12.2.14

โปรแกรมพิเศษ มิวสิควีดีโอเพลงลูกทุ่งแบบไทบ้านทำเอง

ฟิล์มไวรัส ท้าชนคนลูกทุ่ง ด้วยโปรแกรมพิเศษ มิวสิควีดีโอเพลงลูกทุ่งแบบไทบ้านทำเอง ด้วยการชวนผู้กำกับหนังสั้นไปจนถึงคอเพลงคนธรรมดาสามัญมาร่วมกันทำมิวสิควีดีโอให้กับเพลงลูกทุ่งไทยหลากยุคล้นสมัย 



ฉายแน่ 22 กุมภาพันธ์นี้ เวลาดี สิบสี่นาฬิกาที่ เดอะรีดดิ้งรูม สีลม ซอย 19

กรุณาแต่งกายมาอย่าเม้ม และอย่าอายที่จะลุกขึ้นร้องรำขณะฉาย 

ด้วยความปรารถนาฟิน จาก FILMVIRUS

9.1.14

รับสปอนเซอร์พิมพ์หนังสือ "นิมิตวิกาล” (bookvirus 14)

เปิดรับสปอนเซอร์พิมพ์หนังสือ BOOKVIRUS โครงการ 2

คุณช่วยให้วรรณกรรมแปลทางเลือกกำเนิดขึ้นได้ นี่คือโอกาสที่คุณคนอ่านเท่านั้นจะกำหนดเอง




ผลงานของนักเขียนอมตะระดับโลก จากฝีมือแปลของหลายท่านที่รู้จักกันดี

(ตีพิมพ์จำนวนจำกัดมาก)


บุ๊คไวรัสประกาศรับสปอนเซอร์ เพื่อจัดพิมพ์หนังสือ "นิมิตวิกาล” (bookvirus 14)

กำหนดระยะเวลาระดมทุน นับจากวันนี้ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557
กำหนดหนังสือออกภายในเดือนมีนาคม 2557


ความเดิม: "นิมิตวิกาล" เดิมเป็นชื่อบทความเก่าของ สนธยา ทรัพย์เย็น ในนิตยสาร Filmview เมื่อปี 2537 เขียนแนะนำหนังคั้ลต์ หนังสยองขวัญ หนังอัศจรรย์แฟนตาสติกที่มีบรรยากาศหลอนลับแลเหนือธรรมชาติ โดยในการนำชื่อกลับมาใช้ครั้งนี้ เพื่อจัดกลุ่มรวมเรื่องสั้นแปลตามกลิ่นวิกาลแห่งแดนสนธยา



ก่อนหน้านี้คุณผู้อ่านจากสหกรณ์สามจังหวัดได้สนับสนุนให้ บุ๊คไวรัสจัดพิมพ์หนังสือ bookvirus 11 หรือ “3 อัญมณี” ในธีมเรื่องอัศจรรย์ดังกล่าว เป็นจำนวนหนึ่งร้อยเล่ม ทั้งนี้ปรากฏว่ายังมีผู้สนใจอยากได้หนังสือเล่มนี้อีกหลายท่าน เพราะเป็นผลงานชั้นครูที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้อีก

ทางบุ๊คไวรัส ซึ่งไม่มีงบประมาณพอจะผลิตจำนวนมาก จึงอยากหาสปอนเซอร์เพื่อตีพิมพ์ขึ้นใหม่เป็นฉบับสำหรับจำหน่าย โดยจะเพิ่มเรื่องใหม่เข้าไปอีก 2เรื่อง รวมเป็น 5 เรื่องให้สมชื่อ “นิมิตวิกาล – 5 อัญมณี”


เรื่องสั้น 5 เรื่องที่จะปรากฏในหนังสือ “นิมิตวิกาล – 5 อัญมณี" (bookvirus 14)



ภาพเหมือนในกรอบรูปไข่ / เอ็ดการ์ อัลลัน โพ - แดนอรัญ แสงทอง แปล
ผู้สร้าง / นาธาเนียล ฮอร์ธอร์น - สุชาติ สวัสดิ์ศรี แปล
นิยายรักของอาภรณ์ชุดเก่า / เฮนรี่ เจมส์ - ภัควดี วีระภาสพงษ์ แปล
ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น / ชาร์ล็อตต์ เพอร์กิน กิลแมน - จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล
ชิงชัง / จอห์น เดวี่ส์ เบเรสฟอร์ด - ธิติยา ชีรานนท์ แปล


สนับสนุนโดยสั่งซื้อหนังสือ

  1. สั่งซื้อ 260 บาท จะได้รับหนังสือ 1 เล่ม (รวมค่าส่งไปรษณีย์)
  2. หากต้องการหนังสือกี่เล่ม ให้คูณตามจำนวนเลข 260 บาท
  3. โอนเงินที่บัญชีข้างล่าง แล้วแสดงสลิปการโอนเงินที่ inbox ของ Facebook: bookvirus & filmvirus หรือ filmvirus@gmail.com


พิเศษสำหรับผู้เลือกที่จะเป็นสปอนเซอร์


  • หากเป็นสปอนเซอร์ 3,000 บาท ขึ้นไป คุณจะได้รับหนังสือจำนวน 2 เล่ม และได้รับการลงชื่อของคุณในตัวเล่มด้วย ในฐานะผู้สนับสนุน

  • 35,000 บาท หรือมากกว่า (จำกัดเพียงหนึ่งท่านเท่านั้น) ได้รับหนังสือ 30 เล่ม (เล่มหนึ่งมีลายเซ็นจากคุณแดนอรัญ แสงทอง) ชื่อของคุณจะปรากฏอยู่ในหนังสือที่หน้าเครดิตหลักในตำแหน่งสำคัญ "ร่วมอำนวยการผลิตโดย...." รวมทั้งลงชื่อขอบคุณในบล็อก นิมิตวิกาล http://twilightvirus.blogspot.com, และ ฟุ้ง http://bookvirus50d.com
*** หมายเหตุ: หากเราเปิดขายหนังสือเล่มนี้ที่ใดหลังจากนี้ ราคาจะสูงขึ้นจากเดิม ***

========================================
รายละเอียดบัญชีธนาคารของบรรณาธิการบุ๊คไวรัส
สนธยา ทรัพย์เย็น ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 183-208740-2
หากโครงการนี้ได้รับความตอบรับดี "นิมิตวิกาล” 02 จะตามมา


ติดตามข่าวได้ที่เฟซบุ๊ค bookvirus & filmvirus ,บล็อก นิมิตวิกาล http://twilightvirus.blogspot.com, และ ฟุ้ง http://bookvirus50d.com

โปรแกรมหนัง V for Voting

V for Voting Program

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เชิญชม โปรแกรมภาพยนตร์ V for Voting

ทุกวันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 12 มกราคม 2557 - 2 กุมภาพันธ์2557 ตั้งแต่เวลา 12:30 น. เป็นต้นไป

ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)



พบกับ เกมการเมืองของผู้แทนสองพรรคหนักระดับรีเมคมหาภารตะในอินเดีย การลอบบี้ขยี้แหลกของการเลือกตั้งเจ้าพ่อในฮ่องกง หนังพรอพากันด้าต้านรัฐสภาโปรนาซีที่คนทำถูกประหารชีวิตหลังสงคราม การสนทนาประชาธิปไตยของ เด็กจีน ชีวิตรักนักการเมืองที่ต้องเลือกระหว่างการแก้ปัญหานอกระบบกับในระบบ และการดิ้นรนของกกต.อิหร่าน กับทีมโฆษณาพรรคการเมืองต้านปิโนเชต์ในชิลี 

ใช่นี้คือหลากหลายมุมมองของกลการเมืองเกมการเลือกตั้งที่เราท้าให้คุณชมแต่ไม่ข่มขืนให้คุณคิด จาก 12 มกรา ไปจนถึงวันเลือกตั้ง(ถ้ามี!)


12/1/2014

12.30 Rajneeti (2001, Prakash Jha, India)
14.30 Gulaal ( 2009, Anurag Kashyap, India)

19/1/2014
12.30 Election (2005, Johnnie To, HK)
14.30 Forces Occulties (1943, Jean Mamy, France) + Please Vote For Me ( 2007 , Weijun Chen ,China)

26/1/2014
12.30 Waking the Dead (2000 , Keith Gordon, US)
14.30 The Middle Of the World (1974 , Alain Tanner , Switzerland)


2/2/2014
12.30 Secret Ballot (2001, Babak Payami, Iran)
14.30 No (2012, Pablo Larrain, Chile)

Rajneeti (2001, Prakash Jha, India)



เราเคยฉายหนังเรื่องนี้ในโปรแกรมหนังอินเดียแล้ว แต่เราอยากฉายซ่้ำอีก เพราะนี่คือหนังที่พูดถึงกลไกล กลเกมของการเลือกตั้งอย่างถึงอารมณ์ งานดัดแปลงจากมหากาพย์มหาภารตะ เป็นหนังการเมืองทันสมัยที่เล่าความขัดแย้งภายในพรรคการเมืองเก่าแก่ เกิดแตกหักนำสู่การแยกตัวของสมาชิกพรรคไปก่อตั้งพรรคใหม่ ยิ่งการเลือกตั้งงวดเข้ามามากเท่าไหร่ การแย่งชิงคะแนนเสียงยิ่งดุเดือดเลือดพล่านมากเท่านั้นนี่ไม่ใช่แค่เกมการเมืองบนกระดานแต่เดิมพันด้วยชีวิตของอีกฝ่าย จนกว่าจะล้างบางให้ตายตกตามกันไปข้าง ตัวหนังถูกวิจารณ์หนาหูว่านำเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์การเมืองอินเดียมาใช้ ทั้งการลอบสังหาร ราชีพ คานธี นายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของอินเดีย และการขึ้นสู่อำนาจของนาง โซเนีย คานธี ภรรยาชาวอิตาลีของนายราชีพ ที่เข้ามาเล่นการเมืองหลังสามีเสียชีวิต


Gulaal ( 2009, Anurag Kashyap, India)

สังคมการเมืองในมหาวิทยาลัยดุเดือดไม่แพ้สนามใหญ่ เมื่อผู้มีอิทธิพลมืดในท้องถิ่นหันมาหนุนหลังนักเรียนหนุ่มทุนผู้ทะเยอทะยาน ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานนักศึกษา โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องลึกในการเลือกตั้งสนามเล็ก จะพัวพันถึงธุรกิจมืด ฆาตรกรรม และการคอรัปชั่นในระดับรัฐ


Election (2005, Johnnie To, HK)

ผลงานขึ้นชื่อของตู้ฉีฟงที่สามารถส่งหนังแนวเจ้าพ่อฮ่องกงเข้าไปประกวดปาล์มทองคำที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ได้สำเร็จ หนังว่าด้วยการชิงอำนาจกันในหมู่ของสมาคมลับเจ้าพ่อในฮ่องกงที่ต้องมีการเลือกผู้นำใหม่ทุก ๆ 2 ปี และเมื่อปีนี้เวียนมาบรรจบผู้ท้าชิงที่อยู่ในเกณฑ์ทั้ง 2 ต่างพากันขับเคี่ยว ล็อบบี้ ใช้อำนาจต่าง ๆ เพื่อปูเส้นทางที่มั่นคงให้กับตัวเองเพื่อไปสู่จุดสูงสุดของผู้นำสมาคม

Forces Occulties (1943, Jean Mamy, France)

หนังพรอพากันด้าผลิตโดยองค์กรพรอพากันด้านาซี ที่ทำในสมัยนาซียึดครองฝรั่งเศส ตัวหนังว่าด้วยนักการเมืองหนุ่มที่เปิดฉากด้วยการบริภาษนักการเมืองกลางสภาว่ามีแต่พวกนายทุนฉ้อฉลกับพวกซ้ายตกขอบ การเมืองรัฐสภาเลวระยำต่ำช้า ในที่นั้นเขาได้รับเชิญจากบรรดาอีลิทให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกลุ่มฟรีเมสัน ที่เป็นสภาประชาชนลับ อันเป็นตัวแทนของพวกคนชั้นสูง ผู้นำ สาขาวิชาชีพต่างๆ เขาได้รับตำแหน่งในนั้นและถูกคนในฟรีเมสันหลอกใช้ไปต่างๆนาๆ กระทั่งประชาชนรู้ว่าหรีเมสันมีส่วนในการควบคุมรัฐที่ฉ้อฉล ประชาชนเลยออกมาประท้วงรัฐและโดนยิงตายในการประท้วง พวกฟีเมสันรอดตัวไปเนียนๆและพยายามรวบรวมพลังภายในเพื่อชักนำฝรั่งเศสเข้าสู่สงครามต้านนาซี ทำไมพวกฟรีเมสันต้องทำหยั่งงั้น ก็เพราะมันเป็นพวกยิวชั่วร้ายน่ะสิเว้ย และใครก็ตามที่ขัดขวางฟรีเมสันมันผู้นั้นก้ไม่อาจรอด


เป็นที่ทราบกันว่าหลังสงครามJean Mamy ซึ่งก่อนจะทำหนังเรื่องเคยเป็นอดีตฟรีเมสันจริงๆแล้วกลับใจ ได้รับโทษประหารชีวิตใน้อหาสมคบนาซีขายชาติ



Please Vote For Me ( 2007 , Weijun Chen ,China)



สารคดีตอนหนึ่งในชุดสารคดี Why Democracy? ซึ่งประกอบไปด้วยสารคดี 10 เรื่อง เรื่องละประมาณ 1 ชม จาก 10 ประเทศทั่วโลก แต่ละตอนจะตั้งคำถามเกี่ยวกับประชาธิปไตยเช่น ประชาธิปไตยจำเป็นแค่ไหนถ้าคุณเป็นประชากรยากจน ? ทุนนิยมนี่ดีต่อประชาธิปไตยไหม ? มีเผด็จการที่ดีหรือเปล่า? ประชาธิปไตยแบบไหนเหมาะกับโลกศตวรรษนี่? ประชาธิปไตยดีต่อทุกคนจริงเหรอ? Please Vote For Me เป็นตอนจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เปิดเรื่องด้วยการอธิบายคร่าว ๆ ว่าจีนปกครองแบบคอมมิวนิสต์มานานคำว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งผิดปกติในสังคมจีน แต่ในเมืองหวู่ฮานนี่โรงเรียนประถมจัดให้เด็ก ป.3 มีการเลือกหัวหน้าห้องครั้งแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนจีน โดยมีเด็ก 3 คนในห้องนี้เป็นตัวแทนที่จะได้รับเลือกตั้ง และหนังก็พาเราไปดูตัวเด็กผู้รับเลือกตั้งแต่ละคนว่าเตรียมตัวยังไง พ่อแม่ฝึกซ้อมวิธีหาเสียง และการพูดชักชวนเพื่อนฝูงให้ลงคะแนนตัวเองอย่างไร และกลั่นแกล้งดิสเครดิตอีกฝั่งยังไงด้วย!

ชมหนังตัวอย่างที่ http://youtu.be/i70Tqkm1lkQ


Waking the Dead (2000 , Keith Gordon, US)

เรื่องรักเศร้าของคู่รักสาวนักปฏิวัติกับหนุ่มอดีตทหารซึ่งทั้งคู่ฝันถึงการเปลี่ยนปลงโลก แต่ด้วยวิธีที่แตกต่างกันจนไม่สามารถมาบรรจบกันได้ เมื่อชายหนุ่มเชื่อมั่นในระบบ และสมัครลงรับเลือกตั้งเพื่อที่จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงโลกจากในระบบ ในขณะที่หญิงสาวปฏิเสธระบบการเมือง ด้วยเชื่อว่ามีแต่เรื่องชั่วร้ายเลวทราม และเลือกเป็นแอคติวิสท์อิสระ เพื่อต่อต้านระบบ ความหวังถึงการเปลี่ยนแปลงโลกของคนทั้งคู่นำมาซึ่งเรื่องรักจับใจที่ทำให้เรามองเห็นแต่ละด้านของระบบการเมืองได้อย่างน่าทึ่ง

The Middle Of the World (1974 , Alain Tanner , Switzerland)

เวลา: ปี1974 ในระหว่างโมงยามของความสามัญธรรมดา สามัญธรรมดาที่หมายถึงว่า ระหว่างเรื่องของชาติ ชนชั้น ระบบการเมือง การแลกเปลี่ยนทั้งหลายแหล่ไม่ได้นำเราไปสู่อะไรเลย ความหวังนั้นยังคงอยู่แต่มันได้ถูกทำให้เป็นสิ่งสามัญธรรมดาผ่านทางทัศนคติแบบเหมารวม ถ้อยความอธิบายความเกี่ยวกับความหวังถูกกลบฝัง เหลือเพียงถ้อยคำ วันเวลา และฤดูกาลเท่านั้นที่ยังคงเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

นี่คือประโยคเปิดของหนังเรื่องนี้ หนังที่เล่าเรื่อง112 วันของความรักของปอล วิศวกรหนุ่มที่กำลังจะลงสมัครเทศมนตรี และเอเดรียน่าสาวเสริ์ฟชาวอิตาเลี่ยนที่เดินทางมาหางานทำในเมืองเล็กๆนี้ ปอลผู้ซึ่งรู้แต่เพีงตัวเองต้องการอะไร กับเอเดรียนาที่เช่นกัน รู้เพียงแต่ว่าตัวเองไม่ต้องการอะไร นั่นทำให้ทั้งคู่รักกันและไม่ได้รักกันอีก ในโมงยามที่ความหวังค่อยๆดับสูญกลางปีเดือนที่เคลื่อนคล้อย

เรื่องมันมีอยุ่ว่า ปอลวิศวกรหนุ่มประจำโรงงานในเมืองได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนลงเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีในนามของพรรคเสรีนิยม ด้วยภาพลักษณ์ของลูกชายชาวนา คนธรรมดาสมถะรักครอบครัวที่ใส่ใจในเหตุบ้านการณ์เมืองจะขอมาเป็นตัวแทนประชาชน ในเวลาเดียวกัน เอดรียน่าสาวอิตาเลียนที่สูญเสียสามีในอุบัติเหตุในโรงงาน บ้านโดนไฟไหม้จนทิ้งรอยแผลเป็นไว้บนใบบหน้าเล้กน้อยเป็นเหตุให้ต้องทำผมปรกหน้าตลอดเวลา โดยสารรถไฟมาสมัครเป็นสาวเสริ์ฟในเมืองนี้ เธออาศัยในห้องเช่าเล็กแคบที่ไม่มีห้องน้ำในตัว แต่มันเงียบ อบอุ่ม และมืดพอที่เธอจะใช้ชีวิตเงียบๆของเธอได้ กล่าวได้ว่าเธอพอใจกับชีวิตของเธอ หนังเล่าเรียงวันนับตั้งแต่ทั้งคู่ยังไม่รู้จักกันจนกระทั่งสรรพสิ่งสิ้นสุด ปอลพบเธอเมื่อครั้งแรกที่เขามาอาศัยร้านที่เธอทำงานหาเสียง เขาติดใจเธอ มากินกาแฟแอบมองเธอ และขอพบเธอดื้อๆ แรกทีเดียวพวกเขาเที่ยวไปในท้องทุ่งยะเยือกต้นฤดูหนาว ในที่สุก็ขยับความสัมพัธ์ลึกซึ้งในห้องเล้กที่เธอเอาโค้ตปิดหน้าต่างจนมืดสนิท พวกเขาร่วมรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า ปอลไม่สนใจการหาเสียงมากกว่าการมาหาเธอ ใครต่อใครเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ทั้งคู่หลงรักกันอย่ายิ่ง ปอลมองเห็นหนทางที่ทั้งคู่จะอยุ่ร่วมกัน เขาจะทำงานให้เธอออกจากคาเฟ่ ไปซื้อบ้านสวย ไปอยุ่ก้วยกัน แต่สำหรับเอเดรียน่า เธอแค่รักปอลในห้องเล็กๆของเธอ ปอลเกิดและเติบโตในเมืองที่อยู่ใจกลางโลก สำหรับเอเดรียน่า ห้องเล็กมืดิดและการร่วมรักกับปอลคือใจกลางโลก เมื่อมันสั่นสะเทือน มันจะไม่มีอนาคตที่ดีขึ้น มีแต่การพังทลายและการบอกลา

Secret Ballot (2001, Babak Payami, Iran)

ที่เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของอิหร่าน เกาะซึ่งห่างไกลจากความเจริญ ประชากรบนเกาะส่วนมาเป็นชาวอาหรับอันเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวเปอร์เซียน พวกเขาเหล่านี้อยู่กันมาเรื่อย ๆ ความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกไม่ค่อยกระทบอะไรพวกเขาเท่าไหร่ การเมืองระดับประเทศก็ดูจะห่างไกลและไม่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของพวกเขานัก จนวันนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป วันเลือกตั้ง กรรมการเลือกตั้งคนใหม่เป็นหญิงสาวไฟแรงได้เดินทางมายังเกาะแห่งนี้เพื่อตระเวนหอบหีบเสียงไปหาชาวบ้านทั้งเกาะเพื่อให้พวกเขาเลือกตั้ง แม้คนรอบข้างจะพากันดูแคลนเจตนารมณ์ของเธอแม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารประจำเกาะที่ต้องคอยดูแลเธอก็ไม่คิดว่าความพยายามของเธอจะเปลี่ยนแปลงอะไร แต่กรรมการสาวคนนี้เชื่อว่าชาวบ้านบนเกาะทุกคนควรมีสิทธิที่จะเข้าถึงทรัพยากรทางการเมืองระดับชาติ แต่เธอก็ต้องเผชิญกับปัญหามากมายทั้งทางทัศนคติของชาวบ้าน เช่น ผู้หญิงควรมีสิทธิ์ออกเสียงทางการเมืองไหม ชาวบ้านไร้การศึกษาอ่านหนังสือไม่ออกควรจะโหวตได้ไหม ฯลฯ

No (2012, Pablo Larrain, Chile)

หนังจากชิลีที่สร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริงในช่วงการเลือกตั้งปี 1980 ว่าด้วย เรเน่ หนุ่มนักโฆษณาที่ถูกจ้างให้มาทำแคมเปญการเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่พยายามจะเอาชนะพรรคของนายพลปิโนเชต์จอมผเด็จการครองอำนาจในชิลีมาอย่างยาวนาน แม้ประเทศจะอยู่ในภาวะกดดันและตัวเรเน่เองก็ถูกข่มขู่ต่างๆนาๆ รวมถึงการที่เขาเองก็อาจจะป็นอนุรักษ์นิยมน้อยๆเสียก้วยซ้ำ แต่เมื่องงานคืองานเขาก็ผลิดแคมเปญ โน! ที่กล่าวว่าไม่อีกแล้วต่อโลกเก่า ต่อชิลีแบบเก่า และมุ่งหน้าเปลี่ยนแปลงไปสู่ชิลีใหม่ที่ไม่มีสงคราม ไม่มีผเด็จาร มีแต่ความหวัง โดยใช้เทคนิคโฆษราที่เขาทำรับใช้ทุนนิยมมาชั่วชีวิตมาดัดแปลงมาขยายผล และแคมเปญนี้พุ่งเข้ากลางใขชาวชิลีอดทนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง และนำมาสู่การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ในชิลี

22.12.13

โปรแกรมภาพยนตร์ ยุติธรรมอำมหิต

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เชิญชม โปรแกรมภาพยนตร์ ยุติธรรมอำมหิต

ทุกวันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2556 - 5 มกราคม 2557 ตั้งแต่เวลา 12:30 น. เป็นต้นไป

ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)



ปิตุฆาต + นายพลซาดิสฆ์ + ทฤษฏีสมคบคิด + ปัญหาชนชั้น + การเมืองคนผิวสี และลูกนักการเมืองโฉด เกี่ยวพันกันได้อย่างไร?? ทำไมความยุติธรรมกับความอำมหิต จึงมาคู่กันในโปรแกรมนี้?

จากอิตาลียุคกลาง สู่สงครามโลกครั้งที่ 2 กระโดดมาถึงยุคสงครามเย็น ขยับมายุค 70 ที่เสรีภาพเบ่งบาน แล้วปัจจุบันเล่าเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรมทั่วโลกที่เริ่มถูกตั้งคำถาม? ไยความอำมหิตยังสยายปีกอยู่บนโลกใบนี้ได้ในรูปแบบต่างๆ?

15 ธันวาคม 2556

12.30 Beatrice Cenci (1969) / Director: Lucio Fulci / 99 min.
14.30 The Night of the Generals (1967) / Director: Anatole Litvak / 148 min.

22 ธันวาคม 2556
12.30 I... comme Icare (I for Icarus - 1979) / Director: Henri Verneuil / 120 min.
14.30 Graceland (2012) / Director: Ron Morales / 84 min.


5 มกราคม 2557
12.30 Friday Foster (1975) / Director: Arthur Marks / 89 min.
14.30 No One Killed Jessica (2011) / Director: Rajkumar Gupta / 136 min.


15 ธันวาคม 2556

Beatrice Cenci (1969) / Director: Lucio Fulci / 99 min.
จากตำนานอันอื้อฉาวของ เบียทริซ เซนซี่ สาวงามเมืองแห่งกรุงโรมผู้กระทำการสังหารบิดาตน โดยร่วมมือกับแม่, พี่ชายอีกสองคนและชู้รัก กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สั่นสะเทือนเหล่าขุนนางและผู้นำทางศาสนาอย่างยิ่ง การสอบสวนนำมาสู่การเปิดเผยความชั่วช้าของผู้ตาย ฟรานเซสโก เซนซี่ ขุนนางหนุ่มใหญ่ผู้กักขฬะ มากด้วยตัณหา ใช้อำนาจและอิทธิพลข่มขู่ข้าราชการเสมอมา รวมทั้งฉุดคร่าหญิงงามที่ตนหมายปองมาเชยชมโดยไม่เคยถูกกฎหมายลงโทษ และร้ายสุด ฟรานเซสโกยังข่มขืนเบียทริซทั้งที่เธอเป็นลูกสาวในไส้เขาเอง พร้อมทั้งประกาศความสัมพันธ์สุดฉาวนี้ให้ทั่วเมืองเพื่อกีดกันไม่ให้มีชายใดก้าวเข้ามาในชีวิตเธอ นี่คือหนังสุดอื้อฉาวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเมื่อออกฉาย เกิดกระแสต่อต้านมากมาย แต่ในสายตาประชาชน วีรกรรมของเบียทริซกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของชั้นชั้นล่าง ในการขัดขืนอำนาจมืดของเหล่าขุนนางชั่วช้า


The Night of the Generals (1967) / Director: Anatole Litvak / 148 min.
โสเภณีสาวถูกฆ่ากลางกรุงโปแลนด์ ในคืนหนึ่งที่กองทัพนาซีเข้ายึดเมืองได้เบ็ดเสร็จ เบาะแสเดียวที่ชี้ตัวฆาตกรได้คือเครื่องแต่งกายยศนายพลจากปากพยานรายหนึ่ง แต่ไม่เห็นใบหน้า และในคืนดังกล่าวนั้นมีนายเพียง 3 คนในกรุงโปแลนด์ที่เข้าข่ายน่าสงสัย หนึ่ง-นายพลวัยทองจอมบงการ หนึ่ง-นายพลหัวล้านผู้น่าสงสัย และหนึ่ง-นายพลหนุ่มไฟแรงผู้คลั่งไคล้ความรุนแรง คนเดียวที่เข้ามาไขคดีนี้คือสารวัตรทหารผู้เป็นดั่ง ‘เชอร์ลอคโฮล์มส์แห่งกองทัพนาซี’ แต่ก่อนจะสำเร็จเขากลับถูกย้ายไปยังฝรั่งเศส 3ปีต่อมาเหตุการณ์เดิมกลับเกิดขึ้นที่นี่อีก โสเภณีถูกฆ่าในวันที่ทั้ง 3 นายพลอยู่พร้อมหน้ากันในปารีส ฆาตกรยังลอยนวลอยู่แต่มันผู้นั้นเป็นใครกัน? หนังสืบสวน-ฆาตกรในภาวะสงครามที่สุดมืดหม่น ตึงเครียด



22 ธันวาคม 2556

I... comme Icare (1979) / Director: Henri Verneuil / 120 min.
หนังทริลเลอร์ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่เดินเรื่องด้วยแอคชั่นฉูดฉาด แต่กลับเจาะลึกถึงความรุนแรงลึกๆ ในจิตใจมนุษย์ ที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรงใดๆ ก็ตามขึ้นมาได้ทุกเมื่อ หนังสร้างโดยอิงจากเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี้ โดยเปลี่ยนให้เรื่องเกิดในฝรั่งเศส และมีตัวเอกคืออัยการหนุ่มใหญ่ ที่ต้องการรื้อคดีนี้ขึ้นมาสอบสวนใหม่อีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเบื้องหลังการสังหารประธานาธิบดี กลับมีการสมคบคิดกันระหว่างฝ่ายอำนาจต่างๆ อันแสนซับซ้อนที่ไม่ใช่แค่ “ใครฆ่า” แต่เป็นเพราะ “ฆ่าทำไม-ได้ประโยชน์อะไร” ยิ่งสาวไส้ใกล้ตัวผู้บงการมากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งใกล้ตัวอัยการหนุ่มใหญ่รายนี้มากเท่านั้น 

อ่านเพิ่มเติมที่ http://twilightvirus.blogspot.com/2009/12/i-comme-icare-i-for-icarus-dvd-apex.html

Graceland (2012) / Director: Ron Morales / 84 min.
หนังชั้นดีจากฟิลิปปินส์ ที่ตีแผ่ความมืดหม่นในสังคมความซับซ้อนของมนุษย์ที่ยากแท้หยั่งถึง เมื่อพลขับรถประจำบ้านเศรษฐีถูกโจรลักพาตัวจี้รถระหว่างทาง และฆ่าลูกสาวเศรษฐีไปต่อน้อยพร้อมกับจับตัวลูกสาวเขาไป ทางแก้เดียวคือเขาต้องหาเงินแสนมาไถ่ตัวลูกสาวคืนมา ถ้าฟังแค่เรื่องย่ออาจรู้สึกว่ามันช่างจำแจเหลือเกิน หากนี่คือหนังที่เดินเรื่องด้วยสถานการณ์ลักพาตัวที่สมจริงที่สุด ไม่มีแอคชั่นชวนตื่นเต้น ไม่มีตัวละครดีสุดขีดเลวสุดขั้ว ทุกคนล้วนมีทั้งสองด้านเสมอ ซ้อนทับด้วยปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ชนชั้น บีบคั้นตัวละครจนไม่มีทางออกอื่น หนังยังพาเราไปสู่จุดอับสุดในสังคมอินโดนีเซียที่สะท้านสะเทือนมาถึงสังคมไทยอย่างแยบคาย



5 มกราคม 2557

Friday Foster (1975) / Director: Arthur Marks / 89 min.
หนังของคนผิวสีในอดีตที่เรียกรวมๆ กันว่ากลุ่มหนัง Blaxploitation มักพูดถึงประเด็นสังคม-การเมืองแรงๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐาน การเหยียดผิว แต่ใน Friday Foster กลับมุ่งไปยังประเด็นเครือข่ายอำนาจภายในกลุ่มคนผิวสีเองที่แบ่งฝักฝ่าย รวมทั้งการ ‘ฮั้ว’ กับกลุ่มคนผิวขาวเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง นำมาสู่การฆ่าตัดตอนผู้นำทางการเมือง-สังคมคนสำคัญของฝั่งคนผิวสี เพื่อสกัดกั้นมิให้อำนาจของฝ่ายประชาชนลุกขึ้นต้านอำนาจมืดที่ชักใยอยู่หลังฉากการเมืองได้ จะมีก็เพียงนักข่าวสาวหัวเห็ดกับนักสืบหนุ่มสองคนนี้เท่านั้น ที่จะพาเราไปไขเงื่อนงำอันซับซ้อนดังกล่าว โดยพวกเขาต้องเผชิญทั้งนักฆ่าปริศนา, เหล่าผู้มีอำนาจคอยขัดขา จนถึงภัยมืดที่เป็นกลุ่มองค์กรใต้ดินนามว่า “Black Widow” ที่จ้องตามเก็บคนทั้งคู่อย่างไม่ลดละ


No One Killed Jessica (2011) / Director: Rajkumar Gupta / 136 min.
นางแบบสาวสวยถูกยิงตายคางานปาร์ตี้ส่วนตัวของลูกชายนักการเมืองโฉดอย่างโหดเหี้ยม แต่แขกเหรื่อกว่า 300 คนที่เป็นพยานในที่เกิดเหตุนั้นกลับไม่มีใครยอมให้การเลย เมื่ออีกฝ่ายใช้ทั้งอำนาจทางการเมืองและเงินมหาศาลพยายามยุติคดีนี้โดยเร็ว กลับมีผู้หญิงสองคนคือ พี่สาวของนางแบบ และนักข่าวสาว ร่วมมือกันตะลุยหาความจริงในคดีนี้ ท่ามกลางอันตรายจากอิทธิพลมืดที่พร้อมจัดการพวกเธอทุกขณะ เพราะสิ่งที่พวกเธอค้นพบไม่ใช่แค่ความจริงในคดีฆาตกรรมแต่ยังโยงใยไปถึงการคอรัปชั่น เส้นสายอำนาจทางการเมือง และเงินสกปรกที่หมุนเวียนอยู่เบื้องหลังฉาก “คนดี” ในสังคมทั้งหลาย

25.10.13

I KNOW YOU WANT ME TO SCARE YOU TO DEAD! แกล้งให้ตาย ! ภาค 2


I KNOW YOU WANT ME TO SCARE YOU TO DEAD!
แกล้งให้ตาย ! ภาค 2





ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เชิญชม โปรแกรมภาพยนตร์ แกล้งให้ตาย ภาค 2

ทุกวันอาทิตย์ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม 2556 - 24 พฤศจิกายน 2556 ตั้งแต่เวลา 12:30 น. เป็นต้นไป

ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530

ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)





สองปีที่แล้วดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ เคยชวนคุณชมโปรแกรม แกล้งให้ตาย ภาคแรกว่าด้วยหนังสยองขวัญสั่นโลก มาปีนี้เรากลับมาพร้อมภาคต่อที่สยองยิ่งขึ้น บ้ายิ่งขึ้นพิลึกพิลั่นยิ่งขึ้น! เพราะนี่คือโปรแกรมพิเศษ ‘แกล้งให้(แม่ง)ตายภาค 2 ’ รวมมิตรหนังสยองขวัญตกสำรวจ หลากหลายยุคสมัย นี่คือหนังสยองขวัญชั้นต่ำที่ เล่นจริงเจ็บจริง จากแวมไพร์ไร้รักจนถึงซอมบีขี้เหงา จากบ้านสยองเท่ารูหนู ไปจนถึงคฤหาสน์ซับซ้อนผีสิง จากเกาะที่กำลังพินาศ ไปจนถึงเมืองที่เต็มไปด้วยการฆ่า และจากถนนแดนสนธยาไปจนถึงปีศาจใต้เตียง นี่คือบรรดาหนังสยองขวัญที่จะพาคุณไปสุดเขตแดนสนธยาที่ไทวไลท์ยิ่งกว่าไทว์ไลท์ ไม่มีสาวสวยหนุ่มหล่อ ไม่มีภัยคุกคาม มีแต่ภูตผี ปีศาจ และเลือด เลือด เลือด!

ฉายจริงหวีดจริงตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ !


3/11/13

12.30 MARTIN (GEORGE ROMERO/1976/US)
14.30 DRACULA IN PAKISTAN(KHWAJA SARFRAZ/1967 /PAKISTAN)

10/11/13

12.30 I,ZOMBIE THE CHRONICLE OF PAIN (ANDREW PARKINSON/1998/UK)
14.30 WISCONSIN DEATH TRIP (JAMES MRACH /1999/US)

17/11/13

12.30 SHAME (INGMAR BERGMAN/1968/SWEDEN)
14.50 CARNIVAL OF SOULS (HERK HURVEY/1962/US)

24/11/13

12.30 THE ROAD (YAM LARANAS /2011/PHILIPPINES)
14.30 THE PACT (NICHOLAS McCARTHY/2012/US)

1/12/13

12.30 THE UNINVITED GUEST (GUILLEM MORALES/2004/SPAIN)
14.30 RABIES(AHARON KESHALES+NAVOT PAPUSHADO/2010/ISRAEL)





MARTIN (GEORGE ROMERO/1976/US)

หนังแวมไพร์ที่เหงาที่สุดในโลกเรื่องนี้เล่าเรื่องขอมาร์ติน ชื่อจริงของมาร์ติน คือ นอสเฟอราตู ถูกต้องแล้วเขาคือแวมไพร์นอสเฟอราตูที่แม้หน้าตาจะดูเป็นเด็กวัยรุ่นสิบเจ็ดสิบแปดหัวขบถแต่จริงๆเขามีอายุ แปดสิบปีกว่าหรือมากกว่า เข้เพิ่งย้ายมาอยู่กับญาติวัยชราเคร่งศาสนา คนที่รู้ว่ามาร์ตินเป็นใครและสาบานว่าจะฆ่าเขาถ้าเขาฆ่าใครในเมืองนี้ มาร์ตินมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านชำ อาศัยอยู่กับชายชรา และหลานสาวที่มักจะมีปากเสียงกับชายคนรัก เขาติดตามดูคนทั้งเมือง วางแผนจัดการกับเหยื่อรายใหม่ ขณะเดียวกันผูกสัมพันธ์ลักลอบเป็นชู้กับคุณนายรายหนึ่ง ซึ่ทำให้ความอยากดื่มเลือดของเขาจางลง เขาโทรศัพท์ไปออกรายการวิทยุ อ้างตัวเป็นเคานท์แดรกคูล่า เขาโดดเดี่ยวถูกกักขังในเมืองแปลกหน้าที่เงียบเชียบ ดิ้นรนอย่างเศร้าๆเพียงลำพังเพื่อที่จะสร้างสมดุลระหว่างการเป็นคนธรรมดาและเป็นผีดูดเลือด หนึ่งในหนังยุค 70’s ของ GEORGE A. ROMERO หนังเรื่องที่เขาทำก่อนจะไปทำ DAWN OF THE DEAD เจ้าพ่อหนังซอมบี้ทั้งหนังแวมไพร์ร่วมสมัยที่เวิ้งว้างว่างโหวง เจาะลึกเข้าไปในจิตใจของตัวละครมากกว่าจะเล่นพลอตแดรกคูล่าล่าเหยื่อ


DRACULA IN PAKISTAN (KHWAJA SARFRAZ/1967 /PAKISTAN)


เรื่องของหนังมีอยู่ว่า เออ นั่นล่ะ กลับไปอ่าน Dracula ของ Bram Stoker เพราะนี่คือหนังที่สร้างจากDracula อันนั้น โดยมี Dracula ฉบับ ของ เบลาลูโกซี่อันลือลั่นมาเป็นต้นแบบ

แล้วทำไมเราต้องดูหนังรีเมคของรีเมคเรื่องนี้ ็เพราะว่านี่คือหนังเรทXเรื่องแรกของปากสถานน่ะสิ ไม่เลย ไม่ใช่ความรุนแรงหรือฉากโป๊เปลือย แต่หนังโดนแบนเพราะว่านางระบำในเรื่องนั้นเต้นรำเซกซี่เกินไป! ชัวร์อยุ่แล้ว หนังจากชมพูทวีปทั้งทีจะไม่มีร้องเต้นเล่นระบำน่ะรึ เป็นไปไม่ได้ อะไรนะ หนังแดรกคูล่าร้องเพลง แถมไม่ใช่หนังตลกแต่เป้นหนังสยองขวัญอีกต่างหาก! ถ้ายังขายกันไม่พอ ว่ากันว่าว่ากันว่ามีสตรีหัวใจวายตายคาโรงเพราะหนังเรื่องนี้

ว่ากันว่า(ปิดท้าย) นี่คือหนังที่แสดงให้เห็นร่องรอยของLollywood กล่าวคือหนังปากีสถานยุคทองก่อนที่ประเทศจะเกิดการปฏิวัติไปสู่การเป็นประเทศมุสลิมเคร่งศาสนา นี่คือยุคที่หนังปากีสถานยังต่อกรกับหนังBollywood ได้อย่าสบายๆ!


3/11/13

I, ZOMBIE THE CHRONICLEOF PAIN (ANDREW PARKINSON/1998/UK)





หนังซอมบี้แสนหว่องเรื่องนี้จะนำพาอารมณืพิพักพิพ่วนยวนใจมาสู่คุณ นี่คือหนึ่งในหนังซอมบี้ดีที่สุดที่ถูกลืมไป หนังว่าด้วยชายคนหนึ่งซึ่งในวันหนึ่งโดนซอมบี้ขย้ำ แล้วหลังจากนั้นหนังติดตามชีวิตของเขา ซึ่งต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวที่จะไม่กินเนื้อคน ที่จะไปให้ไกลจากคนรัก จากสังคมที่ตัวเองเคยสังกัด ใช้เวลาสองสามวันสุดท้ายในห้องปิดตายค่อยๆจ้องมองร่างกายของตนเองเปื่อยเน่า และต่อสู้กับความรู้สึกอยากกินสมองคน

ถ้ามันถูกนับเป็นหนังซอมบี้ มันก็เป็นหนังซอมบี้ที่เศร้าสร้อยที่สุดในจักรวาลหนังโฟกัสอยู่กับมนุษย์ที่ร่างกายตายลงและจิติญญาณยังคงสลัวราง ค้นหาหนทางต่อสู้อย่างเจ็บปวดโดดเดี่ยว มันอาจเป็นหนังทุนต่ำ ที่ต่ำเสียจนฉากซอมยี้มันดูโสโครกเกินกว่าจะสะพรึง แต่นี่คือหนังที่พูดถึงสภาวะเบื้องลึกของมนุษย์ได้อย่างรุนแรงที่สุดเรื่องหนึ่ง

WISCONSIN DEATH TRIP (JAMES MRACH /1999/US)





หนังประหลาดที่อาจจะไม่ใช่หนังสยองขวัญที่สุดในโปรแกรม แต่มันอาจจะเล่าเรื่องที่สยองขวัญที่สุด เพราะนี่คือหนังที่ไม่มีเส้นเรื่องอะไรมากไปกว่าเล่าเรื่องจากข่าวมโนสาเร่ในหนังสือพิมพ์ช่วงเริ่มต้นก่อตั้งอาณานิคมอเมริกาบนแผ่นดินแร้นแค้น หนังทั้งเรื่องโฟกัสอยู่ในหนึ่งปีอันทุกข์เข็ญปีที่เต็มไปด้วยดินฟ้าอากาศอันเลวร้าย ในเมืองเล็กกันดารห่างไกล ผู้คนซึมเศร้าทุกข์ระทม และใครบางคนฆ่าตัวตาย ฆ่าผู้อื่น วิธีการประหลาดยากคาดเดา หนังง่วนอยู่กับเสียงเล่าของบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และร้อยแปดดีสะเทือนขวัญข่าวสารของคนบ้า ที่ถูกถ่ายทอดความตายออกมาอย่างดงงามราวกับนาฏลีลาสยองขวัญ โดยทั้งหมดคลอคู่ไปกับเรื่องเล่าของสาวเสียสติคนหนึ่งที่ทนไม่ได้ที่จะมองเห็นหน้าต่างกระจก นางเป็นต้องเขวี้ยงหน้าต่างห้างร้านบ้านช่องจนพังพินาศไปทั้งรัฐ หากบางทีนางอาจเป็นคนที่บ้าน้อยมที่สุดในหนังเรื่องนี้

10/11/13



SHAME (INGMAR BERGMAN/1968/SWEDEN)



สองศิลปินผัวเมียที่หลบหนีสงครามมาอยู่บนเกาะห่างไกล แรกทีเดียวทุกอย่างก็ดูดี จนกระทั่งหนังค่อยๆคลี่ให้เห็นความเปราะบางอ่อนไหวภายใต้ความสัมพันธ์อันราบเรียบของผัวเมีย และทุกอย่างรุนแรงมากขึ้นเมื่อกองทหารฝั่งตรงข้ามบุกมายังเกาะ สังารผู้คนเผาบ้านเรือน จับสองผัวเมียไปสอบสวนอย่างนักหน่วง ต่างคนต่างสติแตกกันไปคนละทาง โลกข้างนอกเกาะอาจแตกดับไปแล้วก็เป็นได้ แต่โลกภายในของสองผัวเมียกำลังปะทุแตกด้วยความริษยา ความดกรธ ความเคียดแค้นชิงชังและเหนืออื่นใด ความกลัว ทั้งหมดนำไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าละอายในรูปรอยของการสิ้นโลก

หนึ่งในหนังยุคอยู่เกาะสุดสะพรึงของ อภิมหาผู้กำกับ อิงมาร์ เบิร์กแมน ช่วงเวลาที่เขาทำหนังออกมาได้รุนแรงที่สุด ดิ่งลึกลงในความมืดดำอย่างถึงที่สุด ด้วยพลังมืดของดาราคู่ขวัญ แมกซ์ ฟอน ซีโดว์ และ ลิฟ อุลมานน์ เราไม่แน่ใจว่านี่จะเป็นหนังสยองขวัญหรือไม่ แต่หากคุณดูแล้วไม่สะพรึงก็นับว่ากำลังขวัญกล้าแข็งเกินไปแล้ว


CARNIVAL OF SOULS (HERK HURVEY/1962/US)





นี่คือเรื่องของแมรี่สาวนักเล่นออร์แกนที่รับจ้างตามโบสถ์ สำหรับเธอนี่ไม่ใช่งานอุทิศตัวเพื่อศาสนาแต่เป็นงานรับจ้างทั่วไป วันหนึ่งสาวชืดชานางนี้นั่งรถไปกับเพื่อนสาว เจอแกีงค์เด็กหนุ่มขอท้าแข่งรถ พวกเธอก็เอาด้วย ซวยตรงรถเธอเสียหลักตกสะพานจมหายไปในแม่น้ำ หลังออกหาหลายชั่วโมง สาวแมรี่ก็เป็นผู้รอดตายคนเดียวที่เดินขึ้นมา หลังจากอุบัติเหตุเธอรีบออกจากเมืองไปทีอื่น ระหว่างทางถูกดึงดูดด้วยสวนสนุกร้างก่าแก่ข้างทาง และผีของผู้ชายคนหนึ่งที่ตามหลอกหลอนเธอ ไม่ใช่การล้างแค้นแต่เป็นการฉุดลากเธอออกจากโลกสามัญไปสู่ประตูผีอย่างเชื่องช้าและแนบเนียน

หนังทุนต่ำจากปี 1962 ของ Herk Hurvey ที่ถูกทำมาฉายแก้เซ็งในโรงหนังdrive in แต่ไปๆมาๆกลายเป็นว่านี่คือหนังสยองขวัญที่ค่อยๆคลาสสิคขึ้นตามเวลาโดยไม่ต้องพึ่งสเปเชียบ เอฟเฟคต์ หรือทำตัวปัญญาชน เป้นหนังสยองขวัญยุคเก่าที่สะพรึงขวัญผู้คน จนกลายเป้นหนังcultขึ้นหิ้งที่ถูฏนำมาอ้างถึงอย่างไม่ขาดสายในหมู่คนทำหนังสยองขวัญรุ่นต่อมาไม่เว้นแม้แต่ James Wan ที่เอาหนังมาใส่ไว้ใน Insidioud ภาคสองด้วยเสียเลย!


(อ่านเบื้องหลังหนังและชีวิตคนทำหนังได้จากหนังสือ FILMVIRUS 05  ปฏิบัติการหนังทุนน้อย)


17/11/13

THE ROAD (YAM LARANAS /2011/PHILIPPINES)



เรื่องเริ่มต้นจากวัยรุ่นสามคนหนีออกจากบ้านตอนกลางคืน ขโมยรถของพ่อแม่ไปหัดขับกันเอง แรกทีเดียวพวกเขาก็ขับไปบนถนนหลวง แต่พอเห็นตำรวจตั้งด่าน ใครบางคนก็เสนอให้เลี้ยวไปทางถนนลูกรังเล็กๆ ถนนมืดทึบไร้แสงไฟ วัยรุ่นสามคนขับเท่าไรก็หาทางออกไม่เจอ หนักหนากว่านั้น ถนนยืดยาวออกไปไม่รู้จบ แล้วนั้นอะไร ผีปีศาจไร้หน้าวิ่งไล่มาในความมืด รถผีสิงขับสวนทาง พวกเขาประสบอุบัติเหตุ ติดอยุ่ในแดนสนธยาที่ไร้ทางออก แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์สยองขวัญที่มีทั้งการฆ่า การทารุณกรรม ผีที่ไม่ยอมตาย และวิญญาณที่ร้องขอความช่วยเหลือ

หนังสยองขวัญเรื่องฮิตจากฟิลิปปินส์ที่สพรึงข้ามโลกไปถึงอเมริกามาแล้ว จากผู้กำกับ The Echo ที่เคยถูกเรียกตัวไปรีเมคมาแล้ว เรารู้ว่าThe Echoไม่ค่อยสยองเท่าไหร่ แต่เชื่อเถอะ The Road จะทำให้คุณเลิกมองเขาในแง่ร้ายและจับตาเขาใหม่ในฐานะคนทำหนังสยองขวัญที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งในเซาธิ์อีสต์เอเซีย

THE PACT (NICHOLAS McCARTHY/2012/US)





หลังแม่ตาย จู่ๆน้องสาวก็หายตัวไปในบ้าน หญิงสาวต้องกลับมาที่นี่อีกครั้งกลับมาในบ้านชั้นเดียวชานเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องลึกลับสยองขวัญ ยิ่งสืบยิ่งสะพรึง ในบ้านหลังที่ดูสามัญนี้ อาจจะมีภูติผีซ่อนอยู่ในทุกที และเธอเริ่มถูกหลอกหลอนไม่ยั้ง ในบ้านของตัวเอง


สิ่งที่สุดขีดสามอย่างในหนังเรื่องนี้คือ1.บ้านในหนังมันเป็นบ้านแบบบ้านชาวบ้านชั้นเดียวแคบๆ บ้านพวกคนอเมริกันอยู่กัน บ้านมันแคบนิดเดียว แต่กลับทำออกมาให้สยองขวัญยิ่งกว่าราสาทเก่าแก่กว้างใหญ่มากมาย 2.หนังแทบไม่มีดนตรีประกอบเลย มันมีแต่ความงียบ แล้วมันทรงประสิทธิภาพมาก แต่พอถึงเวลามันมันก็พร้อมจะระเบิดความตุ้งแช่มาทำลายล้างผู้ชม! 3. หากสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องนอาจจะคือประวัติศาสตร์ของเราเอง มันจะเป็นยังไงถ้าพ่อแม่ตายแล้วความชั่วร้ายก็เปิดเผยตัว ความชั่วร้ายที่พ่อแม่ซ่อนไว้จากเรา พวกเขาอาจจะรับมือได้แต่พวกเขาก็ไม่อยู่แล้ว แล้วมันจะเป็นยังไงถ้าบ้านของเรา บ้านที่เราโตมาคือสถานที่ที่ชั่วร้ายอย่างสุดขีด

นี่คือโปรแกรมหนังสยองขวัญรุ่นใหม่ สำหรับผู้ชมประสาทแข็งเท่านั้น!


24/11/13

THE UNINVITED GUEST (GUILLEM MORALES/2004/SPAIN)





หนังว่าด้วยชายหนุ่มเป็นพวกชอบอยู่บ้านใหญ่ๆห้องเยอะๆ เมียเลยทิ้ง คืนฝนตกคือหนึ่ง มีคนมาขอใช้โทรศัพท์ในบ้านเพียงชั่วครู่คนก็หายตัวไป อาจจะออกไปแล้ว ไม่ก็ซ่อนอยู่ในบ้าน โทรศัพท์สาธารณะหน้าบ้านที่บอกว่าเสียก็ใช้ได้เป็นปกติ หาในบ้าน หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จากนั้นก็ได้ยินเสียงกึงกังตลอดเวลา บ้านก็ใหญ่และลึกลับซับซ้อนเกินกว่าจะค้นได้ในคราวเดียว ตามตำรวจมาตำรวจก็หาไม่พบ แต่ชายหนุ่มคิดว่ามันต้องมีคนแอบอยู่ในบ้าน ! และดูเหมือนคนคนนั้นจะพยายามก่อสงครามประสาทกับเขามากขึ้นทุกที และราวกับจะมีแต่เขาคนเดียวถูกทิ้งไว้ในบ้านลึกลับนี้ ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะพุ่งไปยังทิศทางที่คาดไม่ได้ คิดไม่ถึง!

หนังสยองขวัญจากสเปน เจ้าของเดียวกับหนังคนเห็นผีชื่อดังอย่าง Julia’s Eyes แต่ไม่ต้องกังวล นี่ไม่ใช่ฟนังผีแอบซึ่งแบบ Julia หรือ The Orphanage แต่มันคือหนังที่ผลักความสะพรึงไปสุดทาง ด้วยพลอตหักเกสุดคาดเดา และนที๋โดนเอาเถิดเจ้าล่อมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครแต่คือผู้ชมนั่นเอง

RABIES (AHARON KESHALES+NAVOT PAPUSHADO/2010/ISRAEL)





พล็อตก็ในทำนองว่า วัยรุ่นสี่คนไปเที่ยวแล้วเลี้ยวผิด อยู่ดีๆก้มีผู้ชายวิ่งตัดหน้ารถ เขาบอกว่าน้องสาวเขาติดกัยดักโดนขังอยู่ในป่า ขอแรงหนุ่มๆไปช่วยน้องสาวเขาหน่อย ความฉิบหายเริ่มต้นขึ้นตรงนี้
และอาจเล่ามากไม่ได เอาเป็นว่า มีตำรวจระยำตำรวจดี มีอีสาวเชียร์ลีดเดอรืสองนางสุดสะบึม มีฆาตกรโรคจิต มีคู่รักไปเที่ยวป่าพาหมาไปด้วย และมีซีรีส์ของความวิปลาสเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากจนอธิบายไม่ได้

เฟรเดอริค เจมสัน พูดว่าในหนังทุกเรื่องของประเทศโลกที่สามมันจะเป็นอะไรไปไม่ได้มากกว่าallegory ของประเทศนั้นเอง และบางทีหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะนี่คือหนังที่บอกให้เห็นถึงความโกลาหล ความเข้าใจผิิด ความไว้ใจไม่ได้ ความกลัว ความกร่าง ในประเทศที่เป็นเมืองร้างซึ่งเต็มไปด้วยกับระเบิด วิธีการที่หนังใช้ในการผูกเงื่ิอนปมชวนให้คิดถึงความบ้าคลั่งภายในของประเทศ และตอนจบที่แสบสันต์ที่สุดครั้งหนึ่งในหนังสยองขวัญก็ตอกย้ำประเด็นนี้ได้ยังเมามันส์ อ้อ เตรียมผ้าไว้ซับเลือดที่เปรอะจอกันเป็นลิตรๆด้วย!
 

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia