8.10.07

Smoking / No Smoking หนังรางวัลหมีเงินที่เบอร์ลิน


Smoking / No Smoking - สูบไม่สูบ

ทำไมผู้กำกับ Alain Resnais (เจ้าของหนังดังอย่าง Hiroshima Mon Amour, Last Year at Marienbad, Muriel, Fear in Public Places) จึงชอบจับคู่กับนักแสดงเจ้าประจำอย่าง Sabine Azéma และ Pierre Arditi (และบ่อยครั้งรวมถึง André Dussollier) พบคำตอบได้ในหนัง 298 นาที ในหนัง 2 ตอนประกบกันเรื่อง Smoking และ No Smoking ซึ่งแสดงถึงเส้นชีวิต 2 เส้นทางที่จะผันแปรไปอย่างหน้ามือและหลังมือ เพียงเพราะตัวละครเลือกที่จะสูบ หรือ ไม่สูบบุหรี่ ดัดแปลงจากบทละครอังกฤษเรื่อง Intimate Exchange ของ Alan Ayckbourn

หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับ Alain Resnais ได้รับรางวัลหมีเงินจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน รวมทั้งหลายรางวัล Caesar จากฝรั่งเศส
กำหนดฉายในโปรแกรม ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2550 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตามโปรแกรมข้างล่างนี้:

6.10.07

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok (ตอน 2)

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok (ตอน 2)


ความเดิมจาก Fred Kelemen Masterclass in Bangkok ตอน 1:

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/09/fred-kelemen-masterclass.html

(กรุณาอ่านบทสัมภาษณ์ของ Fred Kelemen โดย สนธยา ทรัพย์เย็น ได้จากหนังสือ “ฟิล์มไวรัส เล่ม 2” หรืออ่านบทความแนะนำตัว เฟรด เคเลเม็น จาก http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/fred-kelemen.html)


ราตรีวิเวกของ เฟรด เคเลเม็น
Fred Kelemen Master Class

จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส), สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, พระจันทร์เสี้ยวการละคร และ The World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 5



ขอเชิญร่วมงาน เฟรด เคเลเม็น มาสเตอร์คลาส ยอดผู้กำกับชาวเยอรมัน ซึ่งถือเป็นเจ้าของผลงานภาพยนตร์ศิลปะที่น่าจับตามองที่สุดในโลกภาพยนตร์ปัจจุบัน หนังหลายเรื่องของเขาได้รับความชื่นชมทั่วโลก หนังใหญ่เรื่องแรกของเขาคือเรื่อง Fate ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 150 อันดับสุดยอดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ 90 (ลำดับที่ 59) ที่ไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา จากการคัดเลือกของนิตยสาร Film Comment
(อ่านอันดับหนังต่างๆ ได้ที่ http://www.filmlinc.com/fcm/7-8-97/poll2.htm)

หลายประเทศได้เคยรวบรวมผลงานของเขาทั้งหมดจัดฉายแบบยกชุด ทั้งในยุโรป, นิวยอร์ค อเมริกา และ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกทั้งเขายังเป็นอาจารย์สอนภาพยนตร์ และละครเวทีที่ประเทศสเปน และแลตเวียอีกด้วย



นอกจากชมผลงานภาพยนตร์ที่หาดูได้ยาก รวมทั้งผลงานด้านการกำกับละครเวทีเรื่อง Fahrenheit 451 และ Desire Under the Elmes แล้ว ในงานครั้งนี้ เคเลเม็น จะร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาภาพยนตร์ นักการละครเวที และผู้ชมชาวไทยอย่างใกล้ชิด

ฟรีตลอดงาน วันที่ 5 - 6 พฤศจิกายน 2550 ที่ สถาบันเกอเธ่ กรุงเทพฯ และ วันที่ 7 - 8 พฤศจิกายน 2550 ที่ ห้องเรวัติ พุทธินันทน์ ชั้นใต้ดิน U2 หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.-18.00 น.

ส่วนผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Krisana (Fallen) และงานถ่ายภาพใน The Man from London (กำกับโดย Bela Tarr) นั้นจัดฉายเป็นส่วนหนึ่งในงาน World Film Festival of Bangkok ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2550 ที่โรงภาพยนตร์ Major Esplanade เช็คโปรแกรมได้ที่ http://www.worldfilmbkk.com/


ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพยนตร์ ของ Fred Kelemen
(ดัดแปลงจากบทความแปลของ Madame MDS)

Fate เป็นหนังใหญ่เรื่องแรกของ Fred Kelemen ซึ่งได้รับการยกย่องมากจาก Susan Sontag กวี และนักเขียนชื่อดัง ในขณะที่ เอ็ด ฮอลเทอร์ นักวิจารณ์ของนิตยสารวิลเลจ วอยซ์ ของสหรัฐกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ภาพยนตร์แนว Dogme (ภาพยนตร์ที่ต่อต้านการปรุงแต่งในทุกๆ ด้านของผู้กำกับดัง Lars von Trier) ดูเหมือนเป็นภาพยนตร์กระแสหลักไปเลย ทั้งนี้ Fate มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มผู้อพยพชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลินและเรื่องราวอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา โดยโครงสร้างของเรื่องมีลักษณะคล้ายสารคดีในขณะที่งานด้านภาพในเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายกับตกอยู่ในความฝัน ซึ่งลักษณะที่ขัดแย้งกันนี้เหมาะสมอย่างมากในการนำเสนอตัวละครในเรื่องที่ดื่มเหล้าอยู่ตลอดเวลา


Frost เป็นภาพยนตร์โทนหดหู่ที่พูดถึงประเด็นเรื่องการดำรงอยู่ของตัวตน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับมารีแอนน์ ผู้หญิงที่หลบหนีสามีผู้โหดร้ายและขี้เมาในช่วงคริสต์มาส เธอพาลูกชายเดินทางไปทางทิศตะวันออกผ่านหมู่บ้านที่ทรุดโทรมและภูมิประเทศที่เวิ้งว้างในช่วงฤดูหนาวเพื่อกลับไปยังบ้านเกิดของตัวเอง และในระหว่างทางทั้งสองก็ถูกผู้คนรอบข้างเอารัดเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ แต่ในที่สุดมารีแอนน์ก็ได้พบกับความอบอุ่นทางใจในช่วงสั้นๆ ในโรงแรมราคาถูก


Nightfall(Abendland) เปิดเรื่องด้วยการผสมผสานฉากลองเทค (ภาพที่ถ่ายด้วยระยะไกล) ที่ถ่ายด้วยฟิล์ม 35 มม. เข้ากับฉากโคลสอัพที่ถ่ายด้วยกล้องวีดีโอ และมีจุดร่วมเหมือนกับ Frost และ Fate ตรงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอโลกที่หดหู่และซึมเศร้าและมนุษย์ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานเหมือนกัน

เอ็ด ฮอลเทอร์ตั้งข้อสังเกตว่าภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องของเคเลเม็นมีจุดเด่นที่การใช้ดนตรีโฟล์คและป็อปมาช่วยสร้างอารมณ์กดดันให้กับเรื่อง โดยใน Fate นั้นเคเลเม็นใช้ดนตรียิปซีที่เล่นด้วยแอคคอร์เดียนของรัสเซีย ส่วนใน Frost นั้น เคเลเม็น ใช้ดนตรีแทงโก, คันทรี และเพลง Mandy ของแบร์รี แมนิโลว์ มาช่วยสร้างอารมณ์อันโศกเศร้า ในขณะที่ Nightfall ใช้ดนตรีฟาโดของโปรตุเกส


เคเลเมนกล่าวว่าภาพยนตร์ของเขายึดหลักการของ “ความไม่บริสุทธิ์” (impurity) ทั้งในทางสุนทรียศาสตร์และทางการเมือง และกล่าวเสริมว่า “ความบริสุทธิ์เป็นมายาคติที่สร้างความเจ็บปวดให้กับโลกนี้มามากแล้ว” ดังจะเห็นได้จากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเชื่อเรื่องการสร้างชาติพันธุ์ที่บริสุทธิ์, ประเทศชาติที่บริสุทธิ์ หรือความเชื่อทางศาสนาที่บริสุทธิ์ นอกจากนี้ คำพูดของเขายังพาดพิงไปถึงความเชื่อเรื่องสไตล์การสร้างภาพยนตร์แบบตายตัว ซึ่งความเชื่อนี้เองที่เป็นอุปสรรค์ขัดขวางไม่ให้ศิลปะภาพยนตร์ได้รับการพัฒนา

เอ็ด ฮอลเทอร์ยังให้ความเห็นอีกด้วยว่าถึงแม้ภาพยนตร์ของเคเลเม็นจะนำเสนอความว่างเปล่าทางจิตใจ แต่กลับเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งมาก

1.10.07

Nina Menkes in Bangkok


Nina Menkes in Bangkok
Her new film “Phantom Love” at the 5th World Film Festival of Bangkok 2007

อีกกี่ชาติที่เราจะได้ดูหนังของ นินา เม็นเคส เจ้าแม่หนังอาร์ตอินดี้จากอเมริกา

แต่นี่เราจะได้ดูผลงานหนังขาวดำสุดแจ่ม (เรื่องใหม่ล่าสุด) ของ Nina Menkes เรื่อง Phantom Love บนจอภาพยนตร์โรงหนัง Major Esplanade

อ่านบทความ “เสียงกรีดกร้าวจากรังไข่ของนางมาร” ของ filmvirus ได้ที่
http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/phantom-love.html

วงกตแห่งเนื้อนางของ Alain Robbe-Grillet

วงกตแห่งเนื้อนางของ Alain Robbe-Grillet

ขอเชิญติดตามแกะรอยจิ๊กซอว์ภาพยนตร์ ของ อแลง รอบบ์-กรีเยต์ ได้ที่:
http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/alain-robbe-grillet.html

หรือ อ่านบทความขนาดยาวเกี่ยวกับ Alain Robbe-Grillet ได้จาก ฟิล์มไวรัส เล่ม 1


ชมฟรี-โปรแกรมภาพยนตร์ของ อแลง รอบบ์-กรีเยต์
วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม 2550 ที่สำนักหอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)
เวลา 12.30 น. Trans Europ-Express
เวลา 14.30 น. La Belle Captive

27.9.07

อีกหนึ่งในกลุ่ม French New Wave ที่ถูกละลืม - Jacques Rivette

ฌ้ากส์ รีแวตต์ กับหนัง 2 เรื่องที่หาดูยากที่สุด


เรื่องแรกทำจากนิยาย La religieuse ของ Denis Diderot (เจ้าของนิยาย Jacques le Fataliste ที่มีอิทธิพลต่อแนวทางงานเขียนของ Milan Kundera มากที่สุด จน มิลาน คุนเดอร่า ต้องแต่งบทละคร Jacques and His Master เพื่อมาคารวะ (และย้อนศร)


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Denis Diderot (เดอนีส์ ดีเดโรต์) ได้จาก “บุ๊คไวรัส เล่ม 1” (Bookvirus 01) ของ สนธยา ทรัพย์เย็น สำนักพิมพ์ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

เรื่องที่ 2 Haut Bas Fragile (Up Down Fragile) หนังเพลงสไตล์พิรี้พิไรเฉไฉไก่กาตามแบรนด์ ฌ้ากส์ รีแวตต์ โดยเฉพาะ ฟังเพลงน่ารัก ท่าเต้นกุ๊กไก่ ได้ในวันและเวลาตามนี้ (หรือย้อนอ่านเรื่องย่อได้ในหน้าก่อน ๆ)

อาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2550

12.30 น. La religieuse [The Nun] (1966) กำกับโดย Jacques Rivette

14.30 น. Up, Down, Fragile (1995) กำกับโดย Jacques Rivette

(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้กำกับ Jacques Rivette ได้ใน The 8 Mastersฟิล์มไวรัส / openbooks)

14.9.07

เรื่องสั้นของ Michelangelo Antonioni

เรื่องสั้นของ Michelangelo Antonioni

โฆษณาเองก็ได้ง่ายวุ้ย


เรื่องสั้น 2 เรื่องของ ผู้กำกับ Michelangelo Antonioni ที่เพิ่งล่วงลับไปไม่นาน

เรื่องสั้น “โทรเลขสองฉบับ” (Two Telegrams) ที่มีแปลใน Bookvirus เล่ม 2

และ เรื่องสั้น “ขอบฟ้าเหตุการณ์” (The Event Horizon) ที่แปลลง Filmvirus เล่ม 1


เขียนดีถึงอยากให้อ่าน

มีใครแถวนี้เคยอ่านบ้างไหมเนี่ย

ดูหนังสือ Filmvirus ได้ที่นี่:

Filmvirus 01

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/08/filmvirus-collection-part-1.html

Bookvirus 02

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/08/filmvirus-collection-part-2.html

และอ่านบทวิจารณ์ La Notte ของผู้กำกับ อันโตนีโอนี่ ได้ที่ บล้อก นิมิตวิกาล (ภาษาไทย)

http://twilightvirus.blogspot.com/2007/09/1-la-notte-night-michelangelo-antonioni.html

11.9.07

โปรแกรมทอง Nouvelle Vague

Nouvelle Vague
ภาพยนตร์ปี 1990 ของผู้กำกับระดับปรมาจารย์ชาวฝรั่งเศส Jean-Luc Godard
หนังเรื่องที่เคยติดอันดับ 1 ใน 150 อันดับหนังยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษ 90 ที่ไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา จากการจัดอันดับของนิตยสาร Film Comment เมื่อเดือนกรกฏาคม / สิงหาคม 1997

http://www.filmlinc.com/fcm/7-8-97/poll1.htm

ถัดจากอันดับหนึ่งซึ่งเริ่มด้วย Nouvelle Vague ของ Godard ตามมาด้วย

งานของ Leos Carax, Abbas Kiarostami, Olivier Assayas, Aki Kaurismaki, Michelangelo Antonioni, Hou Hsiao-hsien, Victor Erice, Manuel de Oliveira, John Woo, Theo Angelopoulos, Edward Yang, Wong Kar-wai, Eric Rohmer, Federico Fellini, Stanley Kwan, Akira Kurosawa, Maurice Pialat, Pascale Ferran, Alain Resnais, Mohsen Makhmalbaf, Chantal Akerman, Wim Wenders, Alexandr Sokurov, Marcel Ophuls, Tsai Ming-liang, Bertrand Tavernier, Clara Law, Eliseo Subiela, Joao César Monteiro และอื่น ๆ อีกมาก

ติดตามชม Nouvelle Vague หนังที่หาดูได้ยากมากและยังไม่มีการผลิตในรูปแบบ DVD ในอเมริกา

หาดูได้ที่เดียวในโปรแกรมภาพยนตร์ของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2550 เวลา 12.30 น. จากนั้นตามด้วย Passion ของ Godard ในเวลา 14.30 น.

ชมโปรแกรมภาพยนตร์ตลอดเดือนกันยายนได้ที่นี่

http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/08/2550.html

6.9.07

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok

Fred Kelemen Masterclass in Bangkok

Ingmar Bergman ตายไปแล้วก็ดี Michelangelo Antonioni ตายไปแล้วไม่ดี


แต่เรายังมี Fred Kelemen ที่ฟ้าประทานมาให้


Fred Kelemen จะไม่ใช่แค่ตัวสำรองที่มาเมืองไทยในงาน World Film Festival of Bangkok เพื่อเป็นตัวแทน Bela Tarr เท่านั้น

แต่เขายังเป็นหนึ่งใน auteur คนสำคัญของหนัง The Man from London อีกด้วย


ถ้าคุณยังไม่รู้จักหนังอย่าง Abendland (Nightfall), Fate, Frost และ Krisana (Fallen) คุณคงเข้าใจว่าโลกหนังศิลปะแนว poetic สุดสิ้นแล้วที่ Andrey Tarkovsky แต่ช้าก่อน รอจนคุณได้ดูหนังของ Fred Kelemen ที่จัดว่าหาดูได้ยากที่สุดในโลกเสียก่อน


อย่าพลาดงาน Fred Kelemen Masterclass อบรมภาพยนตร์ 4 วันกับ Fred Kelemen เร็ว ๆนี้ (พร้อมงานละครเวทีของ Fred Kelemen) จัดโดย ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) สถาบันเกอเธ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ และ เทศกาล World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 5


อ่านเกี่ยวกับ Fred Kelemen ได้จาก ฟิล์มไวรัส 2

(More info about Fred Kelemen on FILMVIRUS 2)

สมัครได้ตั้งแต่ตอนนี้ที่ filmvirus@yahoo.com

5.9.07

sydney underground film festival

Sydney Underground Film Festival ครั้งที่ 1 ปีที่ 1 เทศกาลหนังใต้ดินที่รวมความดิบ ห่าม ประหลาดพิลึก และเป็นตัวของตัวเอง ที่ประเทศออสเตรเลียกำลังจะเริ่มแล้ว ระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน นี้! พร้อมด้วยการจัดเสวนา และประกวดหนังจากนานาชาติ



เสริมด้วย Mini Retrospective ของคู่สามีภรรยา The Cantrills

เปิดงานด้วยหนัง Out Yonder-Neighbor Boy ของ David Lynch (เดวิด ลิ้นช์), Tin Man ของ Ivan Kavanagh, Pop Kitsch ของ Paul Winkler และ Meet Me in Wichita ของ Martha Colburn

เกี่ยวข้องอย่างไรกับ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)

คอยติดตามโปรแกรมภาพยนตร์ Sydney Underground Film Festival ในเมืองไทย เร็ว ๆ นี้

คนไทยคนไหนส่งหนังไปประกวดให้รอลุ้นได้เลย


(ภาพจากวงดนตรี Coda เปิดงานเทศกาลที่จะแสดงในวันศุกร์ที่ 7 กันยายน)

เว็บไซต์: http://www.sydneyundergroundfilmfestival.com/

3.9.07

Apichatpong Weerasethakul retrospective at NFT London

ฉายหนังของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ครบชุด ที่อังกฤษ

(Apichatpong Weerasethakul retrospective at NFT)

ไม่ง่ายนักที่คนทำหนังวัยไม่เกิน 40 จะได้รับเกียรติฉายหนัง retrospective ในงานระดับโลก

และที่ NFT (National Film Theatre) แห่งลอนดอน เดือนกันยายน 2550 นี้ ก็จะจัดฉายหนังของเจ้ยแบบครบชุด ทั้งหนังสั้นหนังยาว รวมทั้ง Syndromes and A Century ที่จะได้ฉายหลายรอบ ก่อนออกฉายตามโรงหนังทั่วไปในรอบปกติ (เราขโมยภาพประกอบของญี่ปุ่นมา)

2.9.07

A Brighter Summer Day และ The Terrorizers (Re-Run)


(ภาพจากหน้าจุดประกาย - กรุงเทพธุรกิจ ฯ วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม 2543)

A Brighter Summer Day และ The Terrorizers กลับมาฉายใหม่ปี 2550
โปรแกรมหนัง เอ็ดเวิร์ด หยาง (Edward Yang)
ค้นโปรแกรมได้ที่ http://dkfilmhouse.blogspot.com/2007/08/edward-yang-alexander-kluge.html

หรืออ่านเกี่ยวกับ เอ็ดเวิร์ด หยาง (Edward Yang) ได้ที่
Filmax ฉบับเดือนสิงหาคม 2550 (หน้าปก นิโคล คิดแมน จาก Invasion)
A Brighter Summer Day เคยติดอันดับ 1 ใน 5 หนังดีที่ไม่ได้รับการจัดจำหน่ายในอเมริกา

คนลักหลับ

My photo
Filmvirus เป็นนามปากกาเดิมของสนธยา ทรัพย์เย็น จากคอลัมน์ “นิมิตวิกาล” ที่ใช้ในนิตยสาร Filmview ปี 2537 ต่อมาในปี 2538 สนธยาได้ก่อตั้ง “ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์” หรือ DK.Filmhouse (Filmvirus) จัดฉายหนังด้อยโอกาสให้ผู้สนใจชมฟรี พร้อมจัดพิมพ์หนังสือด้านหนัง และวรรณกรรม ชุด Filmvirus / Bookvirus (ส่วนหนังสือ “คนของหนัง” ปี 2533 นั้นเป็นผลงานก่อนตั้งฟิล์มไวรัส) ส่วนผลงานอื่นๆ ปี 2548 เป็นกรรมการเทศกาลหนัง World Film Festival of Bangkok , ปี 2552 กรรมการ Sydney Underground Film Festival, งาน Thai Short Film and Video Festival ของมูลนิธิหนังไทยครั้งที่ 1 และปี 2548-2549 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดเทศกาลประกวดหนังนานาชาติ 15/15 Film Festival, Australia