24.3.08

THE BIZARRE WORLD OF SHUJI TERAYAMA :โลกพิกลของ ชูจิ เทรายามา

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ DUB SOCIAL ด้วยการสนับสนุนของ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ภูมิใจเสนอ . . .

THE BIZARRE WORLD OF Shuji Terayama













THE BIZARRE WORLD OF SHUJI TERAYAMA
โลกพิกลของ ชูจิ เทรายามา

วันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 26-27 เมษายน 2551
BANGKOK CODE ถนนสาทรใต้ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สุรศักดิ์

เชิญชมโปรแกรมภาพยนตร์ชุดของผู้กำกับที่ทำหนังได้แปลกเพี้ยนพิลึกพิลั่นมากที่สุดในเกาะญี่ปุ่น เจ้าของผลงานสุดอื้อฉาวหาชมได้ยากอย่าง Emperor Tomoto Ketchup และ Throw Away Your Books, Rally in the Streets เต็มอิ่มไปกับจินตนาการสุดพิสดารพันลึกของเขาจากผลงานหนังและวิดีโอยาวและสั้นตลอดทั้งสองวัน พร้อมเสวนากับ ‘กัลปพฤกษ์’ และ ‘filmsick’ สองนักเขียนรุ่นใหม่จากกลุ่ม Filmvirus และที่สำคัญคือ โปรแกรมนี้ฟรีตลอดรายการ!




แนะนำผู้กำกับ ชูจิ เทรายามา
ชูจิ เทรายามา เป็นศิลปินหัวก้าวหน้าชาวญี่ปุ่นที่มีผลงานโดดเด่นในช่วงคริสตศตวรรษ 1960’s – 1980’s แต่น่าเสียดายที่เขากลับไม่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติเท่ากับผู้กำกับแหวกกระแสร่วมชาติอย่าง Shohei Imamura, Nagisa Oshima, Yasuzo Masumura หรือแม้แต่ Seijun Suzuki เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1935 ณ จังหวัดเอโอโมริ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่นและสูญเสียบิดาไปจากการเข้าร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่ออายุได้เพียง 9 ขวบ ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยอยู่กับญาติที่เมืองมิซาวา ในขณะที่มารดาของเขาต้องไปรับจ้างทำงานให้กับฐานทัพสหรัฐ ณ ต่างเมือง ที่เมืองมิซาวานี้เองที่ชูจิ เทรายามา ต้องอาศัยพื้นที่ว่างหลังจอภาพยนตร์เป็นที่หลับนอน เปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสใกล้ชิดกับสื่อชนิดนี้มาตั้งแต่เด็กโดยปริยาย


เมื่ออายุได้ 19 ปี ชูจิ เทรายามา ก็สามารถสอบเข้าเรียนด้านภาษาและวรรณคดีญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยวาเซดะอันเลื่องชื่อได้ แต่น่าเสียดายที่เขาเกิดล้มป่วยด้วยโรคไตจึงไม่สามารถเรียนต่อให้จบ เขาจึงหันมาประกอบอาชีพเป็นนักเขียนมีผลงานบทกวี นิยาย บทความ บทวิจารณ์ตีพิมพ์ในสื่อต่าง ๆ มากมาย ปี ค.ศ. 1967 เขาได้ก่อตั้งคณะละครชื่อ Tenjou Sajiki ซึ่งเป็นคำแปลภาษาญี่ปุ่นของชื่อหนัง Les enfants du paradis (1945) กำกับโดยผู้กำกับฝรั่งเศส Marcel Carne ที่ชูจิ เทรายามาชื่นชอบ เขาและคณะได้เปิดการแสดงละครแนว avant-garde ชิ้นสำคัญหลาย ๆ เรื่องในช่วงปลายยุค 1960’s อาทิ ‘Bluebeard’, ‘Yes’ และ ‘The Crime of Fatso Oyama’


ในช่วงนี้เองที่ ชูจิ เทรายามา เริ่มมีผลงานหนังสั้นเรื่องแรกคือ Catology (ปัจจุบันหนังเรื่องนี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว) ก่อนที่จะมีโอกาสกำกับหนังขนาดยาวสองเรื่องในปี 1971 นั่นคือ Emperor Tomato Ketchup และ Throw Away Your Books, Rally in the Streets ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักกันในวงการหนังทดลองพันธุ์ระห่ำแห่งยุค 1970’s ในทันที หลังจากนั้น ชูจิ เทรายามา ก็มีผลงานทั้งละครเวทีและภาพยนตร์ทดลองทั้งยาวและสั้นต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ กระทั่งโรคไตของเขากำเริบขึ้นมาอีกครั้งและถึงแก่ชีวิตไปเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1983



ผลงานภาพยนตร์ของชูจิ เทรายามา
ผลงานภาพยนตร์ของชูจิ เทรายามานั้นโดดเด่นไปด้วยงานการกำกับศิลป์ที่มีสีสันฉูดฉาดจัดจ้าน ทั้งในส่วนของการออกแบบฉาก อุปกรณ์ประกอบ รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนักแสดง หนังของชูจิ เทรายามา มักจะเน้นการสะท้อนถึงความเสื่อมของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ถูกทำลายด้วยการไหล่บ่าของวัฒนธรรมตะวันตกโดยเฉพาะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18 ตัวละครในหนังของชูจิ เทรายามา จึงมีทั้งที่สวมกิโมโน และชุดสูทสากล และมักจะพอกหน้าพอกตากันด้วยแป้งขาวตามขนบของนาฏศิลป์ญี่ปุ่นและละครใบ้แบบตะวันตก นอกจากนี้หนังของชูจิ เทรายามา ยังมักจะมีการเล่นกับมิติหนังในหลาย ๆ รูปแบบ ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมในการชมภาพยนตร์ของเขาได้อย่างแปลกใหม่น่าตื่นเต้น

โปรแกรมฉายภาพยนตร์



วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551
10.00 – 11.15 น. จดหมายวิดีทัศน์ (Video Letters) ชูจิ เทรายามา - ชุนทาโร ทานิกาวา
12.00 – 13.30 น. ภาพยนตร์เรื่อง Emperor Tomato Ketchup
13.30 – 14.30 น. ร่วมเสวนากับ ‘กัลปพฤกษ์’ นักวิจารณ์รางวัลกองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ ในหัวข้อ ”ความอนาจารในงานศิลปะ กรณีศึกษาจาก Emperor Tomato Ketchup ของชูจิ เทรายามา”
14.30 – 16.30 น. ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 1
17.30 – 20.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Throw Away Your Books, Rally in the Streets

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2551
10.00 – 12.00 น. ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 2
13.00 – 15.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Pastoral: To Die in the Country
15.00 – 16.00 น. ร่วมเสวนากับ ‘filmsick’ นักเขียนจากกลุ่มฟิล์มไวรัสในหัวข้อ “ลีลาประพันธกรของ ชูจิ เทรายามา”
16.00 – 17.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Grass Labyrinth
18.00 - 20.00 น. ภาพยนตร์เรื่อง Farewell to the Ark

หมายเหตุ
1) ขอขอบคุณคุณ Oleg Evnin (Helge 79) เป็นอย่างสูงสำหรับภาพยนตร์อนุเคราะห์ในโปรแกรมนี้
2) เรื่องย่อและโปรแกรมหนังสั้นของชูจิ เทรายามา สามารถติดตามได้ที่ http://dkfilmhouse.blogspot.com/
3) อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตและงานของ ชูจิ เทรายามา ได้ในบทแนะนำภาพยนตร์ฉบับร่ายยาว “โลกพิลั่น ฝันพิลึก ของ ชูจิ เทรายามา” โดย ‘กัลปพฤกษ์’ ในหนังสือ “The 8 Masters แปดผู้กำกับภาพยนตร์ระดับครู” ของ Filmvirus สำนักพิมพ์ openbooks


เรื่องย่อภาพยนตร์

EMPEROR TOMATO KETCHUP (1971)
หนังใต้ดินสุดวินาศสันตะโรที่สมมติสถานการณ์ให้เด็ก ๆ ทั้งหลายยึดอำนาจอธิปไตยผู้ใหญ่ แล้วตั้งกฎหมายใหม่ที่ทุก ๆ อย่างจะต้องเป็นไปตามอำเภอใจของเหล่าเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการประหัตประหารบุคลากรทางการศึกษาที่เคยมอมเมาเยาวชนกันด้วยหลักสูตรปัญญาอ่อนที่มีแต่จะบั่นทอนความคิดอันบริสุทธิ์ของพวกเขา การใช้อาวุธยุโธปกรณ์มาบังคับให้พวกผู้ใหญ่ต้องเชื่อฟังในทุก ๆ คำสั่ง ไปจนถึงการทดลองทำกิจกรรมต้องห้ามต่าง ๆ ที่เคยถูกห้ามปรามโดยพวกผู้ใหญ่อยู่เสมอ ผู้กำกับชูจิ เทรายามา ถ่ายทอดจินตนการสุดพิลึกพิลั่นเหล่านี้ด้วยลีลาในการกำกับศิลป์อันแปลกประหลาดพิสดารและจัดจ้านในเวลาเดียวกัน ชวนให้สะเทือนขวัญไปกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างน่าสะพรึง!


THROW AWAY YOUR BOOKS, RALLY IN THE STREETS (1971)
หนังวัยรุ่นปฏิวัติเรื่องเยี่ยมแห่งยุคสมัยของการแสวงหา ที่จะนำพาทุกท่านไปสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตสุดเส็งเคร็งของวาตาชิหนุ่มญี่ปุ่นที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่ไม่สมประกอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อจอมถ้ำมอง คุณย่ามือกาว และน้องสาวที่ชอบมีอะไรกับกระต่าย ท่ามกลางเสียงตวาดกราดเกรี้ยวโวยวายด้วยทำนองเพลงร็อคแอนด์โรลอันหนักหน่วงของเหล่าวัยรุ่นในยุค 1970’s ผู้ไม่เคยพอใจต่อสังคมอันจอมปลอม ผู้กำกับชูจิ เทรายามา เล่าเรื่องราวใน Throw Away Your Books, Rally in the Streets ด้วยการละเลงสีสันต่าง ๆ อย่างจัดจ้าน แถมยังมีการเล่นมิติเชิงหนังให้ได้งงงันกันในหลาย ๆ ฉากด้วย ผลงานเด่นหาดูยากเรื่องสำคัญแห่งวงการหนังยุค 70’s ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!


PASTORAL: TO DIE IN THE COUNTRY (1974)
หนังแฟนตาซีสุดพิสดารที่จะมาเล่าขานตำนานในชนบทของเด็กชายวัยแตกเนื้อหนุ่มที่คิดจะลักพาตัวสาวใหญ่ข้างบ้านหนีไปจากสามีของเธอ หนังขัดจังหวะเรื่องราวของหนุ่มละอ่อนรายนี้ด้วยการมาเยือนของคณะละครสัตว์ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยชาวคณะผู้มีลักษณะพิลึกพิลั่น ไม่ว่าจะเป็น คนร่างแคระ นางพญางูเขียว กะเทยทรามในชุดนักเรียนคอซอง หญิงสาวในชุดพองลม รวมถึงลูกคณะสติไม่เต็มเต็งรายอื่น ๆ ก่อนที่หนังจะหักมุมครั้งสำคัญที่คงจะต้องดูกันเองจึงจะรู้ว่าน่าตกตะลึงถึงขนาดไหน ชูจิ เทรายามาถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ใน Pastoral: To Die in the Country ด้วยลีลาการกำกับศิลป์ที่เอิบอิ่มไปด้วยสีสันสุดพิลาศพิไลแถมยังจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างแปลกหูแปลกตาชนิดที่จะหาดูไม่ได้จากหนังเรื่องไหน ๆ หนังเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้า ร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประจำปี 1975


GRASS LABYRINTH (1983)
เรื่องราวการตามหาเนื้อร้องเพลงพื้นบ้านบทหนึ่งของหนุ่มอากิราที่มารดาของเขาเคยร้องให้ฟัง เขาต้องกลับมายังบ้านเกิดเพื่อสอบถามครูใหญ่ พระประจำอาวาส และบรรดาโสเภณี เพื่อสืบสาวเรื่องราวที่ค้างไว้ในเนื้อเพลงเพลงนั้น สลับกับการย้อนอดีตไปเล่าเรื่องราวการผจญภัยต่อกรกับนางผีร้ายของเขาในวัยละอ่อน ซึ่งจะมาสร้างบรรยากาศทั้งอ่อนหวานและสยองขวัญไปได้พร้อม ๆ กัน หนังขนาดย่อมของ ชูจิ เทรายามา ที่เคยเป็นหนึ่งในสามภาพยนตร์ชุด Private Collections ร่วมกับผลงานของ Just Jaeckin และ Walerian Borowczyk หนังเรื่องนี้มียอดผู้กำกับญี่ปุ่น Juzo Itami ผู้ล่วงลับร่วมแสดง



FAREWELL TO THE ARK (1984)
สร้างจากนิยายเรื่องดัง One Hundred Years of Solitude ของ Gabriel Garcia Marquez ซึ่ง ชูจิ เทรายามา ก็นำมาดัดแปลงเสียจนไม่เหลือเค้า หนังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านในจินตนาการแห่งหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยเรื่องราวประหลาดพิสดาร ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ลักขโมยนาฬิกาชาวบ้านไปฝังทิ้งเพื่อพวกเขาจะได้เป็นผู้ควบคุมเวลาในหมู่บ้านแต่เพียงผู้เดียว คู่สามีภรรยาที่ต้องหากระดาษมาเขียนชื่อสิ่งของต่าง ๆ แล้วนำไปติดไว้จนทั่วบ้าน หญิงสาวที่ไม่สามารถมีอะไรกับชายหนุ่มได้เพราะเธอไม่มีกุญแจไขตะปิ้งเหล็ก และหลุมลึกลับกลางหมู่บ้านที่ชวนให้สงสัยว่ามีอะไรอยู่ในนั้น Farewell to the Ark เล่าเรื่องราวเหนือจริงต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยท่าทีอ่อนโยนละมุนละไม ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปกับการเฝ้าฝันถึงคืนวันในอดีตที่ยังจะตราตรึงอยู่ในใจเราไปได้ชั่วกาลนาน ผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ออกฉายหลัง ชูจิ เทรายามาเสียชีวิตลงแล้ว


ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 1
The Cage (1964, 11 นาที) เมื่อเวลากลายเป็นเครื่องจองจำอิสรภาพมนุษย์
Butterfly Dress Pledge (1974, 12 นาที) จินตนาการวิปลาสของคนที่อยากจะมีปีกงามอย่างผีเสื้อ!
Rolla (1974, 9 นาที) สามสาวร่านกับการระรานคนดู!
Young Person’s Guide to the Cinema (1974, 3 นาที) บทแนะนำการชมภาพยนตร์ภาคพิสดาร
Labyrinth Tale (1975, 15 นาที) ยินดีต้อนรับสู่ . . . บานประตูวิเศษ
Hoso-tan (1975, 34 นาที) ลำนำแห่งการห้ำหั่นทำลาย
Der Prozess (1975, 34 นาที) เรื่องราวไม่ธรรมดาระหว่างคนกับตะปู


ภาพยนตร์สั้นของชูจิ เทรายามา ชุดที่ 2
Eraser (1977, 20 นาที) เมื่อยางลบลบถูได้ทุกสรรพสิ่ง
Les chants de Maldoror (1977, 30 นาที) หนังสั้นจากงานประพันธ์ “บทขับขานของคนเกลียดมนุษย์”
An Attempt to Describe the Measure of a Man (1977, 19 นาที) งุ่นง่านสะท้านสรีระ
Shadow Film – A Woman With Two Heads (1977, 15 นาที) เงาดื้อ!
Reading Machine (1977, 22 นาที) มาอ่านหนังสือกันเถอะ!
Father (1977, 3 นาที) ชายคนนี้ . . . ผู้เป็นสามีของแม่

22.2.08

ฉายหนังสยองพิลึกของ Shuji Terayama

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี ขอเชิญชม


Bizarre World of Shuji Terayama

หนังพิกลของ ชูจิ เทรายาม่า

วันที่ 26-27 เมษายน 2551
เวลา 10.00 น.-18.00 น.

ฉายที่ บางกอกโค้ด ถ. สาทร (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์)



อ่านเกี่ยวกับ ชูจิ เทรายาม่า เขียนโดย กัลปพฤกษ์ เพิ่มเติมได้ในหนังสือ The 8 Masters ของ filmvirus / openbooks

รายละเอียดเรื่องย่ออ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่เร็ว ๆ นี้ และ นิมิตวิกาล





เทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest ที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเตรียมบุกไทย

เทศกาลประกวดหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียเตรียมบุกไทย

เทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest

Tropfest

ทรอพเฟสท์ เป็นเทศกาลหนังสั้นที่มีชื่อเสียงระดับโลกโดยมีผู้ส่งหนังเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมากที่สุด ทรอพเฟสท์เป็นเทศกาลหนังสั้นที่จัดฉายขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ในสถานที่สาธารณะกลางแจ้งต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลีย โดยเปิดให้ผู้ชมที่สนใจเข้าชมฟรี


คำแนะนำในการส่งหนังเข้าประกวด

- ความยาวไม่เกิน 7 นาที
- ไม่เคยจัดฉายที่ใดมาก่อนส่งเข้าประกวด
- จะต้องมีสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่ทรอพเฟสท์กำหนดขึ้นปรากฏอยู่ในหนังเพื่อแสดงให้เห็นว่าหนังเรื่องนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเข้าร่วมประกวดในเทศกาลทรอพเฟสท์เท่านั้น

ประวัติย่อ

เทศกาลหนังสั้นทรอพเฟสท์จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1990 เมื่อจอห์น พอลสันได้จัดงานฉายหนังสั้นของตนเองขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆ และครอบครัวของเขาชมที่ ทรอพพิคาน่า คาเฟ่ ในย่านดาร์ลิงเฮอร์สท ของเมืองซิดนีย์ โดยในครั้งนั้นมีผู้ชมจำนวนประมาณ 200 คน จากยอดผู้ชมที่สนใจชมการฉายหนังสั้นครั้งแรก จอห์นจึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดเทศกาลหนังสั้น ซึ่งนำมาสู่การจัดเทศกาลหนังสั้น ทรอพพิคาน่าขึ้นในปี ค.ศ.1993

สำหรับในปีที่ 16 นี้ เทศกาลทรอพเฟสท์ได้เปิดโอกาสให้กับผู้สร้างหนังอย่างกว้างขวางในการจัดฉายหนังในเทศกาลหนังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นระดับโลก ในแต่ละปีมีผู้ส่งหนังสั้นเข้าประกวดกว่า 600 เรื่อง หนังสั้น 16 เรื่องที่เข้ารอบสุดท้ายจะนำมาจัดฉายรอบปฐมทัศน์แก่ผู้ชมกว่า 150,000 คนผ่านดาวเทียมโดยพร้อมเพรียงกันในเมืองซิดนีย์ เมลเบิร์น บริสเบน แคนเบอร์ร่า เพิร์ท โฮบาร์ต อะดิเลด และภูมิภาคต่างๆ ของออสเตรเลีย

สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลหนังสั้นทรอพเฟสท์คือการมีส่วนร่วมของผู้ที่อยู่ในแวดวงหนังจากทั่วโลก ในปีที่ผ่านๆ มา มีบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในออสเตรเลียและในระดับนานาชาติให้การสนับสนุนเทศกาล โดยผู้ตัดสินชื่อดังในปีที่ผ่านๆ มา ประกอบด้วย

- ซาลมา ฮาเย็ค - จอช ลูคัส
- นิโคล คิดแมน - แซม นีล
- คีอานู รีฟส์ - แกเบรียล ไบรอัน
- แซมูแอล แอล แจ็คสัน - เจสสิก้า เบล
- เจฟฟรี่ย์ รัช - โรส เบิร์น
- รัสเซล โครว์ - จอร์จ มิลเลอร์
- โทนี่ คอลเล็ต - บาส เลอห์มานน์
- จอห์น วู - แคลเธอรีน มาร์ติน
- ยวน แม็คเกรเกอร์ - เดวิด เวนแฮม

เทศกาลทรอพเฟสท์ดึงดูดหนังสั้นจากผู้สร้างหนังที่มีฝีมือและอายุหลากหลาย นอกจากนี้ยังดึงดูดผลงานจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกทั้งใกล้ไกล ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี เนเธอร์แลนด์ เกาหลี นอร์เวย์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้และสหรัฐอเมริกา

ทรอพเฟสท์ได้เพิ่มความพยายามมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการผลิตผลงานหนังที่มีคุณภาพ จึงได้จัดทำโครงการต่างๆ หลากหลายผ่านบริษัท ทรอพอิงค์ เพื่อช่วยให้ผู้สร้างหนังได้ทำตามความใฝ่ฝันในการผลิตหนัง ยกตัวอย่างเช่น โครงการหนังเรื่องยาวทรอพเฟสท์ โครงการ Tropfest@Tribeca (ซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่าทรอพเฟสท์ นิวยอร์ค) โครงการมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซูเปอร์ชอร์ท ซีรี่ส์ และโครงการทรอพ จูเนียร์


ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.tropfest.com/

ติดตามข่าวเทศกาลประกวดหนังสั้น Trop Fest ได้เร็ว ๆ นี้ที่ นิมิตวิกาล และ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

21.1.08

ปฏิบัติการถูกแต่ดี . . . หนังอเมริกันอินดี้ทุนสมอง

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เสนอ

$ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $

PRECIOUS BUT CHEAP: The Hidden Gems of American Independent Cinema
ปฏิบัติการถูกแต่ดี . . . หนังอเมริกันอินดี้ทุนสมอง

$ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $ $

ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
ชมฟรีทั้งรายการ (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

HOLLYWOOD ไม่ใช่อเมริกา และ อเมริกาก็ไม่ใช่ HOLLYWOOD!
ถึงแม้ว่าหนังจาก HOLLYWOOD จะน่าเบื่อขนาดไหน แต่ก็ใช่ว่าหนังอเมริกันจะต้องตื้นเขินฉาบฉวยไปด้วยเสียทั้งหมด โปรแกรมหนังอเมริกันอินดี้ชุดนี้คงพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า แม้นจะไม่มี Studio หนุนหลัง ไม่มีดาราดัง ๆ หรือผู้กำกับจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันสักเท่าไหร่ แต่ก็มีหนังอเมริกันอีกหลายเรื่องที่สามารถสร้างความ 'พิเศษ' ในตัวเองออกมาได้จากทุนสมองของคนทำโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำเงิน!

อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้ไร้สี
12.30 น. Little Fugitive (1953) กำกับโดย Ray Ashley, Morris Engel และ Ruth Orkin
14.30 น. Judy Berlin (1999) กำกับโดย Eric Mendelssohn

อาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้สตรี
12.30 น. Wanda (1970) กำกับโดย Barbara Loden
14.30 น. Sleepwalk (1986) กำกับโดย Sara Driver

อาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้บุรุษ
12.30 น. Two-Lane Blacktop (1971) กำกับโดย Monte Hellman
14.30 น. Your Three Minutes Are Up (1973) กำกับโดย Douglas Schwartz

อาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 อินดี้หลุดโลก
12.30 น. Glen and Randa (1971) กำกับโดย Jim McBride
14.30 น. Normal Love (1963) กำกับโดย Jack Smith

Little Fugitive (1953) / Ray Ashley, Morris Engel และ Ruth Orkin


Joey เด็กน้อยที่ทั้งอ่อนวัยและไร้เดียงสา เข้าใจว่าเขาได้ฆ่าพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองตายไปเสียแล้วจากการเล่นซุกซน ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ Joey จึงต้องแอบหนีไปเที่ยวสวนสนุก Coney Island ตามลำพังเสียเลย การผจญภัยผ่านวันและคืนท่ามกลางผู้คนมากมายกับการหารายได้จากการเก็บขวดเปล่าเอาค่ามัดจำของเด็กน้อย Joey จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าประทับใจ ภาพยนตร์ American Independent Cinema ยุคแรก ๆ ท่ามกลางกระแสหนังจากสตูดิโอใหญ่ยักษ์ของ Hollywood ในทศวรรษ 1950's ที่เหมือนจะถูกหลงลืมไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย หนังชนะ รางวัลสิงโตเงินจากการประกวดในเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิสปี 1953

Judy Berlin (1999) / Eric Mendelssohn


เชื่อหรือไม่ว่า สุริยุปราคา สามารถดลใจให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ในหลืบลึกที่สุดของหัวใจออกมาได้ ภาพยนตร์แสนพิสุทธิ์สุดวิเศษของผู้กำกับ Eric Mendelssohn จะพาไปค้นหาคำตอบกับเรื่องราวความเป็นไปของชาวเมือง New Jersey กลุ่มเล็ก ๆ อันประกอบไปด้วยครูสาวที่แอบมีความสัมพันธ์กับครูใหญ่ที่แต่งงานมีภรรยาแล้ว และนักแสดงสาวกับผู้กำกับหนุ่มที่กำลังไล่ล่าหาความฝันของตัวเอง และเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ในวันที่ดวงจันทร์จะเคลื่อนไปบังดวงอาทิตย์ กับหนังขาวดำร่วมสมัยที่ถ่ายทอดภาพชีวิตของชาวอเมริกันในเมืองเล็ก ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความมืดมิดของสุริยุปราคาได้อย่างน่าตะลึงพรึงเพริด

Wanda (1970) / Barbara Loden


ผู้กำกับ Barbara Loden รับบทนำเป็น Wanda หญิงอเมริกันที่ชีวิตได้จมดิ่งลงสู่ขีดสุด เธอไม่มีงานประจำและยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาซื้อบุหรี่และเหล้า ด้วยความไม่เอาไหนขนาดสามีและลูก ๆ ก็ยังทอดทิ้งไม่ยอมดูแล จนวันหนึ่งเธอก็ได้พบกับ Dennis บุรุษลึกลับซึ่งชักชวนเธอให้ประกอบอาชญากรรมครั้งสำคัญ Wanda จะตัดสินกับชีวิตของเธออย่างไร? หนังอินดี้อเมริกันที่เข้มข้นไปด้วยความสมจริงของการถ่ายทำและการแสดงที่น่าเชื่อถือย่างเป็นธรรมชาติ

Wanda เป็นงานกำกับเรื่องเดียวในชีวิตของ บาบาร่า โลเด้น ภรรยาของ ผู้กำกับ อีเลีย คาซาน (On the Waterfront) เรย์ คาร์นี่ย์ อาจารย์สอนวิชาภาพยนตร์ปากจัดแห่งมหาวิทยาลัยบอสตั้น ยกย่อง Wanda ให้เข้าขั้น 1 ในสุดยอดภาพยนตร์ตัวอย่างของโลกที่นักวิจารณ์หนังส่วนใหญ่มองข้าม

Sleepwalk (1986) / Sara Driver


หนังพล็อตประหลาดเกี่ยวกับ Nicole หญิงสาวชาวนิวยอร์คที่ต้องถอดความเทพนิยายจากอักขระจีนโบราณมาเป็นภาษาอังกฤษ ระหว่างที่เธอกำลังแปลอยู่นั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเทพนิยายก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวเธออย่างน่าประหลาด สิ่งที่เห็นจะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงจินตนาการ และเธอจะรับมือกับปาฏิหาริย์กันเหลือเชื่อเหล่านั้นกันอย่างไร หาคำตอบได้จากหนังแฟนตาซีอเมริกันชวนฝันขวัญผวาเรื่องนี้

นี่คือหนังของ ซาร่า ไดรเวอร์ ผู้เคยสร้างชื่อจากการกำกับหนังขนาดสั้น You are Not I และเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังอินดี้เรื่องดัง Stranger than Paradise ให้ จิม จาร์มุช (ผู้กำกับ Broken Flowers) สามีของเธอ

Two-Lane Blacktop (1971) / Monte Hellman


หนังคัลท์สุดมันจากยุค 70's ผลงานการกำกับของ Monte Hellman เจ้าของหนังคาวบอยแนวพิลึกอย่าง Ride in the Whirlwind (1965) และ The Shooting (1967) สำหรับ Two-Lane Blacktop นี้ผู้กำกับ Hellman ก็ขอเปลี่ยนจากการขี่ม้ามาเป็นการแข่งรถซิ่งข้ามรัฐระหว่าง The Driver และ The Mechanic สองสิงห์ตีนผีด้วยรถ 1955 Chevy ที่มียานพาหนะของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเดิมพัน หนังตระกูลแข่งความเร็วเรื่องสำคัญที่ไม่ได้วัดกันเพียงแค่องศาของเข็มบนหน้าปัดมิเตอร์
อ่านเกี่ยวกับงานอื่น ๆ ของผู้กำกับ มอนตี้ เฮลแมน ได้ที่ นิมิตวิกาล:
http://twilightvirus.blogspot.com/2008/01/monte-hellman.html

Your Three Minutes Are Up (1974) / Douglas Schwartz

หนัง Road Movie ค้นหาตัวตนของสองสุภาพบุรุษ รายหนึ่งเป็นพนักงาน office ต๊อกต๋อย อีกรายหนึ่งเป็นหนุ่มรักอิสระที่วางตัวเหนือกฎเกณฑ์ทั้งมวล เมื่อสหายทั้งสองได้เดินทางไกลร่วมกัน การเริ่มเรียนรู้ชีวิตซึ่งกันและกันจึงเริ่มต้นขึ้น จากเรื่องราวการแสวงหาความหมายของชีวิตของผู้คนในยุค 70's ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรใหม่ แต่ผู้กำกับ Douglas Schwartz ก็ยังอุตส่าห์หาวิธีทำให้หนังเรื่องนี้ยังมีความแตกต่างจนได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของ Sideways (2004) โดย Alexander Payne

Glen and Randa (1971) / Jim McBride


Glen และ Randa สองหนุ่มสาววัยรุ่นผู้รอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก ได้เห็นสภาพเมืองใหญ่ในอดีตจากหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่ง พวกเขาจึงเริ่มต้นออกเดินทางหาเมืองอันสุดแสนจะศิวิไลซ์แห่งนั้น แล้วพวกเขาจะหาเจอกันไหมเนี่ย? หนัง Sci-Fi ทุนต่ำของผู้กำกับ Jim McBride เจ้าของงานสารคดีตอแหล David Holzman's Diary (1967) ที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ

หนังเรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมเป็นพิเศษทั้งจาก โรเบิร์ต เร้ดฟอร์ด (River Runs Through It, Lions for Lamb) และ Time Magazine ว่ามันคือ 1 ในหนังที่เยี่ยมยอดและสร้างสรรค์สูงสุดแห่งปี
(อ่านเกี่ยวกับ จิม แม็คไบร์ด ได้ใน ฟิล์มไวรัส 5; ปฏิบัติการหนังทุนน้อย)

Normal Love (1963) / Jack Smith


เทพนิยายไร้เรื่องราวสุดเปรี้ยวของผู้กำกับ Jack Smith เจ้าของผลงานหนังใต้ดินสุดอื้อฉาว Flaming Creatures (1963) ที่จะนำพาเราไปสัมผัสกับจินตนาการพิสดารของตัวละครพันธุ์พิลึก ไม่ว่าจะเป็น เงือกสาวไฮโซ มนุษย์แมงมุมพุงโต นางพญางูเห่าจ้าวอสรพิษ และเหล่าผองเพื่อนที่จะมาเฮฮาปาร์ตี้ล้างบางกันบนเวทีกลางทุ่งกันอย่างสันตะโร ด้วยลีลาการกำกับศิลป์แบบ Queer Art แสนจะวิลิศมาหราโดยเฉพาะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ช่างดีไซน์ออกมาได้เลิศสุดฤทธิ์

7.1.08

Top 10 Artvirus ส่งท้ายปี 2007

Top 10 Artvirus ส่งท้ายปี 2007

วนมาอีกครั้ง (สุดท้าย) กับ Top 10 Artvirus ด้วยการรวมแรงจากสมาชิกทีมงาน ฟิล์มไวรัส และเพื่อนพ้อง เข้ามาร่วมกันบอกกล่าวความลับความชอบสุดขีดคลั่งในใจประจำปี 2550 (เวอร์ไปนั่น)

อ่าน Top 10 Artvirus ของรักของชอบเรื่อง หนัง-ละครเวที-ศิลปะ:
http://www.onopen.com/2008/02/2502


คราวหน้าเตรียมพบโฉมหน้าใหม่ของ นิมิตวิกาล ฉบับสั้น! http://www.twilightvirus.blogspot.com/

ภาพประกอบ (บน) จากละครเวที เมื่อผมหลับในคืนปฏิวัติ ของคณะหน้ากากเปลือย

ภาพประกอบ (ล่าง) จากหนัง Eden And After ของ Alain Robbe-Grillet คัดเลือกโดย filmsick

อ่าน Alain Robbe-Grillet ได้ที่: http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/alain-robbe-grillet.html

30.12.07

ฌอง-ลุค โกดาร์ ฝากสวัสดีปีใหม่


Even The Great Jean-Luc Godard behaves nicely for once and says “ Happy New Year 2008 ” to all Film Fans.

ฌอง-ลุค โกดาร์ ฝากสวัสดีปีใหม่แก่คอหนังทุกท่าน

24.12.07

12 ปี ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

ผ่านวันคริสต์มาสอีฟนี้ไป ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ก็จะมีอายุ 12 ปี พอดี
ขอมีอารมณ์เฉลิมฉลองสถาบันสถาปนาเองสักหน่อย หวังว่าคงไม่มีใครมาแขวะหลัง

ฉลองกันแบบเออเองตูข้า ไม่กระโตกกระตากจัดงานอะไร แค่บอกตัวเองแบบเอ๋อเหรอว่า 12 ปีแล้วหรือเนี่ย แบกร่างหามโลงมาถึงนี่ได้ยังงงตัวเองเหมือนกัน หะแรกนึกว่าแค่ฉายหนังสัก 10 ปีนี่ก็น่าจะเดี้ยงแล้ว

ว่าไปมันก็เป็นงานที่น่าแปลกออกแนวลับ ๆ ล่อ ๆ สปอนเซอร์ก็แทบไม่เคยรู้จัก หนังสือชุด filmvirus ที่ทำขาย หรือ การฉายหนังที่ทำก็ไม่เคยเป็นรายได้ให้พึ่งพิง บริษัทแบ็คอัพก็ไม่มี แต่ยังอุตส่าห์โดนเหน็บแนมมากกว่าเสียงชม นี่หากก็อปหนังขายคงมีคนหวนหาอาลัย หรือรวยเละไปนานแล้ว

ตั้งแต่ฉายหนังมามากแห่ง ทั้งที่ห้างซีคอนแสควร์ (ในภาพประกอบ) มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร้านอาหารเฮมล็อค หอศิลป์เจ้าฟ้า ร้านหนังสือดวงกมลที่ RCA อุทยานการเรียนรู้ TK Park สถาบันเกอเธ่ สมาคมฝรั่งเศส และที่อื่น ๆ ปลีกย่อย จำไม่หมด อีกทั้งร่วมงานฉายหนังกับ อาจารย์ ทรงยศ แววหงษ์ จนกระทั่งแยกเดี่ยวแบบ แดน-บีม-ดีทูบี มีทั้งความประทับใจและหนาวลึกสลับหดหู่

กำลังใจจากคนดูหนังคุ้นหน้า และเพื่อนใกล้ชิดเพียงหยิบมือเท่านั้นที่ส่งให้เรายังฉายหนังมาได้ถึงทุกวันนี้ ขอโค้งคารวะให้ท่านทั้งหลายอย่างงาม ๆ (ขอบคุณอย่างสูงที่ทำให้งาน Fred Kelemen Masterclass ลุล่วงด้วยดี) ทั้งนี้ขาดไม่ได้ซึ่ง โมรีมาตย์ และ กัลปพฤกษ์ สองสนิทที่ช่วยต่ออายุไข อย่างไม่แยแสค่าจ้างค่าไถ่ และโดยเฉพาะ กัลปพฤกษ์ ที่เป็นหัวแรงแข็งขันในการสานต่อโปรแกรมภาพยนตร์ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ หรือที่อื่น ๆ สืบไป

โอเย เจ้าขนำน้อยเอ๋ย มีใครรู้ไหม หนังเปิดโรง ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ที่ห้างซีคอนแสควร์ เมื่อ 12 ปีที่แล้วคือเรื่องอะไร และหนังเรื่องใดบ้างที่พวกท่านจดจำเป็นพิเศษ จากโปรแกรมหนังของ ฟิล์มไวรัส

บอกได้ทั้งเรื่องที่สุขสม (ถ้ามี) หรือแบบ บ่มิสม (น่าเบื่อโคตร)

ชุมนุมหนังไซไฟพันธุ์พิลึกจากยุโรป

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เสนอ

!"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^

THE WEIRD WORLD OF EUROPEAN SCI-FI
ชุมนุมหนังไซไฟพันธุ์พิลึกจากยุโรป

!"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^&*+ !"$%^

ทุกวันอาทิตย์ ตลอดเดือนมกราคม 2551
ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทร 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
ชมฟรีทั้งรายการ (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

อาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2551
12.30 น. On the Silver Globe (1987) กำกับโดย Andrzej Zulawski

อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2551
12.30 น. Kamikaze 1989 (1982) กำกับโดย Wolf Gremm
14.30 น. Realtime (1983) กำกับโดย Hellmuth Costard และ Jurgen Ebert

อาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2551
12.30 น. Man from the First Century (1961) กำกับโดย Oldrich Lipsky
14.30 น. The End of August at the Hotel Ozone (1967) กำกับโดย Jan Schmidt

อาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2551
12.30 น. Silver Heads (1998) กำกับโดย Yevgeny Yufit และ Vladimir Maslov
14.30 น. Killed by Lightning (2002) กำกับโดย Yevgeny Yufit


หมายเหตุ: โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

เรื่องย่อภาพยนตร์

On the Silver Globe (1987) / Andrzej Zulawski


เรื่องราวการเดินทางท่องอวกาศเพื่อแสวงหาเสรีภาพของนักบินอวกาศสี่ราย อันประกอบไปด้วย ผู้ชายสาม ผู้หญิงหนึ่ง เมื่อยานอวกาศตกลงบนดวงจันทร์ พวกเขาก็ได้สืบเผ่าพงศ์พันธุ์จนเกิดเป็นกลุ่มเชื้อชาติใหม่ที่มีวิถีชีวิตถอยหลังจากความศิวิไลซ์กลับไปสู่อนารยธรรมในโลกสมัยโบราณกันอีกครั้ง หนัง Sci-Fi ฟอร์มยักษ์สุดพิสดารจากโปแลนด์ที่ไม่สามารถถ่ายทำให้สำเร็จได้เนื่องจากถูกสั่งระงับจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ นับเป็นงาน Sci-Fi ที่ผสานจินตนาการทางวิทยาศาสตร์เข้ากับประเด็นทางศาสนาได้อย่างคมคายมากที่สุดเรื่องหนึ่ง หนังฉบับนี้เป็นฉบับรวบรวมฟุตเตจที่สมบูรณ์ที่สุดโดยผู้กำกับ Andrzej Zulawski เอง

Kamikaze 1989 (1982) / Wolf Gremm




หนังเยอรมันแดกดันแนว Sci-Fi ผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายของยอดผู้กำกับ Rainer Werner Fassbinder สารวัตร Jansen ตำรวจหนุ่มจากโลกอนาคต ได้รับมอบหมายให้สืบหาตัวการขู่วางระเบิดในเยอรมันนี ปริศนาเริ่มส่อเค้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรมภายในสำนักงานใหญ่ของศูนย์บัญชาการ หลังจากสารวัตร Jansen เข้ามารับหน้าที่ได้ไม่นาน แล้วเขาจะสามารถสืบหาผู้ก่อการร้ายภายในสี่วันตามที่ได้รับมอบหมายได้หรือไม่?



Realtime (1983) / Hellmuth Costard และ Jurgen Ebert

หนัง Sci-Fi สุดประหลาดจากเยอรมันนีที่ว่าด้วยดาวเทียมทหารซึ่งสามารถส่งสัญญาณภาพพื้นผิวโลกมายังจอมอนิเตอร์ซึ่งผู้ควบคุมสามารถสั่งลบหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้ตามอำเภอใจ แต่ความจริงลวงของพื้นโลกจริง ๆ กับสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้นักคอมพิวเตอร์เกิดความสับสนในมโนสำนึก เมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่าความรู้สึกนึกคิดของเขากำลังถูกแทนที่ด้วยการทำงานของชุดโปรแกรม หนัง Sci-Fi แนวทดลองที่ต้องดูด้วยตาของตัวเองเท่านั้นจึงจะรู้ว่ามันพิสดารขนาดไหน

Man from the First Century (1961) / Oldrich Lipsky



หนัง Sci-Fi ตลกเด๋อด๋าฮาแบบไม่ไร้สาระ จากเชคโกสโลวาเกีย ซึ่งเล่าถึงการจับพลัดจับผลูได้เดินทางท่องอวกาศของคนงานชายนายหนึ่ง กระทั่งได้พบกับมนุษย์ต่างดาวที่สามารถทำให้เขาหายตัวได้ แต่เมื่อเขากลับมายังโลกอีกครั้งในปี ค.ศ. 2447 เขาจึงพบว่าโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายเสียเหลือเกิน


นี่คืองานภาพยนตร์หาชมได้ยากอีกเรื่องของผู้กำกับ Oldrich Lipsky


The End of August at the Hotel Ozone (1967) / Jan Schmidt


หลังความวิบัติของสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก กลุ่มสตรีผู้รอดชีวิตต้องออกปฏิบัติการตามล่าหา 'ผู้ชาย' สุดขอบโลกเพื่อการสืบเผ่าพันธุ์ ก่อนที่มนุษยชาติจะถึงกาลต้องสูญสิ้น


สร้างจากบทภาพยนตร์ของ Pavel Juracek

ฝีมือการกำกับของ Jan Schmidt ที่ให้บรรยากาศของความหายนะในโลกอนาคตได้อย่างน่าสะพรึงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง



Silver Heads (1998) / Yevgeny Yufit และ Vladimir Maslov

หนัง Sci-Fi บรรยากาศหลอนสุดโลก ผลงานเด่นของผู้กำกับโซเวียต Yevgeny Yufit เจ้าของต้นตำรับหนังสกุล Necrorealism ที่ใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายปริศนาเร้นลับของชีวิตและความตาย


Silver Heads เล่าถึงการทดลองวิทยาศาสตร์ที่พยายามจะผสมเผ่าพันธุ์มนุษย์เข้ากับต้นไม้ด้วยเครื่องมือสุดพิสดาร จนเป็นเหตุให้ผู้ทดลองต้องออกตามล่าหาเหยื่อวิปริตจากความผิดพลาดในครั้งก่อนกลับคืนมา


ขอเตือนว่าหนังเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ชมขวัญอ่อน!


Killed by Lightning (2002) / Yevgeny Yufit

จากเค้าโครงเรื่องสั้น The Murders in the Rue Morgue ของ Edgar Allan Poe ผู้กำกับ Yevgeny Yufit ได้นำมาตีความใหม่ในแบบฉบับร่วมสมัยด้วยการผสานเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เข้ากับบรรยากาศหลอกหลอนแบบส่วนตัวได้อย่างประหลาดล้ำ ด้วยการพาเราเจาะลึกยังจิตใต้สำนึกของนักมานุษยวิทยาที่พยายามศึกษาวิวัฒนาการทางชีวภาพของมนุษย์ไปพร้อม ๆ กับการต่อสู้ความทรงจำอันเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีตของตัวเอง

12.12.07

เรื่องย่อหนังฝรั่งเศส ฉายกลางแปลง ณ หอศิลป์จามจุรี

รายละเอียดหนังฝรั่งเศส ฉายกลางแปลง
ที่ หอศิลป์ จามจุรี ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2550
จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส), หอศิลป์จามจุรี และ สถานทูตฝรั่งเศส (เอื้อเฟื้อเครื่องฉายและฟิล์มภาพยนตร์ 35 มม.)

รายละเอียดงานยามราตรี อ่านที่

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/12/art-square-v-5.html

Kirikou and the Sorceress (1998) กำกับโดย Michel Ocelot
ภาพยนตร์อนิเมชั่นในบรรยากาศอาฟริกา เล่าเรื่องราวของ Kirikou เด็กชายวิเศษที่สามารถพูดและเดินได้ตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่ เขาได้ทราบว่ามีนางแม่มดร้ายตนหนึ่งเข้ามาทำให้บ่อน้ำในหมู่บ้านเหือดแห้ง และได้จับผู้ชายกินไปเกือบหมด เหลือรอดชีวิตมาได้เพียงแค่รายเดียว Kirikou จึงตั้งใจจะร่วมเดินทางไปกับนักรบผู้นั้นเพื่อปราบนางแม่มดร้ายที่เคยมาราวีคนในหมู่บ้านแห่งนี้ให้ได้


La puritaine (1986) กำกับโดย Jacques Doillon
นำแสดงโดยดาราสาวเจ้าบทบาท ซองดรีน บอนแนร์ (Sandrine Bonnaire) ภาพยนตร์หาชมยากของ Jacques Doillon ผู้กำกับฝรั่งเศสที่มักจะถูกมองข้ามฝีมืออยู่เสมอ โดยหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับ Pierre (Michel Piccoli) ผู้กำกับละครเวทีที่เฝ้ารอการกลับมาของ Manon (บอนแนร์) ลูกสาวที่ทิ้งบ้านไปนาน จนวันหนึ่งเธอก็ได้กลับมาจริง ๆ Ariane แฟนสาวของ Pierre ได้สร้างสถานการณ์การกลับมาของ Manon ในจินตนาการรูปแบบต่าง ๆ ผ่านบุคลิกหลายหลากของบรรดาสาวนักแสดงลูกคณะ แต่ดูเหมือนว่า Pierre กับ Manon อาจจะต้องก้าวข้ามกลละครของอาณาจักรนักแสดงหญิง และสานสร้างความสัมพันธ์แบบมนุษย์ระหว่างพ่อลูกขึ้นมาใหม่


The Umbrellas of Cherbourg (1964) กำกับโดย Jacques Demy
หนังเพลงอมตะสีสันสดใสจากฝรั่งเศสเล่าเรื่องราวรักร้างของสาวน้อย Genevieve วัย 17 (นำแสดงโดย Catherine Deveuve) และช่างเครื่องหนุ่ม Guy (นำแสดงโดย Nino Castelnouvo) ที่มาพบรักกันเพื่อจากลาเมื่อฝ่ายชายต้องไปเป็นทหารในสงครามแอลจีเรีย เมื่อฝ่ายหญิงเกิดตั้งท้องโดยที่ฝ่ายชายไม่อยู่ แม่ของเธอจึงต้องจัดการหาสามีฐานะที่จะยอมเลี้ยงดู Genevieve และลูกในท้องเพื่อเป็นการตัดปัญหา ก่อนที่ Guy จะกลับมาพบกับความจริงกันแสนเจ็บปวด ภาพยนตร์ระดับรางวัลปาล์มทองคำประจำปี 1964 ที่ใช้การร้องเพลงแทนบทสนทนาของตัวละครตลอดทั้งเรื่อง!



Orpheus (1950) กำกับโดย Jean Cocteau
กวีหนุ่มที่เกิดไปหลงใหลพระธิดาแห่งความตาย Eurydice ภรรยาของ Orpheus ถูกลูกน้องของพระธิดาทวงวิญญาณจน Orpheus ต้องตามเธอไปยังใต้พื้นโลก ความรักที่ Orpheus มีต่อ Eurydice นั้นจะสามารถช่วยชีวิตคนทั้งสองไว้ได้หรือไม่?


สำหรับผู้กำกับ-นักเขียน-ศิลปินหลากแขนงนาม Jean Cocteau นั้นย่อมไม่ยอมเล่าเรื่องราวตำนานของ Orpheus ในแบบธรรมดา เพราะนี่คือผลงานแฟนตาซีระดับก่อนกาลที่หยิบตำนาน Orpheus มาสร้างเป็นหนังซึ่งใช้ฉากร่วมสมัย เพิ่มฉากสาวชุดดำกับแก๊งมอเตอร์ไซค์จากยมโลกมาพรากภรรยาของ Orpheus ที่ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยใส่ใจเธอเลย เพราะมัวแต่นั่งจดบทกวีลึกลับที่ส่งผ่านคลื่นวิทยุ หลายปีต่อมามีการสร้างภาคสมทบในชื่อ Testament of Orpheus ซึ่งถือเป็นผลงานคลาสสิกของ Cocteau เช่นกัน


They Came Back (Les Revenants /2004) กำกับโดย Robin Campillo
ใครว่าฝรั่งเศสไม่มีหนังสยองขวัญ They Came Back หนังซอมบี้คืนชีพ จากแดนน้ำหอมเรื่องนี้คงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าประเทศฝรั่งเศสมีหนังให้ดูทุกแนวเลยจริง ๆ They Came Back เป็นหนังที่แสดงภาพการกลับคืนสู่การมีชีวิตของซากศพที่ถูกฝังอยู่ในสุสาน พวกเขาต่างมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง กลับไปทำงานแบบเดิมเหมือนเมื่อคราวมีชีวิตอยู่ พวกเขากลับมาทำไม เพื่ออะไร ? และญาติของพวกเขาควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ ทั้งหมดนี้มันชวนให้ได้ตั้งคำถามว่า เราจะสามารถรับมือกับกองทัพผีดิบจำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร หากพวกเขากลับมาดั่งที่ความโศกเศร้าของเราเรียกร้อง


Filles uniques (2003) กำกับโดย Pierre Jolivet
นี่คือหนังบันเทิงเบาสบายเกี่ยวกับ Tina หญิงจอมขโมยได้รับการปล่อยจากเรือนจำด้วยทัณฑ์บนจากความเมตตาของผู้พิพากษาหญิง Carole ฝ่าย Tina ได้ติดต่อกับ Carole เพื่อแสดงความขอบคุณ โดยทั้งสองได้สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว Carole ไม่ได้บอกให้ Tina รู้เลยว่า การที่เธอได้รับอิสรภาพนั้นเป็นเพราะความผิดพลาดทางงานทะเบียน!

นำแสดงโดย Sylvie Testud ในบท Tina และ Sandrine Kiberlain ในบท Carole

11.12.07

Fred's Adventures in Thailand


อ่านการผจญภัยของ Fred Kelemen ในเมืองสยาม โดยไม่ต้องหวั่นใครหมั่นไส้ได้ที่นี่

10.12.07

คู่หนังคริสต์มาส

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ร่วมกับ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เชิญชม

# # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # #
CHRISTMAS SPECIAL SCREENING for KIDS and GROWN-UPS
ภาพยนตร์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส สำหรับทุกเพศวัย
# # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # # #

วันอาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป
ณ ห้องเรวัต พุทธินันท์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุด ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
โทรศัพท์ 0-2613-3529 หรือ 0-2613-3530
ชมฟรี!!! (โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดว่ามาชมภาพยนตร์ และกรุณาแต่งกายสุภาพ)

ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมหรรษาไปกับการจัดฉายภาพยนตร์โปรแกรมพิเศษเนื่องในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส ส่งท้ายปี ค.ศ. 2007 ด้วยผลงานระดับคุณภาพสองเรื่องที่เราภูมิใจนำเสนอ

12.30 น. A Christmas Story (1983) กำกับโดย Bob Clark


หัวเราะกันให้ลั่นกับภาพยนตร์คริสต์มาสสุดแสนจะน่ารักที่เล่าเรื่องราวของหนูน้อย Ralph Parker ผู้ปรารถนาอยากจะได้ปืนเด็กเล่นรุ่น Red Ryder BB เป็นของขวัญวันคริสต์มาสเสียเต็มประดา ในขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายกลับเห็นว่าไม่เข้าท่า เพราะ Ralph คงจะต้องเอามันมายิงเล่นจนกระเด็นเข้าลูกตาตัวเองสักวัน แต่มีหรือที่หนูน้อย Ralph จะยอมแพ้ การผจญภัยเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันอันยิ่งใหญ่ของหนูน้อยจึงได้เริ่มต้นขึ้นในหนังคริสต์มาสที่ทั้งสนุก ตลก ซึ้ง ชวนประทับใจ อีกทั้งยังแฝงคุณค่าความหมายชนิดที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

14.30 น. A Christmas Carol (1951) กำกับโดย Brian Desmond-Hurst


ภาพยนตร์วันคริสต์มาสสุดซึ้งระดับอมตะซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกันของ Charles Dickens ที่จะพาเราไปร่วมเดินทางข้ามเวลาเพื่อทบทวนการกระทำในอดีต ความสุขในปัจจุบัน และความเป็นไปในอนาคตของ Ebenezer Scrooge นักธุรกิจหน้าเลือดซึ่งเป็นที่จงชังของผู้คนทั้งลอนดอน ผ่านการมาเยือนของภูติคริสต์มาสแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมสามตน ที่จะทำให้มุมมองชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีที่เปี่ยมล้นทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และพลังแห่งการตระหนักถึงความสุขที่แท้ของชีวิต

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia