคยเป็นเจ้าภาพฝ่ายไทย ร่วมกับ สถานทูตออสเตรเลีย จัดประกวดหนังสั้นความยาวไม่เกิน 15 นาที ที่ถ่ายทำขึ้นภายใน 15 ชั่วโมง เปิดรับซองโจทย์ที่ต้องใช้ในภาพยนตร์ในตอนเช้า กิจกรรมนี้จัดขึ้นไล่เลี่ยกันภายในวันเดียวกัน พร้อมกันหลายประเทศทั่วโลก

15.4.11

หนังโดมิโน่ 4 สหาย - Bangkok Post


ข่าวงานหนังโดมิโน่ 4 สหายได้ลงใน Bangkok Post, 13 April 2011

http://www.bangkokpost.com/arts-and-culture/film/231749/small-money-big-names

13.4.11

ต้อนรับอีก 1 ในนักเขียนรับเชิญ Domino Film - อนุสรณ์ ติปยานนท์


ขอปรบมือต้อนรับด้วยความยินดียิ่ง อีกหนึ่งลายปากกาโดดเด่นของยุคนี้ คุณ อนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนเจ้าของผลงานเข้ารอบซีไรต์ และ ผลงานดังอย่าง เคหวัตถุ, ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ, 8 ½ ริกเตอร์ และ นิมิตต์วิกาล ผู้ให้เกียรติตอบตกลงมาร่วมเป็น 1 ในนักเขียนรับเชิญหนัง Domino Film ถัดจาก คุณ ปราบดา หยุ่น (และก่อนหน้านั้น คุณ แดนอรัญ แสงทอง, คุณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี และ คุณ อุทิศ เหมะมูล)

รายละเอียดความคืบหน้า บล็อกหนังโดมิโน่ http://dominofilm.blogspot.com/

12.4.11

ความคืบหน้า ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย

ความคืบหน้า ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย
Domino Film Experiment
โครงการหนังฟิล์มไวรัส

โปรดิวเซอร์ : ภาณุ อารี (ผู้สร้าง The Convert และ Baby Arabia)
ที่ปรึกษา: อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ก้อง ฤทธิ์ดี, สมเกียรติ์ วิทุรานิช
คณะนักเขียนโดมิโน่ : สุชาติ สวัสดิ์ศรี, แดนอรัญ แสงทอง, อุทิศ เหมะมูล และ ปราบดา หยุ่น
เจ้าของโครงการ : สนธยา ทรัพย์เย็น (Filmvirus)

ครั้งแรกในประเทศไทยที่นักเขียนระดับแนวหน้า รวมใจลงแขกกับนักทำหนังสั้นแบบไม่เกรงใจสูตรคร่ำครึ ปฏิวัติการดัดแปลงวรรณกรรมรูปแบบใหม่ ให้เป็นการด้นเกมแห่งเสียงอักษรไหลสุดขอบจินตนาการภาพ ด้วยโจทย์ต้นเรื่องของนักเขียนที่จุดประกายให้คนทำหนังสั้น 4 คน ต่อ-แต่งเรื่องเล่าตามใจชอบ เกิดเป็นหนังยาว 2 ชั่วโมงในวงเงินเพียง 5 แสนบาท ท้าทายการสร้างหนังในระบบธุรกิจ เพราะทุกคนสามารถมีสิทธิ์สนับสนุนหนังโดมิโน่ ด้วยการร่วมบริจาคทุนสร้าง 

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่ บล็อก “ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย”
http://dominofilm.blogspot.com/

ด้วยความซาบซึ้งใจจากชาวฟิล์มไวรัส ขอขอบคุณ ปราบดา หยุ่น เจ้าของสำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น และ นักเขียนรางวัลซีไรต์ปี 2545 ที่ให้เกียรติตอบตกลงมาร่วมเป็น 1 ในนักเขียนรับเชิญหนัง Domino Film 

ผลงานเขียนเล่มล่าสุดของ ปราบดา หยุ่น รวมเรื่องสั้นชุด “ดาวดึกดำบรรพ์” (สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น) และงานแปลนิยายคลาสสิกของ แอนโธนี่ เบอร์เจสส์ “คนไขลาน” (A Clockwork Orange) จากสำนักพิมพ์ไล้ท์เฮ้าส์ เล่มเดียวกับที่เคยทำเป็นหนังอื้อฉาวของ แสตนลี่ย์ คูบริค นั่นแหละจ๊ะ

22.3.11

ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย Domino Film Experiment

ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย
Domino Film Experiment

โครงการหนังฟิล์มไวรัส

โปรดิวเซอร์ : ภาณุ อารี (The Convert และ Baby Arabia)
ที่ปรึกษา: อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, ก้อง ฤทธิ์ดี, สมเกียรติ์ วิทุรานิช
คณะกรรมการบริหาร : สุชาติ สวัสดิ์ศรี, แดนอรัญ แสงทอง, อุทิศ เหมะมูล
เจ้าของโครงการ : สนธยา ทรัพย์เย็น (Filmvirus)

โครงการทำหนังแบบ “โดมิโน่” เปรียบได้กับการวิ่งหนังส่งไม้ 4 คูณ 100 โดยในแต่ละเรื่องนั้น เราจะเชิญนักเขียนผู้มีคุณวุฒิครั้งละ 1 ท่านเข้ามากำหนดโจทย์ ตัวละคร หรือโครงเรื่องคร่าวๆ ให้นักทำหนังสั้น 4 คน เข้ามาผลัดกัน แต่ง- ต่อ- เติม เกิดเป็นหนังสั้นความยาวตอนละประมาณ 30 นาที จำนวน 4 ตอนที่มีความสัมพันธ์รับส่งระหว่างกลุ่มตัวละครชุดเดียวกัน และเมื่อผนวกกิ่งก้านแตกต่างทั้งหมดจะเสริมเติมให้ได้หนังที่มีลำต้นมั่นคงเป็นเอกภาพ ความยาวเท่าหนังปกติประมาณ 2 ชั่วโมง 

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ ปฏิบัติการหนังโดมิโน่ 4 สหาย http://dominofilm.blogspot.com/

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia